ประวัติระบบการชำระเงินของโลก

รูปภาพจาก Number 24 x Shutterstock.com
มีเวลาไม่เยอะอยากอ่านสั้นๆ
  • วิวัฒนาการแลกเปลี่ยนของมนุษย์มีมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ ก่อนจะเปลี่ยนแปลงเป็นยุคปฏิวัติเกษตรกรรม และเริ่มเป็นยุคระบบการแลกเปลี่ยนสิ่งของระหว่างกัน เช่น ใช้เปลือกหอยเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้า ก่อนจะเข้าสู่ยุคระบบเงินตราที่มีการใช้เหรียญและเงินกระดาษ
  • ปัจจุบัน การใช้จ่ายเงินนั้นเข้าสู่ยุค “คริปโตเคอเรนซี่” หรือ การจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างมากใน 10 ปีนี้ เรื่องการใช้จ่ายเงินโดยไม่ใช้เงินสดจึงเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาจริงจัง
  • หนึ่งในผู้เล่นที่มีบทบาทสำคัญในตลาดนี้คือ “ทรูเถ้าแก่ 4.0” ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันสำหรับร้านค้า และมีฟังก์ชันที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เช่น ระบบวิเคราะห์และสรุปยอดขายเรียลไทม์ ตรวจสอบประวัติการขาย และระบบสะสมแต้ม เป็นต้น

วันนี้จะมาเล่าเรื่องเงิน แต่ก่อนเล่าต้องบอกก่อนว่าคอนเทนต์ นี้เป็น คอนเทนต์สปอนเซอร์ (sponsor content) นะครับ แต่รับประกันเนื้อหาสาระแน่นเหมือนเดิม

เป็นเวลากว่า 2.5 ล้านปีแล้ว ที่บรรพบุรุษของมนุษย์อย่าง โฮโม อีเร็กตัส (Homo erectus) หรือ โฮโม เออร์แกสเตอร์ (Homo ergaster) เก็บพืชผัก และล่าสัตว์ โดยไม่ได้มีส่วนในการตัดสินใจว่าสัตว์เล่านั้นจะอยู่ที่ไหน หรือพืชผักจะขึ้นมาตรงไหน

สัตว์อยู่ตรงไหนก็ล่า พืชผักอยู่ตรงไหนก็เก็บ

จนกระทั่งเมื่อราว 70,000 ปีที่แล้วจึงมี โฮโมเซเปียนส์ (Homo Sapiens) เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์มนุษย์ ซึ่ง โฮโมเซเปียนส์ เองก็ยังคงใชัชีวิตเหมือนเหล่าบรรพบุรุษ โดยการเก็บพืชผัก และล่าสัตว์

ยุคปฏิวัติเกษตรกรรม

ราว 10,000 ถึง 12,000 ปีที่ผ่านมา มีหลักฐานว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่บริเวณพื้นที่ที่ในปัจจุบันคือบางส่วนของตุรกีและอิรัก วิถีชีวิตจากของมนุษย์เปลี่ยนจากการล่าสัตว์และเก็บผัก เป็นการเริ่มพยายามที่จะเลี้ยงสัตว์และปลูกผักบางชนิด

เราเรียกเหตุการณ์สำคัญนี่ว่า การปฎิวัติเกษตรกรรม จากการออกล่าสัตว์เราเริ่มอยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง ลงหลักปักฐานกันมากขึ้น

ข้าวสาลีและแพะ เป็นพืชและสัตว์ ที่มนุษย์สามารถปลูกและเลี้ยงได้ จากนั้นก็เริ่มขยายชนิดมาเรื่อยๆ อย่างช้าๆ

ยุคระบบการแลกเปลี่ยน (Barter System)

แต่ตั้งแต่ยุคแรกๆของการปฏิวัติเกษตรกรรม มนุษย์เราไม่สามารถบริโภคทุกอย่างที่ปลูกหรือเลี้ยงเองได้ หรือบางครั้งก็ขาดสิ่งที่ต้องการไป ระบบการแลกเปลี่ยนแบบหมูไปไก่มาหรือ “บาร์เทอร์ ซิสเต็มส์” (barter system) จึงเริ่มถูกนำมาใช้โดยมีหลักฐานของระบบแลกเปลี่ยนนี้บันทึกครั้งแรกไว้ในอียิปต์

ราว 3 พันปีที่แล้วในประเทศจีนเริ่มมีการนำเอาบรอนซ์มาแกะสลักเพื่อเป็นตัวแทนของสิ่งที่ต้องการจะแลก เช่นรูปจอบและเสียมเป็นต้น

ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันก็มีหลักฐานว่าหมู่เกาะแถบมหาสมุทรอินเดียก็มีการใช้เปลือกหอยเบี้ยในการเป็นตัวกลางในในการแลกเปลี่ยนสินค้า

