PSYCHOLOGYเริ่มต้นใหม่กับคนเก่า?! ไขข้อสงสัย ทำไมเราถึงไม่มูฟออน

เริ่มต้นใหม่กับคนเก่า?! ไขข้อสงสัย ทำไมเราถึงไม่มูฟออน

เมื่อพูดถึงคำว่า Start Over หรือการ “เริ่มต้นใหม่” ในความคิดแรกเราอาจนึกถึงการเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน อย่างการออกจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเอง ไม่ว่าจะเรื่องการทำงาน หรือไลฟ์สไตล์ส่วนตัว แต่ถ้าหากพิจารณาคำนี้ดีๆ มันยังมีนัยถึง “การเริ่มทำใหม่ ในสิ่งที่เคยทำไปแล้ว (ซึ่งครั้งก่อนไม่สำเร็จ)” ด้วย

แล้วเคยสงสัยไหมว่า การเริ่มทำสิ่งเดิมใหม่อีกครั้งนั้นจะไปสิ้นสุดตรงไหน และทำไมเราถึงไม่เลิกพยายาม โดยเฉพาะในเรื่องความสัมพันธ์ ซึ่งมีคนที่เลิกรากันไปแล้วไม่น้อยเลยที่กลับไปคบกัน หรือยังคิดถึงแฟนเก่าซ้ำๆ ไม่ยอมก้าวไปข้างหน้าเสียที จนเกิดคำว่า “ไม่มูฟออน” ขึ้นมา

ถ้าเราลองไปดูสถิติการค้นหาใน Google ตลอด 12 เดือนที่ผ่านมานี้ จะพบว่า คำค้นหาเกี่ยวกับ “วิธีพาแฟนเก่ากลับมา (Get ex back)” ได้รับความนิยนบน Google Trends อยู่ในช่วงประมาณ 50-100% เลยทีเดียว

แล้วสถิติหลังกลับมาคบแฟนเก่ามักจะไปกันรอดหรือร่วงกันแน่นะ?

บทความจาก Insider เมื่อปี 2019 ได้อ้างอิงสถิติจากแบบสอบถามของ Kevin Thompson ที่เขาได้สอบถามข้อมูลเชิงลึกจากผู้คน 3,512 คน ซึ่งติดตามเว็บไซต์และจดหมายข่าวของเขา Thompson อยากรู้ว่า มีคู่รักจำนวนเท่าไรที่กลับมาคบกันอีกครั้งหลังเลิกรากันไป แล้วพวกเขายังอยู่ด้วยกันไหมหรือเลิกกันอีกรอบ

ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่า คนส่วนใหญ่ (70.8%) ไม่ได้กลับไปขอคบกับแฟนเก่า อีกประมาณ 14% ได้กลับไปคบกับแฟนคนเดิมแต่ก็เลิกกันอีกรอบ ส่วนอีก 15% คือคบกันอีกครั้งแล้วรอด

นอกจากนี้ยังมีสถิติอื่นๆ ที่น่าสนใจอย่างเช่น เพศหญิงมีโอกาสที่จะขอแฟนเก่าคบสำเร็จได้สูงกว่าเพศชาย, คู่รักที่อายุ 18-24 ปีมีแนวโน้มที่จะเลิกกันอีกครั้ง หลังพวกเขากลับมาคบกันสำเร็จ, ผู้ที่อายุ 20 ปลายๆ มีโอกาสขอแฟนเก่าคบสำเร็จได้ต่ำที่สุด ในขณะที่ผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไปมีโอกาสขอแฟนเก่าคบสำเร็จได้มากที่สุด เป็นต้น

แม้ผลจากศึกษาจะยังไม่สามารถฟันธงได้แน่ชัดว่า การมูฟออนเป็นวงกลมนั้นจะสร้างความสัมพันธ์ใหม่ (กับคนเก่า) ได้ตลอดรอดฝั่งไหม แต่ถ้าหากถามถึงเหตุผลที่ว่า ทำไมคนบางส่วนถึงเลือกกลับไปคบกับแฟนเก่าแล้วล่ะก็ ในทางจิตวิทยาสามารถสรุปสาเหตุได้ 7 ข้อหลักๆ ด้วยกัน

1. “Euphoric Recall” การนึกถึงแค่ความทรงจำดีๆ ที่เคยมีให้กัน

เคยไหมที่เรามักเผลอนึกถึงโมเมนต์ที่เราเคยมีร่วมกับเขา ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างการไปเที่ยวสวนสนุกด้วยกัน หรือสิ่งเล็กๆ อย่างการจับมือกันครั้งแรก สิ่งเหล่านี้ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่า “Euphoric Recall”ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เรานึกถึงเหตุการณ์ในอดีตหรือผู้คนในแง่ดีๆ จนหลงลืมหรือเมินมุมแย่ๆ ของเขาไป โดยพฤติกรรมที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุขนี้ เมื่อทำซ้ำๆ จะเกิดอาการเสพติดทำให้การมูฟออนจากความทรงจำดีๆ นี้ยากขึ้น

