สรุปภาพรวมสิ่งที่ได้จากงาน Collision Conference 2019

ภาพจากเว็บไซต์ | collisionconf.com

สรุปภาพรวมสิ่งที่ได้จากงาน Collision Conference 2019 ที่จัดขึ้นที่เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา

รูปภาพจาก Number 24 x Shutterstock.com

1. ประเทศไทยในเวทีโลก

เมื่อเรามาอยู่ที่งานระดับโลก แน่นอนเราก็ต้องนึกถึงประเทศเรา เพื่อที่จะมองย้อนกลับไปว่าประเทศเราอยู่ตรงไหนแล้ว ต้องบอกว่าในความคิดของผม (ขอย้ำว่าเป็นความคิดส่วนตัวนะครับ) ผมคิดว่าประเทศเรายังมีความชะล่าใจอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องนี้

มีคนหนึ่งซึ่งเป็น Venture Capital ได้พูดไว้บนเวทีว่า “ประเทศที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่จีน ไม่ใช่สหรัฐ แต่เป็นประเทศที่ยังไม่ทำอะไรเลย ยังไม่เริ่มเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย”

เพราะตอนนี้เส้นแบ่งเขตแดนก็ไม่อาจที่จะสามารถปิดกั้นการแข่งขันได้อีกต่อไป ยุทธวิธีเดิม ๆ ที่เราเคยใช้ เช่น เรื่องของภาษีก็คงไม่สามารถช่วยเรื่องนี้ได้

เราจะเห็นได้ว่าคำว่า globalization (โลกาภิวัตน์) เกิดขึ้นแบบเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิม แต่ประเทศไทยยังอยู่ในกลุ่มที่ตามหลัง ฉะนั้นเราต้องรีบเร่งมือ ทั้งในแง่ของการเจริญเติบโตทางเทคโนโลยีต่าง ๆ และในแง่ของการพัฒนาบุคลากรไปพร้อม ๆ กัน

ในฐานะที่เราเป็นคนไทย เราต้องเริ่มมองแล้วว่าในธุรกิจของเรา เราจะปรับตัวยังไงดี คนที่ทำงานกับเราหรือทีมของเรา เราจะช่วยเขาให้ Reskill ได้อย่างไร และที่สำคัญที่สุดอย่าลืมตัวเองด้วยนะครับ

รูปภาพจาก Number 24 x Shutterstock.com

2. ปัญหาใหม่ หนทางใหม่

เมื่อโลกของเรากำลังเจอปัญหาใหม่ ก็ต้องการเครื่องมือใหม่ที่จะมาใช้ในการแก้ไขปัญหา ผู้บริหาร EA (ผู้ผลิตเกมรายใหญ่ของโลก) พูดถึงเกม และเล่าว่าเด็กในเจเนอเรชั่นนี้ที่เป็นวัยรุ่น และกำลังเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่นั้น 90% ของทั้งหมดเล่นเกม และเกมจะช่วยให้คนเจเนอเรชั่นนี้แก้ปัญหาที่ท้าทาย ที่พวกเขาต้องเผชิญได้อย่างไร

เพราะการเล่มเกมนั้นเป็นความบันเทิงแบบ Active ส่วนการดูทีวีเป็นความบันเทิงแบบ Passive การที่เราเล่นเกมจึงทำให้เราต้องคิดอยู่ตลอด มีการวางแผน มีการคิดวิเคราะห์มากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้จะช่วยฝึกเรื่องของ Critical Thinking

ทักษะเหล่านี้นี่แหละ จะถูกนำมาใช้ในการคิดหาทางแก้ไขปัญหาใหม่ ๆ ได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ตอนนี้ก็ยังไม่มีวิธีแก้ และตัวปัญหาเองก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และสิ่งที่จะทำให้เกิดวิธีแก้ได้ คือ ชุดความคิดและวิธีการเรียบเรียงความคิดแบบใหม่ รวมไปถึงวิธีการทำงาน หรือความร่วมมือแบบใหม่นั่นเอง

เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต และเกม เกิดขึ้นและเติบโตขึ้นมาในช่วง 20-30 ปี ให้มาหลังนี้ สิ่งนี้ทำให้คนสามารถที่จะร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาใหม่ ๆ ได้ สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เด็กวัยประถมที่กำลังเรียนอยู่ในตอนนี้ เมื่อถึงวัยทำงาน 70% ของงานที่เขาต้องทำนั้น ตอนนี้ยังไม่มีชื่อ ไม่มีหัวข้อ ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามันคืองานอะไร เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็วมากจริง ๆ

