BUSINESSรู้จัก ‘ที่ดินดิจิทัล’ ใน The Sandbox จับต้องไม่ได้แต่ทำไมราคาหลักแสน!

รู้จัก ‘ที่ดินดิจิทัล’ ใน The Sandbox จับต้องไม่ได้แต่ทำไมราคาหลักแสน!

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับ ‘ที่ดินดิจิทัล’ กันมาบ้าง เพราะช่วงนี้ต้องบอกเลยว่ากระแสของ NFTs มาแรงมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะใน ‘The Sandbox’ เกมใน Blockchain ที่หลายคนต่างไปลงทุนและให้ความสนใจ สังเกตได้จากยอดกราฟที่กำลังพุ่งขึ้นเรื่อยๆ และหลายแบรนด์ดังต่างก็เข้ามามีบทบาทในเกมนี้ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่อง ‘แปลก’ ก็ไม่ใช่เรื่องผิด อีกทั้งอาจเกิดคำถามว่า ‘ทำไมถึงไปลงทุนกับสิ่งที่ไม่เป็นรูปธรรมและจับต้องไม่ได้แบบนี้’ เพราะที่ผ่านมาเราต่างคุ้นเคยกับการลงทุนกับสิ่งที่สามารถ ‘จับต้องได้’ มากกว่า แต่เชื่อไหมว่า ที่ดินดิจิทัล ตัวละคร และสิ่งของต่างๆ ใน ‘The Sandbox’ ล้วนเป็น ‘สิ่งที่จับต้องไม่ได้’ แต่กลับมีมูลค่าสูงถึงหลักแสนหลักล้านเชียวล่ะ!

‘The Sandbox’ คืออะไร?

หากนึกถึงเกมบนเทคโนโลยี Blockchain ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ก็คงต้องยกให้ ‘The Sandbox’ เกมออนไลน์ที่ให้อิสระกับผู้เล่นในการทำธุรกรรมต่างๆ ในเกม ซึ่งสร้างขึ้นโดย Arthur Madrid และ Sebastien Borget และเปิดตัวโดยบริษัท Pixowl

โดย The Sandbox มีเหรียญ SAND ที่เป็นโทเคน (Digital Token) ตามมาตรฐาน ERC-20 บนแพลตฟอร์ม Ethereum Blockchain ที่เป็นสื่อกลางให้ผู้เล่นในการทำธุรกรรมทุกอย่างในเกมนี้ โดยผู้เล่นสามารถสร้าง ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน และสร้างรายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางใดๆ

สำหรับการสร้างตัวละครหรือสิ่งของต่างๆ ในเกมนั้น ผู้เล่นจะใช้โปรแกรม ‘VoxEdit’ ในการสร้าง และสิ่งที่สร้างจะออกมาในรูปแบบของ NFT (Non-Fungible Token) ที่สามารถนำไปซื้อ-ขายใน ‘Market Place’ ได้อีกด้วย หรือนำตัวละครหรือสิ่งของต่างๆ ในเกมที่สร้าง ซื้อ หรือแลกเปลี่ยนมาสร้างเป็นเกมของตัวเองด้วยโปรแกรม ‘Game Maker’ ก็ได้เหมือนกัน

รู้จัก ‘ที่ดินดิจิทัล’ สิ่งที่จับต้องไม่ได้แต่มูลค่ากลับสูงลิ่ว

The Sandbox มีที่ดิน (LAND) เป็นโทเคนตามมาตรฐาน ERC-721 บน Ethereum Blockchain โดยผู้ที่ถือครองที่ดินจะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับแนวทางในการจัดการแพลตฟอร์มนี้ในอนาคตด้วย เพราะที่นี่ปกครองอย่างอิสระและกระจายอำนาจ (DAO: Decentralised Autonomous Organisation) และด้วยระบบดังกล่าวนี้ ทำให้เจ้าของที่ดินสามารถสร้างเกมเพื่อให้ผู้อื่นเข้ามาเล่นได้ ปล่อยเช่าพื้นที่ เก็บค่าผ่านทาง หรือซื้อ-ขายเพื่อเก็งกำไรต่อไปก็ยังทำได้ อีกทั้งสามารถสร้างกิจกรรมหรือนิทรรศการต่างๆ ได้อีกมากมาย

สำหรับที่ดินใน The Sandbox นั้นเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีอย่างจำกัดเพียงแค่ 166,464 LANDs เท่านั้น ไม่สามารถสร้างเพิ่มหรือทำซ้ำขึ้นมาอีก และด้วยความที่มีน้อย ทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้คน และยิ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบ NFT ยิ่งส่งผลให้เหรียญ SAND มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดและเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาไม่นาน แสดงให้เห็นว่า การเป็นเจ้าของที่ดินดิจิทัล (Vitual Land) ใน The Sandbox นั้นถือเป็นประตูสู่โอกาสหลายอย่างเลยก็ว่าได้

 (สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านเรื่อง Scarcity Effect เพิ่มเติมได้: https://bit.ly/3CPGY5W)

Advertisements

แนวโน้มในอนาคต The Sandbox จะเป็นอย่างไร?