Advertisements

2. เชื่อว่าแฟนเก่าคือแฟนที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยมี

หลายคนอาจติดภาพจำของแฟนเก่าอยู่ จนเผลอบอกตัวเองซ้ำๆ ว่า แฟนเก่าคือคนที่สมบูรณ์แบบที่สุดจนไม่มีใครแทนได้ มองไปทางไหนก็เจอแต่คนที่ด้อยกว่าแฟนเก่า ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว อาจมีคนอีกมากมายที่ดีกว่าแฟนคนเก่าเราก็ได้

Cherlyn Chong ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูจิตใจหลังเลิกรา ได้ให้คำอธิบายว่า หลังเรารับเอาแนวคิดข้างต้นจนฝังในหัวแล้ว เมื่อความสัมพันธ์ที่เรามองว่ามันช่างสมบูรณ์แบบพังทลายลง ไม่ใช่แค่ใจเราสลายจากความรักที่ล้มเหลวนี้ แต่มันรวมไปถึง Self-esteem ของเราด้วย จนเราคิดว่า ตัวเราดีไม่พอ รักษาความรักดีๆ ไว้ไม่ได้ เราจึงไม่คู่ควรที่จะมีรักครั้งใหม่ นี่จึงทำให้เราไม่กล้ามูฟออนสักทีพ

3. ร่องรอยของความรักอาจเป็นความทรมาน

หลายครั้งที่ความสัมพันธ์อาจเหลือความทรงจำดีๆ ทิ้งไว้ให้เราคิดถึง แต่ในบางความสัมพันธ์อาจไม่หลงเหลืออะไรให้จดจำ บางคนจึงเลือกที่จะปล่อยให้ตัวเองทรมานจากความรักที่ล้มเหลวไป เพราะพวกเขากลัวว่า ถ้าพวกเขาปล่อยไป ไม่คิดถึงมันเลย พวกเขาก็จะไม่เหลืออะไรที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์นี้ให้นึกถึงอีกเลย

4. ยังติดตามชีวิตของแฟนเก่าทางโลกออนไลน์อยู่

บางครั้งเปิดไอจี เห็นแฟนเก่าลงสตอรี่เป็นสถานที่ที่เราทั้งคู่เคยไป เราก็นึกถึงอดีตอันหอมหวานแบบไม่รู้ตัว ซึ่ง Roxy Zarrabi นักจิตวิทยาคลินิคบอกว่า การที่เราเจอเขาบ่อยๆ แม้จะเป็นบนโซเชียลมีเดียก็ตาม ก็เป็นเสมือนเครื่องย้ำเตือนถึงสิ่งที่เราได้สูญเสียไป และทำให้สมองเราวาดหวังให้เขากลับคืนมาอยู่ข้างเราอีกครั้ง

Advertisements

5. พยายามหาเหตุผลในสิ่งที่ผ่านไปแล้ว

เมื่อเราไม่เข้าใจว่า ทำไมเราถึงเลิกกัน จิตใจเราจะพยายามเชื่อมโยงเหตุการณ์ วิเคราะห์หลักฐาน แล้วครุ่นคิดถึงเหตุผลที่เลิก ซึ่ง Sheryl Paul, M.A. ผู้ให้คำปรึกษาและนักเขียนหนังสือด้านจิตวิทยาได้อธิบายเพิ่มเติมว่า เพราะคนส่วนมากทนอารมณ์เจ็บปวดในจิตใจได้ยากลำบาก ทิฐิในจิตใจจะสั่งให้เราหมกมุ่นหาเหตุผล จนไปถึงขั้นโทษทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่แฟนเก่าไปจนถึงโทษตัวเราเอง

6. เราไม่ได้ระบายความเศร้าจากรักเก่าอย่างเหมาะสม

หลังอกหัก ใครหลายคนอาจเลือกไปร้านเหล้าแล้วดื่มเพื่อให้ลืมเธอ แต่จริงๆ เราแค่กำลังหาตัวเลือกที่จะช่วยให้เราสามารถหลีกเลี่ยง หรือผลักไสความรู้สึกเจ็บปวดออกไปจากใจเรา ซึ่งก็เป็นขั้นตอนหนึ่งในการระบายออกของมนุษย์จากการรับมือกับความสูญเสีย