เราคงไม่อาจปฏิเสธว่าเรื่องของทักษะทางด้านเทคนิคเป็นเรื่องที่สำคัญอยู่แล้ว แต่ทักษะที่สำคัญที่สุดเหนืออื่นใด ที่คนส่วนใหญ่หลาย ๆ คนเห็นตรงกัน นั้นคือทักษะของ “การเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ ตลอดเวลา” ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องฝึก

อ่านเพิ่มเติมเรื่อง ทำยังไงให้เราสามารถเป็นคนที่เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต <คลิก

ชุดความคิดหรือความรู้เก่า ๆ หลาย ๆ อย่างจะล้าหลังทั้งหมด ดังนั้นเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ หนึ่งสิ่งที่เราต้องถามตัวเองในวันนี้ก็คือ “เราได้เรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอหรือเปล่า”

มีสถานการณ์หนึ่งที่คงไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น แต่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้สูงมาก คือ เมื่อเทคโนโลยีที่ต่าง ๆ ได้เปลี่ยนแปลงโลกไปอย่างรวดเร็ว ทั้ง ๆ ที่เราหรือหลาย ๆ คนยังไม่ค่อยเข้าใจในเทคโนโลยีเหล่านี้เลย

เมื่อเทคโนโลยีได้สร้างความเปลี่ยนแปลงไปถึงระดับหนึ่ง เราจะเริ่มเห็นความแตกต่างของคนที่ตามเทคโนโลยีทัน กับคนที่ตามไม่ทัน ช่องว่างตรงนี้จะห่างออกมากขึ้นเรื่อย ๆ เรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับทั้งระดับบุคคลในประเทศเดียวกัน และระดับประเทศเทียบกับประเทศด้วย

เช่น ประเทศที่มีความสามารถในด้านการบริหารจัดการทางด้าน AI ก็จะเป็นประเทศที่มีอำนาจขึ้นมา ซึ่งเขาก็เป็นประเทศมหาอำนาจอยู่แล้วทำให้เขาสามารถลงทุนเรื่องนี้ได้เยอะ แต่ว่าช่องว่างตรงนี้จะถูกขยายออกกว้างขึ้นมากเรื่อย ๆ

เพราะมันเป็นธรรมชาติเมื่อคนที่มีทรัพยากรเยอะ ก็มีโอกาสที่จะหาทรัพยากรได้เยอะขึ้น เมื่อเทียบกับอัตราส่วนของคนที่มีน้อยกว่า เราสามารถเห็นภาพนี้ได้ผ่านความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่เราเห็นกันอยู่ในทุกวันนี้ และในอนาคตความเหลื่อมล้ำนั้นจะขยายตัวเยอะมากขึ้นอีก ดังนั้นเราต้องพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อให้เราอยู่รอดให้ได้

รูปภาพจาก Number 24 x Shutterstock.com

3. การมาถึงของปัญญาประดิษฐ์ (AI)

เมื่อไม่นานมานี้ AI อาจจะเป็นคำพูดเท่ ๆ ที่ดูไม่มีอะไรเหมือนกับคำว่า Cloud เมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่ตอนนี้บริษัทเล็ก ๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นก็พูดถึงการนำ AI มาใช้กันแล้ว บริษัท Google ที่เป็นแถวหน้าของโลกเรื่อง AI ก็เริ่มใช้และพัฒนาอย่างจริงจังมาหลายปีแล้ว

ฉะนั้น AI จะกลายเป็นของที่เราต้องเอามาใช้ ใครใช้ได้ดีกว่า ใครใช้ได้เก่งกว่า ใครเข้าใจมันมากกว่า ก็จะเป็นผู้เล่นที่มีโอกาสชนะ สตาร์ทอัพที่มานำเสนอบนเวทีของ Collision หรือคนที่มาพูด ทุกคนพูดกันถึงเรื่องของ AI เยอะมาก ๆ ตั้งแต่ธุรกิจดนตรี หนัง การเงิน จนไปถึงธุรกิจการแก้ไขปัญหาขยะ

ทุกธุรกิจนำเอา AI มาใช้หมด มันเหมือนกับเครื่องมือที่จะช่วยเพิ่มพลังของมนุษย์ได้ เมื่อก่อนเวลาเราคิดว่าจะทำอะไรสักอย่าง เราอาจจะทำไม่ได้หรือทำได้ยาก แต่ตอนนี้เราสามารถทำมันได้ง่ายและสะดวกมากขึ้นจากการเข้ามาถึงของ AI

