รีวิวหนังสือ: คนที่ทำงานเก่งที่สุดในโลกเขาทำอะไรกัน | The Fred Factor

หนังสือ คนที่ทำงานเก่งที่สุดในโลกเขาทำอะไรกัน The Fred Factor
หนังสือ คนที่ทำงานเก่งที่สุดในโลกเขาทำอะไรกัน The Fred Factor
มีเวลาไม่เยอะอยากอ่านสั้นๆ
  • หนังสือเล่มนี้เขียนถึงหลักการในการเอา “ใจ” ไปใส่ในงาน และเรื่องของหลักการของ เฟรด
  • ทุกคนสร้างความแตกต่างได้ ขึ้นอยู่กับเราจะเลือกทำงานให้ดีที่สุดหรือเปล่า
  • ความสำเร็จมีรากฐานอยู่บนความสัมพันธ์
  • สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง
  • หมั่นสร้างความแปลกใหม่ให้ตัวเอง

คนที่ทำงานเก่งที่สุดในโลกเขาทำอะไรกัน | The Fred Factor เขียนโดย มาร์ก แซนบอร์น (Mark Sanborn) เมื่ออ่านจบผมรู้สึกชอบหนังสือเล่มนี้นะ แต่ถ้าให้จัดลำดับ มันคงไม่ติดอันดับสุดยอดหนังสือของผมในปี 2017 อย่างแน่นอน แต่เดี๋ยวก่อน ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นหนังสือที่ไม่ดีหรือไม่ควรจะซื้อมาอ่านนะครับ เพราะเมื่อผมอ่านจบผมโทรสั่งให้เลขาซื้อแจกทีมงานทุกคน รวมถึงน้องๆ BA ที่ยืนอยู่ตามร้านค้าที่มีชั้นวางเครื่องสำอางของเราทุกคนทันที รวมทั้งหมดประมาณ 150 เล่ม คุณงงไหมว่าผมทำแบบนั้นทำไม

ผมจะพยายามอธิบายแบบนี้ละกัน คุณคงไม่จัดอันดับให้หนังสือคู่มือ ISO 9001 อยู่ในสุดยอดหนังสือของคุณแน่ๆ แต่คุณคงต้องการให้ทีมงานทุกคนในองค์กรของคุณมีหนังสือ ISO 9001 และอ่านมันอย่างเข้าใจใช่ไหมครับ ผมรู้สึกกับหนังสือเล่มนี้แบบนั้น

หนังสือ คนที่ทำงานเก่งที่สุดในโลกเขาทำอะไรกัน เล่าถึงบุรุษไปรณีย์ที่ทำงานด้วยใจเต็มร้อย ซึ่งส่งผลให้งานออกมามีค่าและมีความหมาย ผู้เขียนจึงเปรียบเทียบว่าใครๆก็สามารถเป็น เฟรด ได้ และเราเองก็ควรจะเป็นแบบ เฟรด เช่นกัน

หนังสือเล่มนี้เขียนถึงหลักการในการเอา “ใจ” ไปใส่ในงาน หลายอย่างที่บางทีเราก็หลงลืมไปบ้าง ผมเลยขอยกตัวอย่างหลักการของ เฟรด มาให้หน่อยละกัน

1. ทุกคนสร้างความแตกต่างได้ 

ไม่สำคัญเลยว่าองค์กร หรือเจ้านาย/ลูกน้องเราจะห่วยแตกแค่ไหน เพราะในท้ายที่สุดแล้ว เราเองแหละที่เป็นคนเลือกว่าจะทำงานให้ดีที่สุดรึเปล่า เราจะทำงานแบบเช้าชามเย็นชามหรือทำงานแบบดีเยี่ยม เราเองเท่านั้นที่จะเป็นคนเลือกที่จะเป็นคนธรรมดาหรือเป็นคนพิเศษ ไม่มีใครสามารถขัดขวางอะไรเราได้ คำถามที่สำคัญคือเราจะทำตัวให้พิเศษได้อย่างไร