หลังเราดื่ม หรือทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรารู้สึกสบายใจ นั่นไม่ได้แปลว่า เรากำลังระบายความรู้สึกอย่างถูกต้อง เราแค่กำลังทำให้แผลสดในใจนั้นมันชา ไม่ก็แค่หลีกเลี่ยงความเหงาและเศร้าหลังไม่มีคนที่เคยอยู่กับเรามาตลอด

วิธีการระบายความเศร้าที่ถูกต้องนั้นคือ ให้เวลาตัวเองประมวลผลความรู้สึก สิ่งที่เกิดขึ้นหลังเราต้องเลิกกับแฟนเก่า เพราะเราจะเกิดมุมมองใหม่ๆ เข้าใจเหตุผลของการเลิกซึ่งสำคัญมากๆ ต่อการมูฟออน

7. การบอกเลิกครั้งนี้ไปกระตุ้นความหลังแย่ๆ ของเราขึ้นมา

“หากเรามีอดีตแย่ๆ เช่น เคยถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้าย หรือแม้แต่ถูกคนเข้าใจผิดโดยเฉพาะจากพ่อแม่หรือผู้ดูแล เมื่อเราสูญเสียความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น มันกลับขุดความรู้สึกหรือความทรงจำเก่าที่เราพยายามจะลืมมันไป” Emmy Crouter นักบำบัดจาก Emboldened Counseling ใน Colorado ได้อธิบายเหตุผลว่า การเลิกราได้ฉายภาพอดีตอันเลวร้ายของเราอีกครั้ง ทำให้ความรักครั้งเก่าในบางครั้งนั้นฝังใจเราจนไม่สามารถลืมไปได้

ที่นี้ ได้เวลาที่เราจะเลือกแล้วว่า จะมูฟออนหรือกลับไปคบแฟนเก่าอีกครั้ง

หากเลือกที่จะ “มูฟออน” ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำวิธีดังต่อไปนี้คือ เริ่มจากการตัดขาดจากแฟนเก่าแบบสิ้นเชิงไปเลย เลิกฟอลโลว์ทุกช่องทางโซเชียลของเขา สองคือ หยุดมโนว่า ถ้าเราสามารถกลับมาคบกันได้ มันคงจะดีไม่ใช่น้อย สาม ปล่อยวางอดีต หยุดคิดถึงเหตุผลที่เลิกกัน สุดท้ายคือ รักตัวเองให้มากขึ้น ให้อภัยตัวเองตรงจุดที่เราเคยทำพลาดแล้วพาตัวเองออกจากเซฟโซน จากนั้นลองเปิดใจรับคนใหม่ๆ เข้ามาดู

แต่ถ้าเราเลือกจะ “กลับไปคบต่อ” สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การพาแฟนเก่ากลับมา แต่มันคือการ “รักษา” ความสัมพันธ์นี้ไว้ไม่ให้มันพังซ้ำเดิม ผลการวิจัยของ Thompson เผยว่า การปรับตัวเอง แก้ไขการกระทำที่ผิดพลาดของตัวเอง จะทำให้แฟนที่เลิกไปแล้วกล้ากลับมาคบกับเราอีกครั้ง และคบกันได้ยืนยาวกว่าเดิม

ไม่ว่าสุดท้ายนี้ เราจะเลือก “เริ่มต้นใหม่กับคนเก่า” หรือ “เริ่มต้นใหม่กับคนใหม่” ยังไงก็อย่าลืม “เริ่มต้นที่การรักตัวเอง” ก่อน เพราะถ้าเรารักตัวเองมากพอ เราจะมองเห็นว่ารักครั้งเก่ายังมีโอกาส หรือมีแต่บาดแผลที่ต่อให้เริ่มใหม่ก็ยังกลับไปเจ็บเหมือนเคย

ขอให้ทุกการเริ่มต้นมีปลายทางที่ดีเสมอ


อ้างอิง:
https://bit.ly/3erAqRb
https://bit.ly/3qwl3N7
https://bit.ly/3prbkrT
https://bit.ly/3px5YLD

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#psychology

Advertisements

Lastest

Twitter เตรียมปล่อยฟีเจอร์ใหม่! ให้ผู้ใช้งานยืนยันความเป็นเจ้าของรูปโปรไฟล์ที่เป็น NFT

สำนักข่าว CNN รายงานว่า Twitter เตรียมเปิดฟีเจอร์ยืนยันรูปโปรไฟล์ของผู้ใช้งานที่เป็นเจ้าของผลงาน NFT ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง NFT ที่มีผู้สนใจเข้ามาลงทุนอย่างมากในปีที่ผ่านมา

สรุปเทรนด์ 2021 กับพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior) เปลี่ยนไป