ดังนั้นถ้าใครทำธุรกิจอยู่ต้องเริ่มศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังมาก ๆ แล้วครับ ส่วนคนที่ตอนนี้กำลังเป็น นักเรียน นักศึกษา เรื่องนี้จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานของหลายสิ่งในอนาคต ฉะนั้นคุณต้องเข้าใจเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดี เพราะ AI คืออัลกอริทึ่มที่จะมาขับเคลื่อนโลกในยุคถัดไป

ภาพจากเว็บไซต์ | collisionconf.com

4. “ความทุ่มเท” คือหนทางสู่ความสำเร็จ

ผมได้มีโอกาสฟังศิลปินชื่อดังอย่าง Akon หรือแม้แต่ Steve aoki ที่เป็นดีเจระดับโลก รวมไปถึง Terrell Owens ที่เป็นนักอเมริกันฟุตบอลที่มีชื่อเสียง ทุกคนพูดคล้าย ๆ กันหมดว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมาจากการทำงานอย่างหนัก และความพยายามที่ไม่ลดละ


Steve aoki เป็นดีเจที่ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ เขาต้องทัวร์คอนเสริต 200 กว่างานต่อปี บางปีมีถึง 300 งาน เขายึดหลักการทำงานเหมือนในสารคดีของเขาที่ชื่อว่า I’ll Sleep When I’m Dead (ผมจะนอนเมื่อผมตาย)

เขาบอกว่าการทำงานหนักเท่านั้นที่จะยังคงทำให้เขาเข้าใจและอยู่กับกระแสหลักของวงการดนตรีได้ เขาเล่าว่าคนบางคนต้องทำงานมากกว่า 20 อย่าง เพื่อที่ 1 ใน 20 นั้นจะสำเร็จขึ้นมาได้ ตัวเขาเองก็ทำแบบนี้ด้วยเช่นกัน เขาต้องทำเพลง 20 เพลง กว่าที่จะได้เพลงที่ดังสักหนึ่งเพลง

ในขณะที่บางคนอย่าง Calvin Harris ซึ่งเป็นดีเจระดับโลกอีกคน ทำอะไรออกมาก็ดังไปหมด ซึ่งเรื่องนี้ Steve aoki บอกว่า นั้นเป็นเพราะแต่ละคนมีบริบทที่ไม่เหมือนกัน

ถ้าคุณเป็น Calvin Harris คือ ทำอะไรก็ดัง ทำอะไรก็สำเร็จไปหมด มันก็เป็นเรื่องที่ดีนะ แต่ถ้าคุณไม่ใช่ Calvin Harris คุณก็สามารถสร้างผลงานที่สำเร็จและโด่งดังได้ด้วยการทำแบบที่ Steve aoki ทำ


Akon เป็นศิลปินและเจ้าของค่ายเพลง เขามีชีวิตในอดีตที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะต้องติดคุกตั้งแต่ยังหนุ่ม พอออกจากคุกเขาก็ตั้งปฏิญาณกับตัวเองว่า เขาจะต้องทำงานกับ Michael Jackson ให้ได้ภายใน 10 ปี หลังจากออกจากคุก

แน่นอนมันเป็นเรื่องที่ยากและท้าทายมาก ๆ เพราะในตอนนั้นไม่มีใครรู้จักชื่อของ Akon เลย แต่ Akon กลับสามารถทำเรื่องนี้ได้ภายใน 5 ปี

Akon บอกว่า “ความฝันเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าคือหลังจากที่คุณฝันแล้ว คุณทำอะไร ถ้าคุณฝันแล้วอยู่เฉย ๆ มันจะไม่มีทางเกิดขึ้น ฉะนั้นคุณต้องทำงานให้หนักเพื่อเปลี่ยนชีวิตตัวเอง และคุณจะต้องมีวินัยมาก ๆ”

Akon เริ่มต้นชีวิตจากติดคุก วันนี้ Akon เป็นศิลปินระดับโลก เป็นเจ้าของธุรกิจหลายอย่าง และมีโครงการที่ชื่อว่า Akon Lighting Africa ซึ่งได้มีส่วนช่วยทำเรื่องพลังงานไฟฟ้าให้ประเทศที่ยังมีปัญหาเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่ทวีปแอฟริกากว่า 16 ประเทศ!