หลายแบรนด์ดังต่างก็ค่อยๆ เข้ามามีบทบาทในแพลตฟอร์มนี้อย่างล้มหลาม เช่น การเคลื่อนไหวล่าสุดของ ‘Adidas’ ที่ร่วมมือกับพาร์เนอร์อย่าง Coinbase ซื้อที่ดินดิจิทัลใน The Sandbox เป็นที่เรียบร้อย และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Adidas ได้ทวีตข้อความว่า “AdiVerse” เพื่อประกาศเข้าสู่ Cryptocurrency อย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ ทางด้านของ ‘SCB 10X’ ก็ลงทุนใน The Sandbox เพื่อเตรียมเข้าสู่โลกเสมือน ‘Metaverse’ ด้วยเช่นเดียวกัน โดยได้เปิดตัวพื้นที่บนโลกเสมือนสำหรับการแสดงผลงาน จัดกิจกรรม หรืออีเว้นท์ต่างๆ ของศิลปินทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในอนาคต และยังได้เปิดตัว Avatar ของ Board of Director เพื่อตอกย้ำการก้าวเข้าสู่โลกเสมือนอย่างเป็นทางการ

เราจะเห็นว่าหลายคนต่างให้ความสนใจกับสินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบ NFTs เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และการเข้ามามีบทบาทของหลายแบรนด์ดังก็ยิ่งทำให้แนวโน้มของเหรียญ SAND พุ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ สังเกตได้จากที่ผ่านมาที่เพิ่มขึ้นไปกว่า 500% ในระยะเวลาไม่นาน ดังนั้น นักวิเคราะห์และนักลงทุนได้คาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มของเหรียญ SAND ว่าในสิ้นปี 2022 ราคาอาจจะแตะ $26.66 และอาจสูงถึง $81.53 ในปี 2028

จากที่กล่าวมาอาจจะคลายข้อสงสัยได้ว่าทำไมบางคนถึงเลือกลงทุนกับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ในโลกเสมือนมากกว่าการลงทุนกับสิ่งที่จับต้องได้ในโลกแห่งความเป็นจริง ในราคาที่สูงถึงหลักแสนหลักล้าน โดยเฉพาะ ‘ที่ดินดิจิทัล’ ที่นับว่าเป็นการลงทุนที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะไม่ใช่แค่สิทธิพิเศษต่างๆ ที่เจ้าของที่ดินจะได้รับ แต่เมื่อเราก้าวเข้าสู่ ‘Metavers’ ก็จะยิ่งสร้างโอกาสมากมายอย่างแน่นอน เพราะอนาคตข้างหน้าอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา สิ่งที่เราคิดว่าเป็นไปไม่ได้อาจจะเกิดขึ้นจริงในอนาคตข้างหน้าก็ได้ เช่น การใช้ที่ดินในโลกเสมือนจัดกิจกรรมหรือนำเสนอผลงานต่างๆ ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ไม่มีข้อจำกัดของพรมแดนอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม การลงทุนมีความเสี่ยง เราควรศึกษาข้อมูล รายละเอียด และความผันผวนต่างๆ ให้รอบคอบก่อนการลงทุน


เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ:
โลกคู่ขนานที่เป็นจริง! รู้จัก ‘Metaverse’ ความหวังใหม่ของวงการเทคโนโลยี
พาส่อง 5 อาชีพมาแรง เมื่อก้าวสู่โลกเสมือน “Metaverse”


อ้างอิง:
https://bit.ly/3HPgkh8
https://bit.ly/3FRNTxc
https://bit.ly/3cNZXTU
https://bit.ly/3r7zgBY
https://bit.ly/3CY0Wv8
https://bit.ly/3FSzW24

Advertisements

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#business
#metaverse

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

Advertisements

Lastest

สรุปเทรนด์ 2021 กับพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior) เปลี่ยนไป

ใครจะเชื่อว่า Live นอนก็สามารถขายได้และมีคนดูกว่าหมื่นคนใครจะเชื่อว่า Live ธรรมะจะเข้าถึงง่ายและยังสร้างปรากฏการณ์คนดูกว่าครึ่งล้าน ใครจะเชื่อว่า ‘กล่องสุ่ม’ ที่ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไร แต่กลับได้รับความนิยมอย่างมากนาทีนี้ไม่อยากเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อแล้ว เพราะตลอดปี 2021 ที่ผ่านมา เราทุกคนล้วนเห็นกับตาและพบเจอด้วยตัวเองแล้วว่าอะไรๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ จึงอาจเรียกได้ว่าเป็น ‘ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง’ ทั้งในมุมของผู้ประกอบการและผู้บริโภค เพราะหากใครติดตามข่าวหรือโซเชียลมีเดียจะพบว่ามีเรื่องราวและประเด็นต่างๆ เกิดขึ้นนับไม่ถ้วนเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่แม้จะได้รับวัคซีนกันไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ใหม่ ‘โอมิครอน’ กำลังสร้างความน่ากังวลไม่น้อย...