2. ความสำเร็จมีรากฐานอยู่บนความสัมพันธ์

ผู้นำประสบความสำเร็จเมื่อตระหนักว่าพนักงานเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ เทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จคือเทคโนโลยีที่เข้าใจว่าคนที่ใช้คือคนที่เป็นมนุษย์และออกแบบการใช้งานที่ใช้มนุษย์เป็นศูนย์กลาง (human-centric) เราทำงานประสบความสำเร็จเมื่อเราเข้าใจว่าเรามีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

3. สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง

ในหนังสือเขียนไว้ได้ดีครับ

คุณเคยบ่นว่าขาดเงินทุน ขาดการอบรมฝึกฝน หรือขาดโอกาสที่เหมาะสมหรือไม่ พูดอีกอย่างคือ คุณเชื่อหรือไม่ว่าคุณขาดแคลนทรัพยากรที่จะช่วยให้คุณทำงานได้ดีขึ้น

ถ้าคุณคิดเช่นนั้น ลองพิจารณา เฟรด เป็นตัวอย่างครับ ลองคิดดูว่าเขามีทรัพยากรอะไรให้ใช้บ้าง นอกจากเครื่องแบบสีน้ำเงินหม่นๆกับกระเป๋าที่เต็มไปด้วยจดหมาย คำตอบคือไม่มีเลย! แต่เขาตระเวนเดินส่งจดหมายไปตามถนนด้วยหัวใจและสมองที่มองเห็นแต่โอกาสเขาใช้จินตนาการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ลูกค้าโดยไม่ต้องใช้เงินแม้แต่ดอลลาร์เดียว ที่เขาต้องทำก็แค่คิดให้หนักกว่าและสร้างสรรค์กว่าบุรุษไปรษณีย์คนอื่นเท่านั้น นี่เป็นทักษะที่สำคัญที่สุดในการทำงานครับ

คุณเองก็ใช้จินตนาการแทนเงินได้เช่นกัน คุณสามารถเอาชนะการแข่งขันได้ด้วยการคิดให้มากกว่าคู่แข่งแทนที่จะทุ่มลงทุนให้มากกว่าพวกเขา

4. หมั่นสร้างความแปลกใหม่ให้ตัวเอง 

ทุกวันคือการเริ่มต้นใหม่ คือโอกาสที่จะทำสิ่งใหม่ๆให้กับตัวเอง ชีวิตจะเป็นอย่างไร ทางเลือกขึ้นอยู่กับตัวคุณ หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเกี่ยวกับการปรับ “ทัศนคติ” ครับ

ทัศนคติ ปรับนิดเดียวชีวิตเปลี่ยนเยอะนะครับ สิ่งเหล่านี้หากเราทำอย่างสม่ำเสมอแล้ว ไม่ว่าเราจะมีหน้าที่อะไรตั้งแต่ยามยัน CEO “งาน” ของเราจะมีค่าและมีความหมายกับตัวเราและคนรอบข้างมากกว่าเดิมแน่นอน 

คำว่าทำงานไปวันๆจะหมดไป เพราะไม่ว่าเราจะทำงานอะไร หากเราทำมันด้วย “ใจ” แล้ว เราจะเข้าใจเลยว่าสิ่งที่เราทำนั้นมันสำคัญและสามารถสร้างความแตกต่างได้จริงๆ

หลักการที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาเหล่านี้ เป็นรากฐานของการสร้างองค์กรที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย เช่น แซปโปส์ (Zappo) มาแล้ว นี่คือสาเหตุที่พออ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้ว ผมถึงต้องรีบซื้อให้ทุกคนที่บริษัทได้อ่านกันเลยทีเดียวครับ

เพราะอยากให้ทุกคนรวมถึงผมเอง คิดได้แบบ เฟรด จริงๆ

หนังสือเล่มนี้เหมาะกับ : คนทำงานทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งเล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็ตาม