อีกท่านคือ Terrell Owens นักกีฬาอเมริกันฟุตบอลชื่อดัง เขาบอกว่า สิ่งที่แตกต่างกันระหว่าง คนธรรมดา, คนเก่ง และ คนที่ยิ่งใหญ่ คือ “วินัย” วินัยจะทำให้คนธรรมดากลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ได้ โดยการกล้าทำในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำ ซ้อมตอนที่คนอื่นพัก ทำงานหนักในแบบที่คนทั่วไปกลัวที่จะทำ

และที่สำคัญที่สุด คือ “เมื่อล้มแล้วต้องลุกขึ้นมาให้ได้ ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยหรือเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม”

รูปภาพจาก Number 24 x Shutterstock.com

5. กระแสและโอกาสของธุรกิจสุขภาพ

หนึ่งในธุรกิจที่ร้อนแรงมาก ๆ และเป็นที่พูดถึงกันเยอะมากก็คือ เรื่องของ กัญชา มีคนพูดถึงเรื่องนี้กันเยอะมาก ทั้งข้อดี ข้อเสีย มีการถกกันในหลายประเด็นอย่างกว้างขว้าง ซึ่งประเทศผู้จัดงาน Collision conference ของปี 2019 อย่างแคนาดาเองก็ค่อนข้างที่จะเปิดเสรีกับเรื่องนี้

แต่อย่างที่เรารู้กันว่าเรื่องนี้ นั้นขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละประเทศด้วย อย่างสหรัฐอเมริกาเอง ก็มีบางรัฐที่ถูกกฏหมาย บางรัฐที่ยังคงผิดกฏหมายอยู่ แต่เราจะข้ามเรื่องนี้กันไปก่อนในบทความนี้

เพราะในงาน Collision conference มีสิ่งหนึ่งที่สะดุดตาผมอย่างมากก็คือ มีบูธอยู่บูธหนึ่ง ในบูธเองก็จะมีคนนั่งสมาธิอยู่บนพื้นแบบถอดรองเท้าแล้วก็ใส่หูฟัง

มีคนยืนรอคิวเต็มเลยเพื่อที่จะนั่งสมาธิ ผมไม่ได้เข้าไปทดลองนั่งเลยไม่รู้ว่าในหูฟังนั้นมีอะไรบ้างเนื่องจากแถวยาวมาก ๆ แต่ที่ผมสังเกตก็คือบูธนี้เป็นบูธที่ใหญ่มาก แล้วก็ตั้งอยู่ตรงกลางเลย เรื่องนี้บ่งบอกได้ว่าคนเริ่มมาสนใจเรื่องของ สุขภาพ เรื่องของจิตใจมากขึ้น แล้วก็น่าจะเป็นธุรกิจที่ใหญ่มาก ๆ ในอนาคต เราในฐานะประเทศที่มีศาสตร์ความรู้เรื่องนี้อยู่ค่อนข้างมากน่าจะสามารถนำเรื่องนี้มาต่อยอดทางธุรกิจได้มากมายเลยครับ

รูปภาพจาก Number 24 x Shutterstock.com

6. สิ่งแวดล้อมเรื่องสำคัญเร่งด่วน

คนพูดถึงเรื่องของขยะและสิ่งแวดล้อมกันเยอะมาก ๆ ในงาน Collision conference ครั้งนี้ เพราะตอนนี้ทุกคนคงเห็นตรงกันว่า ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปหายนะคงรอมนุษยชาติอยู่ข้างหน้าแน่ ๆ

แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีใครที่มีวิธีแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้ ฉะนั้นการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ต้องเกิดจากความร่วมมือเล็ก ๆ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในวงกว้างและทำให้เกิดผลที่ใหญ่ขึ้น เช่น เรื่องของขยะหลายที่ก็มีความพยายามในการใช้และพัฒนาภาชนะต่าง ๆ ที่ทำมาจากวัสดุทางธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ง่าย เช่น สาหร่าย หรือในบ้านเราก็มีที่ทำมาจาก ชานอ้อย

รวมไปถึงการรณรงค์ให้ทุกประเทศลดการใช้พลาสติกประเภทใช้แล้วทิ้ง เพราะที่สุดแล้วปลายทางของขยะพลาสติกเหล่านี้ก็จะลงไปอยู่ในทะเล ทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศทางธรรมชาติอย่างมาก

เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนมาก เราในฐานะประชากรของโลกต้องร่วมมือกันครับ

รูปภาพจาก Number 24 x Shutterstock.com

7. เทคโนโลยีของเสียง

เทคโนโลยีในเจเนอเรชั่นถัดไปต้องมีเรื่องของเสียงเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน ในยุคนี้ระบบการสั่งงานของเราทั้งหมด 95% เป็นการสั่งงานผ่านการพิมพ์หรือสัมผัส แต่อีกหน่อยก็จะไม่ใช่แล้ว เพราะเสียงจะเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต ตอนนี้ก็เริ่มใช้เยอะมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะจากประเทศที่เป็นผู้นำเทคโนโลยีด้านนี้ อย่าง สหรัฐ หรือ จีน