ชีวิตที่สมบูรณ์แบบมีจริงไหม? ค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ กับหนังสือ ‘The Midnight Library’

เรากำลังโหยหาชีวิตที่สมบูรณ์แบบอยู่หรือเปล่า? แล้วความสมบูรณ์แบบที่ว่ามีหน้าตาอย่างไร การได้ทำในสิ่งที่ชอบ ได้ทำอะไรเพื่อสังคม หรือได้เป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง ก็ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ หรือว่าจริงๆ แล้วความสมบูรณ์แบบของชีวิตนั้นอาจไม่มีอยู่จริง

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงไหม? ในวันที่ “ต้นทุนชีวิต” (Socioeconomic Status) ต่างกัน

มีงานวิจัยหนึ่งจากสหรัฐฯ เมื่อปี 2013 ที่พบว่า เด็กจากครอบครัวที่ร่ำรวย (รายได้มากกว่าหรือเท่ากับ 3,595,500 บาทต่อปี) มีโอกาสเรียนจบได้มากกว่า 8 เท่าของเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,129,380 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก National Student Clearing House ในปี 2020 ที่เผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อัตราการเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐฯ ลดต่ำจนถึงติดลบ 21.7% เพราะพวกเขาแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเรียนต่อไม่ไหว

Related Articles

สรุปเทรนด์ 2021 กับพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior) เปลี่ยนไป

ใครจะเชื่อว่า Live นอนก็สามารถขายได้และมีคนดูกว่าหมื่นคนใครจะเชื่อว่า Live ธรรมะจะเข้าถึงง่ายและยังสร้างปรากฏการณ์คนดูกว่าครึ่งล้าน ใครจะเชื่อว่า ‘กล่องสุ่ม’ ที่ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไร แต่กลับได้รับความนิยมอย่างมากนาทีนี้ไม่อยากเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อแล้ว เพราะตลอดปี 2021 ที่ผ่านมา เราทุกคนล้วนเห็นกับตาและพบเจอด้วยตัวเองแล้วว่าอะไรๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ จึงอาจเรียกได้ว่าเป็น ‘ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง’ ทั้งในมุมของผู้ประกอบการและผู้บริโภค เพราะหากใครติดตามข่าวหรือโซเชียลมีเดียจะพบว่ามีเรื่องราวและประเด็นต่างๆ เกิดขึ้นนับไม่ถ้วนเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่แม้จะได้รับวัคซีนกันไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ใหม่ ‘โอมิครอน’ กำลังสร้างความน่ากังวลไม่น้อย...

ชีวิตที่สมบูรณ์แบบมีจริงไหม? ค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ กับหนังสือ ‘The Midnight Library’

เรากำลังโหยหาชีวิตที่สมบูรณ์แบบอยู่หรือเปล่า? แล้วความสมบูรณ์แบบที่ว่ามีหน้าตาอย่างไร การได้ทำในสิ่งที่ชอบ ได้ทำอะไรเพื่อสังคม หรือได้เป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง ก็ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ หรือว่าจริงๆ แล้วความสมบูรณ์แบบของชีวิตนั้นอาจไม่มีอยู่จริง

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงไหม? ในวันที่ “ต้นทุนชีวิต” (Socioeconomic Status) ต่างกัน

มีงานวิจัยหนึ่งจากสหรัฐฯ เมื่อปี 2013 ที่พบว่า เด็กจากครอบครัวที่ร่ำรวย (รายได้มากกว่าหรือเท่ากับ 3,595,500 บาทต่อปี) มีโอกาสเรียนจบได้มากกว่า 8 เท่าของเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,129,380 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก National Student Clearing House ในปี 2020 ที่เผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อัตราการเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐฯ ลดต่ำจนถึงติดลบ 21.7% เพราะพวกเขาแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเรียนต่อไม่ไหว

From Pandemic to Endemic: เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ถ้าโควิด-19 กลายเป็น “โรคประจำถิ่น”?

จากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างโอมิครอน ที่แม้จะก่อให้เกิดการติดต่ออย่างรวดเร็ว แต่ก็มีแนวโน้มการก่อความรุนแรงลดลง ทำให้ทั่วโลกต่างออกมาคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจเปลี่ยนไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในที่สุด ซึ่งเกิดคำถามตามมาว่า หากรูปแบบของโรคระบาดเปลี่ยนไป จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า