ยุคระบบเงินตรา

แต่กว่าจะมีเงินตราท่ีได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการก็ราว 2600 ปีที่แล้วที่อาณาจักรลิเดีย ซึ่งปัจจุบันคือส่วนหนึ่งของตุรกี โดยเป็นเม็ดเงินผสมทองประทับตราหัวสิงโตซึ่งเป็นตราประจำตัวของกษัตริย์ ซึ่งเหรียญมีหลายขนาดและมีมูลค่าแตกต่างกันออกไป

ระบบเงินตราที่เริ่มขึ้นนี่เองเริ่มแผ่ขยายไปยังอาณาจักรต่างๆทำให้การค้าขายเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งกรีกและยุโรป โดยเฉพาะกรุงโรม

การขยายอนาจักรโรมันเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ระบบการผลิตเหรียญนั้นแพร่กระจายไปทั่วโลก

ราวพันปีที่แล้ว มาร์โก โปโล (Marco Polo) ได้เสนอแนวคิดเรื่องการเปลี่ยนเงินจากเหรียญเป็นกระดาษ แต่ใช้เวลาอีกกว่า 300 ปี กว่าเงินกระดาษจะเริ่มมีการใช้งานกันอย่างจริงจังโดยมีหลักฐานว่าเงินกระดาษถูกพิมพ์ขึ้นครั้งแรกในประเทศสวีเดน

  • 150 ที่แล้ว เวสเทิร์น ยูเนี่ยน (Western Union) เริ่มการโอนเงินผ่านระบบโทรเลข
  • 72 ปีที่แล้ว จอห์น บิกกินส์ (John Biggins) คิดค้นเครดิตการ์ดใบแรกของโลก
  • 18 ปีที่แล้วเริ่มมีการใช้ โมบาย แบงค์กิ้ง (Mobile banking) ที่ถูกนำร่องในประเทศยุโรป
  • 10 ปีที่แล้วการจ่ายเงินด้วยการ์ดแบบ อาร์เอฟไอดี (RFID) ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในประเทศอังกฤษ

ยุคระบบการจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชัน

หลังจากนั้นโลกก็ได้รู้จักกับ คริปโตเคอเรนซี่ (Cryptocurrency) และการจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชันต่างๆบนมือถืออย่างมากมาย

การเติบโตของการจ่ายเงินโดยปราศจากเงินสดนั้นสูงขึ้นอย่างมากใน 10 ปีนี้ โดยตัวเลขที่รายงานโดย บีเอ็นพี พารีบาส์ (BNP Paribas) บอกว่าในปี 2015 มีการจ่ายเงินที่ปราศจากเงินสดถึง 433 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการโตสูงมากในประเทศแถบเอเชียที่โตปีละเกิน 40% โดยจากจำนวนการใช้จ่ายปราศจากเงินสดนั้น คาดการณ์ว่ามีราว 32% ที่เป็น อิเล็กทรอนิกส์ และ โมบายเพย์เม้นท์ จึงไม่แปลกที่เราจะมองเห็น “ภาพ” ของเงินเปลี่ยนไป และ ”วิธีคิด” เกี่ยวกับเงินก็จะเปลี่ยนไปด้วย

วันนี้เรื่องของการจ่ายเงินโดยไม่ใช้เงินสดนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาอย่างจริงจัง

ทรูเถ้าแก่ 4.0 ก็เป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่จะเข้ามามีบทบาทในตลาดนี้ด้วยลูกค้าทรูกว่า 34 ล้านคน

แอปนี้เป็นแอปสำหรับร้านค้าที่ต้องการเข้าสู่โลกของการซื้อขายแบบ 4.0 อย่างแท้จริง โดยสมัครแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้งานได้ทั้ง QR Code และ EDC บนแอป พร้อมฟังก์ชันต่างๆที่ออกแบบมาสำหรับ “ร้านค้า” โดยเฉพาะ

อาทิเช่น ระบบวิเคราะห์และสรุปยอดขายแบบเรียลไทม์ สามารถตรวจสอบประวัติการขายย้อนหลังได้ถึง 30 วัน ซึ่งต้องบอกก่อนว่าใช้ได้ทั้งคนที่ขายของออนไลน์และออฟไลน์ครับ

สิ่งที่เพิ่มมาที่เห็นได้ชัดเจนคือ แต้มสะสมครับที่ คนซื้อก็ได้ คนขายก็ได้ เอาไปจ่ายเงินหรือแลกของได้ครับ

เส้นทางการเดินเข้าสู่ สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ของเราไม่มีทางย้อนกลับได้แน่ๆครับ จังหวะนี้ใครปรับตัวก่อนได้เปรียบสุดนะๆครับ

หากสนใจรายละเอียดของทรูเถ้าแก่ 4.0 สามารถตามต่อได้ ที่นี่ เลยครับ

#โป๊ป #TrueMerchant #ทรูเถ้าแก่ #TruePointandPay #ใช้ทรูได้โป๊ป#บุพเพสันนิวาส #ขายดีร้านแตก