อีกหน่อยเทคโนโลยีเสียงนี้จะเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลก

รูปภาพจาก Number 24 x Shutterstock.com

8. เชื่อใจ และ โปร่งใส

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้บน Facebook แต่เรากำลังพูดถึงความโปร่งใสเรื่องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ จากทุกอย่างที่เราใช้งาน ทุกอุปกรณ์ ทุกแอพลิเคชั่น ว่ามันจะถูกนำไปใช้ทำอะไรบ้าง และมันจะส่งผลกระทบอย่างไรกับเราบ้าง และเราควรมีสิทธิที่จะรู้ใช่ไหมว่าข้อมูลของเราถูกนำไปใช้ทำอะไรบ้าง

ความเชื่อใจและความโปร่งใส จะเป็นกุญแจสำคัญในการทำธุรกิจในอนาคต เพราะคนในเจเนอเรชั่นถัดไปจะ “ไม่ได้ซื้อของเพราะโฆษณา แต่เขาจะซื้อของเพราะความเชื่อใจ”

รูปภาพจาก Number 24 x Shutterstock.com

9. ความหลากหลาย

ประเทศแคนาดาซึ่งเป็นผู้จัดงาน Collision conference เป็นเมืองที่เปิดกว้างและยอมรับถึงความแตกต่างทาง เชื้อชาติ วัฒธรรม เพศ อย่างเต็มที่ ใครที่ได้มีโอกาสมาที่แคนาดาก็จะสามารถสัมผัสและรับรู้ได้ทันที

แต่ถ้าหากเราตั้งคำถามไปที่สิ่งที่ใหญ่มากขึ้นล่ะ เช่น ในอนาคตประเทศไหนที่จะเป็นแกนหลักของเทคโนโลยี AI (ตอนนี้อยู่ที่ สหรัฐ และ จีน เป็นส่วนใหญ่) สมมุติว่าถ้าสหรัฐเป็นแกนหลัก คนที่พัฒนา AI ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนขาวและเป็นผู้ชาย คำถามคือ อัลกอริทึ่ม ที่ใช้ในการสร้าง AI นั้น จะส่งผลทำให้การคิดวิเคราะห์และประมวลผลของ AI นั้นมีอคติ (Bias) ตั้งแต่เริ่มต้นเลยหรือเปล่า

ไม่ใช่แค่เฉพาะใน AI แต่ในมุมมองระหว่าง บุคคล ต่อ บุคคล ก็เป็นเรื่องที่เราต้องใส่ใจและช่วยกัน เพื่อให้เกิดการลดการแบ่งแยก ระหว่าง เพศ สีผิว อายุ และเชื้อชาติให้มากที่สุด เพื่อที่ทุกคนจะได้มีสิทธิในการเข้าถึงโอกาสต่าง ๆ อย่างเท่าเทียมกัน

เพราะการพัฒนาที่ดีของโลกมนุษย์ ต้องเป็นการพัฒนาที่เราจะไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง

รูปภาพจาก Number 24 x Shutterstock.com

10. หนทางใหม่ในการสร้างสรรค์

ตอนนี้เทคโนโลยีทำให้เราสามารถที่จะสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ที่เป็นไอเดียอยู่ในหัวของเราให้ออกมาเป็นความจริงได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าหากคุณต้องการทำบริษัทเทคโนโลยีเมื่อ 20 ปี แล้ว คุณอาจจะต้องซื้อ ต้องลงทุนอะไรต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่ ฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ บุคลากรเฉพาะทาง แต่ในทุกวันนี้คุณสามารถที่จะ เช่า หรือ Outsource ได้แทบทั้งหมดเลย

เรื่องนี้จะส่งผลทำให้แรงต้านในการทำไอเดียของเราให้เป็นความจริงนั้นลดลงอย่างมาก ๆ เครื่องมือใหม่ ๆ ในยุคนี้ทำให้เราสามารถสร้างสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายและดีขึ้น ฉะนั้นเมื่อเราอยู่ในยุคนี้ เราต้องรู้จักใช้ทรัพยากรเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์

เราไม่สามารถบอกได้ว่า ในยุคก่อน สมุยก่อนนะ จะทำอะไรทีต้องใช้เวลานาน สมัยนี้ก็ต้องใช้เวลานานเหมือนกัน มันไม่ใช่แล้ว เพราะวันนี้โลกมันเปลี่ยนไป เราสามารถที่จะดึงพลังของความคิดสร้างสรรค์ และทำไอเดียนั้นให้ออกไปเป็นชิ้นงาน เป็นธุรกิจ เป็นโปรเจกต์ต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น