[รีวิวหนังสือ] Future : ปัญญาอนาคต

หนังสือ Future ปัญญาอนาคต
มีเวลาไม่เยอะอยากอ่านสั้นๆ
  • หนังสือเล่มนี้เล่าตั้งแต่ยุคอดีตไปจนอนาคต แต่เป็นอนาคตเชิงปรัชญา อ่านแล้วทำให้ผมรู้สึกอิ่มใจ เพราะมีความ “เซน” อยู่มาก
  • “ในโลกสมัยใหม่ เราสามารถยืนอยู่ได้บนจุดเล็กๆ อันเป็นที่มั่น” ตอนหนึ่งจากหนังสือที่ผมรู้สึกประทับใจ

Future: ปัญญาอนาคต เขียนโดย ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา

เรื่องราวของหนังสือพาเราย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยยุคของ ดาวินชี มาจนถึง ปีเตอร์ ดรักเกอร์ เล่าไปถึงอนาคต แต่ไม่ใช่อนาคตแบบที่เป็น เทคโนโลยี แบบเรื่อง AI หรือ หุ่นยนต์อะไรแบบนั้นนะครับ มันเป็นอนาคตเชิงปรัชญา ซึ่งผมชอบมาก เพราะไม่ค่อยมีหนังสือที่เขียนเรื่องนี้เท่าไร 

ผมขอยกตัวอย่างตอนนึงจากหนังสือมานะครับ

ในโลกสมัยใหม่ เราสามารถยืนอยู่ได้บนจุดเล็กๆ อันเป็นที่มั่น

ในญี่ปุ่น เชฟลือชื่อสามารถถือมีดหั่นเนื้อปลาคมกริบ ผลิตด้วยกรรมวิธีเดียวกับการตีดาบซามูไร ภายใต้แสงไฟคล้ายแสงเทียน เศรษฐีหมื่นล้านต้องนั่งอย่างสงบนิ่ง สนทนาอย่างแผ่วเบา รอเชฟปั้นข้าวและปลาด้วยมือเปล่า ก่อนจะวางลงบนจานเบื้องหน้า เขาต้องรีบกินให้หมดภายในเวลาหนึ่งนาที ก่อนที่ซูชิชั้นดีจะเปลี่ยนรส

  • นี่คือเกียรติยศแห่งวิชาชีพ ที่ทำให้นักธุรกิจใหญ่ต้องให้ความเคารพคนแล่ปลา
  • นี่คืออำนาจใหม่ ที่หาได้มาด้วยดาบซามูไร หากแต่เป็นทักษะใหม่ที่เกิดจากการฝึกฝนคือหนทางแห่งการค้นหาตัวตนเช่นเดียวกับการฝึกตนของซามูไรในอดีต
  • นี่คือวิธีการที่ทำให้คนไม่ต้องรบราฆ่าฟัน หากแสวงหาหนทางสร้างสรรค์ เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติ
  • นี่คือการศึกษาของผู้ตื่นรู้ ของผู้มีกลยุทธ์ เป็นการศึกษาของปราชญ์ เป็นวิธีการที่ผู้มีปัญญาใช้ในการสร้างตนขึ้นมาตั้งแต่ครั้งอดีต และเป็นวิธีการที่คนรุ่นใหม่ควรศึกษา เพื่อใช้ในการสร้างอนาคต 

น่าเสียดายที่โลกทุกวันนี้ถูกปกคลุมด้วยความตื้นเขิน จึงเต็มไปด้วยผู้คนที่รู้จักคนมากมาย ผู้คนที่เที่ยวสร้างสัมพันธ์และหวังจะห้อยโหนสายสัมพันธ์นั้นไปสู่อนาคต ผู้คนที่เฉิดฉายในแสงสี เปล่งรัศมีตามงานเลี้ยง เพียงเพื่อพบว่าตัวเองว่างเปล่าเมื่อกลับถึงบ้าน ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากการไม่รู้จักตน

“รู้จักหนึ่งเข้าใจหมื่น
เข้าใจหนึ่งมรรคา
จึงแสวงหามรรคาอื่น
รู้หมื่นไม่สู้รู้จักตน
นี่คือหนทางแห่งปราขญ์”

จากหนังสือ Future หน้าที่ 88-89 

เป็นไงครับบอกแล้วว่าหนังสือนี่ “เซน” มากๆ แต่ไม่ต้องห่วงนะครับว่าจะอ่านไม่รู้เรื่อง เพราะหนังสืออ่านเข้าใจง่ายมากครับ นอกจากหนังสือจะอ่านเข้าใจง่ายมากแล้ว อีกอย่างที่ผมชอบมากคือคุณภาพกระดาษ การจัดวางตัวอักษรและภาพประกอบครับ

ภาพประกอบสวยมาก หนังสือเล่มต่อไปของผม ผมจะบอก บ.ก. ว่าอยากได้แบบนี้บ้าง

ความรู้สึกของผมต่อหนังสือเล่มนี้ :

ถ้าจะให้สรุปสั้นๆเลยต้องบอกว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่อ่านแล้ว “อิ่มใจ” ครับ ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ในรถครับ วันนั้นเป็นวันที่รถติดพอดู โชคดีที่มีหนังสือเล่มนี้ติดตัวอยู่พอดี พอเปิดอ่านผมอ่านรวดเดียวจนจบ ขนาดมีคนโทรมาผมยังตัดสายทิ้งเลยครับ หนังสือเล่มนี้มีความ “เซน” อยู่มาก อ่านแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกำลังจิบชาอยู่ร้านชาริมลำธารในเมืองเล็กๆที่ญี่ปุ่นในหน้าหนาวที่มีแต่หิมะขาวโพลนปกคลุมทุกอย่างไปหมด