ใครจะเชื่อว่า Live นอนก็สามารถขายได้และมีคนดูกว่าหมื่นคนใครจะเชื่อว่า Live ธรรมะจะเข้าถึงง่ายและยังสร้างปรากฏการณ์คนดูกว่าครึ่งล้าน ใครจะเชื่อว่า ‘กล่องสุ่ม’ ที่ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไร แต่กลับได้รับความนิยมอย่างมากนาทีนี้ไม่อยากเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อแล้ว เพราะตลอดปี 2021 ที่ผ่านมา เราทุกคนล้วนเห็นกับตาและพบเจอด้วยตัวเองแล้วว่าอะไรๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ จึงอาจเรียกได้ว่าเป็น ‘ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง’ ทั้งในมุมของผู้ประกอบการและผู้บริโภค เพราะหากใครติดตามข่าวหรือโซเชียลมีเดียจะพบว่ามีเรื่องราวและประเด็นต่างๆ เกิดขึ้นนับไม่ถ้วนเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่แม้จะได้รับวัคซีนกันไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ใหม่ ‘โอมิครอน’ กำลังสร้างความน่ากังวลไม่น้อย...

ชีวิตที่สมบูรณ์แบบมีจริงไหม? ค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ กับหนังสือ ‘The Midnight Library’

เรากำลังโหยหาชีวิตที่สมบูรณ์แบบอยู่หรือเปล่า? แล้วความสมบูรณ์แบบที่ว่ามีหน้าตาอย่างไร การได้ทำในสิ่งที่ชอบ ได้ทำอะไรเพื่อสังคม หรือได้เป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง ก็ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ หรือว่าจริงๆ แล้วความสมบูรณ์แบบของชีวิตนั้นอาจไม่มีอยู่จริง

Related Articles

Twitter เตรียมปล่อยฟีเจอร์ใหม่! ให้ผู้ใช้งานยืนยันความเป็นเจ้าของรูปโปรไฟล์ที่เป็น NFT

สำนักข่าว CNN รายงานว่า Twitter เตรียมเปิดฟีเจอร์ยืนยันรูปโปรไฟล์ของผู้ใช้งานที่เป็นเจ้าของผลงาน NFT ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง NFT ที่มีผู้สนใจเข้ามาลงทุนอย่างมากในปีที่ผ่านมา

สรุปเทรนด์ 2021 กับพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior) เปลี่ยนไป

ใครจะเชื่อว่า Live นอนก็สามารถขายได้และมีคนดูกว่าหมื่นคนใครจะเชื่อว่า Live ธรรมะจะเข้าถึงง่ายและยังสร้างปรากฏการณ์คนดูกว่าครึ่งล้าน ใครจะเชื่อว่า ‘กล่องสุ่ม’ ที่ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไร แต่กลับได้รับความนิยมอย่างมากนาทีนี้ไม่อยากเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อแล้ว เพราะตลอดปี 2021 ที่ผ่านมา เราทุกคนล้วนเห็นกับตาและพบเจอด้วยตัวเองแล้วว่าอะไรๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ จึงอาจเรียกได้ว่าเป็น ‘ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง’ ทั้งในมุมของผู้ประกอบการและผู้บริโภค เพราะหากใครติดตามข่าวหรือโซเชียลมีเดียจะพบว่ามีเรื่องราวและประเด็นต่างๆ เกิดขึ้นนับไม่ถ้วนเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่แม้จะได้รับวัคซีนกันไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ใหม่ ‘โอมิครอน’ กำลังสร้างความน่ากังวลไม่น้อย...

ชีวิตที่สมบูรณ์แบบมีจริงไหม? ค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ กับหนังสือ ‘The Midnight Library’

เรากำลังโหยหาชีวิตที่สมบูรณ์แบบอยู่หรือเปล่า? แล้วความสมบูรณ์แบบที่ว่ามีหน้าตาอย่างไร การได้ทำในสิ่งที่ชอบ ได้ทำอะไรเพื่อสังคม หรือได้เป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง ก็ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ หรือว่าจริงๆ แล้วความสมบูรณ์แบบของชีวิตนั้นอาจไม่มีอยู่จริง

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงไหม? ในวันที่ “ต้นทุนชีวิต” (Socioeconomic Status) ต่างกัน

มีงานวิจัยหนึ่งจากสหรัฐฯ เมื่อปี 2013 ที่พบว่า เด็กจากครอบครัวที่ร่ำรวย (รายได้มากกว่าหรือเท่ากับ 3,595,500 บาทต่อปี) มีโอกาสเรียนจบได้มากกว่า 8 เท่าของเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,129,380 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก National Student Clearing House ในปี 2020 ที่เผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อัตราการเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐฯ ลดต่ำจนถึงติดลบ 21.7% เพราะพวกเขาแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเรียนต่อไม่ไหว

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า