self developmentเปลี่ยนตัวเองรับปีใหม่ให้สำเร็จ ด้วยการตั้งเป้าแบบ SMART

เปลี่ยนตัวเองรับปีใหม่ให้สำเร็จ ด้วยการตั้งเป้าแบบ SMART

เคยไหม ตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากเปลี่ยนตัวเองต้อนรับปีใหม่ แต่ไม่เคยทำสำเร็จเลยสักที?

แม้ว่าการตั้งเป้าหมายจะมีข้อดีหลายอย่าง ตั้งแต่การช่วยให้ใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การทำให้มองเห็นภาพความสำเร็จชัดขึ้น ไปจนถึงการช่วยให้ติดตามความคืบหน้าของตัวเองได้ เรียกได้ว่าโดยรวมแล้วการมีเป้าหมายจะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นแน่นอน แต่หลายคนกลับไม่เคยทำสิ่งที่ตั้งใจไว้แต่แรกได้

งานวิจัยของมหาวิทยาลัยสแครนตันพบว่า ผู้คนกว่า 92% ที่ตั้งเป้าหมายปีใหม่ไว้ไม่เคยทำสำเร็จเลย สาเหตุหลักๆ เป็นเพราะใช้วิธีในการตั้งเป้าหมายแบบไม่มีประสิทธิภาพ เช่น ตั้งคลุมเครือเกินไป หรือไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจน

Advertisements

แล้วการตั้งเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร และจะทำอย่างไรให้เป็นหนึ่งใน 8% ที่ทำตามเป้าหมายของตัวเองได้?

รู้จักการตั้งเป้าหมายแบบ “SMART”

หลายคนอาจจะไม่รู้จักการตั้งเป้าหมายแบบ SMART มาก่อน แต่จริงๆ แล้วสูตรนี้ถือเป็นวิธีการตั้งเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพอย่างมากและสามารถปรับใช้ทั้งกับชีวิตทำงานและชีวิตส่วนตัวได้

โดย SMART เป็นสูตรที่คิดค้นขึ้นโดย George T. Doran ตั้งแต่ปี 1981 หลังจากนั้นหลายคนจึงนำสูตรนี้มาปรับใช้ในรูปแบบต่างๆ เพื่อตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน และมีกรอบเวลาที่ชัดเจนเพื่อให้เดินทางสู่เป้าหมายได้

คำว่า SMART ย่อมาจากคำว่า…
[ ] S = Specific หมายถึง สิ่งที่เฉพาะเจาะจง
[ ] M = Measurable หมายถึง สามารถวัดผลได้
[ ] A = Attainable หมายถึง สมเหตุสมผล อิงอยู่กับความเป็นจริง
[ ] R = Relevant หมายถึง สอดคล้องกับเป้าหมายในระยะยาว
[ ] T = Time-based หมายถึง มีกรอบเวลาที่แน่นอน

ตั้งเป้าหมายอย่างไร ให้เป็นคนใหม่ได้สำเร็จ

ปัญหาที่ทำให้หลายคนไม่สามารถทำตามเป้าหมายให้สำเร็จได้คือ การไม่คำนึงถึงข้อจำกัดของมนุษย์ (Human Factor) คนเราต้องมีแรงจูงใจและเหตุผลในการทำตามเป้าหมายแต่ละอย่างก่อน

ตัวอย่างเช่น ถ้าเราตั้งเป้าหมายว่าอยากลดน้ำหนักให้ได้ 10 กิโลกรัม เราจะต้องใช้เวลาหลายเดือน และจะต้องต่อสู้กับความหิวของตัวเอง ถ้าจิตใจเราไม่แข็งแกร่งพอ เราก็จะแพ้ต่ออาหารที่ล่อตาล่อใจ ดังนั้น เราจึงควรตอบคำถามตัวเองก่อน เพื่อให้พิชิตเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ด้วยคำถามต่อไปนี้

1. เราต้องการพิชิต “อะไร”

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การที่เราจะสามารถพิชิตเป้าหมายของตัวเองได้ เราต้องเห็นภาพในหัวอย่างชัดเจนว่า “เมื่อทำตามเป้าหมายสำเร็จแล้วจะเป็นอย่างไร” ตัวอย่างเช่น หากเป้าหมายของเราคือ “การลดน้ำหนักต้อนรับปีใหม่” เราจะต้องจินตนาการถึงภาพที่เรากำลังใส่ชุดว่ายน้ำอยู่ชายทะเล และนึกภาพว่ากำลังเดินผ่านคนอื่นๆ ที่ชายหาดแล้วรู้สึกภาคภูมิใจกับรูปร่างของตัวเอง

2. “ทำไม” เราต้องการพิชิตสิ่งนั้น

คำถามต่อมาที่เราต้องตอบตัวเองให้ได้คือ “ทำไม” เพราะยิ่งเรารู้เหตุผลที่มีความเกี่ยวข้องกับ “ตัวเอง” มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งช่วยให้ทำตามเป้าหมายได้มากขึ้นเท่านั้น

โดยเหตุผลอาจจะเป็น “อยากหุ่นดีเพราะจะได้ดูสุขภาพดี” หรือ “อยากลดน้ำหนักเพราะอยากรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น” ส่วนนี้คือตัวอย่างของเหตุผลที่ดี แต่ถ้าเหตุผลของเราคือ “อยากลดน้ำหนักเพราะหมอบอกให้ลด” สิ่งนี้ไม่ใช่เหตุผลที่ดี เพราะเหตุผลนี้เป็นของหมอ ไม่ใช่ของเรา

คำแนะนำ : ให้เขียนเป้าหมายในรูปแบบนี้ “ฉันจะ [ระบุเป้าหมาย] ภายใน [วันที่] เพราะ [เหตุผล]” อย่าเขียนเป้าหมายที่คลุมเครือ ควรใช้คำเรียบง่าย ตรงไปตรงมา และชัดเจน ตัวอย่างเช่น ฉันจะลดน้ำหนัก 10 กิโลกรัม ภายในสิ้นปีนี้ เพราะอยากรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

3. เราจะพิชิตสิ่งนั้นได้ “อย่างไร”

Advertisements

ก่อนจะเริ่มทำตามเป้าหมาย เราต้องสร้างลิสต์ออกมาก่อนว่า เราต้องทำอะไรบ้างเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยการเขียนสิ่งที่นึกออกมาให้ได้มากที่สุด หลังจากนั้นให้จัดสรรขั้นตอนว่าแต่ละวันควรทำอะไรบ้าง เพราะจะได้รู้ว่าแต่ละวันต้องทำอะไรบ้าง เพื่อช่วยให้เราจดจ่อกับเป้าหมายได้ในทุกๆ วัน และเป็นแรงผลักดันไปสู่ความสำเร็จ

ตัวอย่างการตั้งเป้าหมายต้อนรับปีใหม่

1. ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่ดี

เป้าหมาย: จะออกกำลังกายอย่างน้อย 20 นาทีต่อวัน สามวันต่อสัปดาห์ ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม เพื่อจะได้มีสุขภาพที่ดีต้อนรับปีใหม่

ตัวอย่างการตั้งเป้าหมายแบบ SMART
[ ] Specific : จะออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอเป็นเวลา 20 นาทีต่อวัน สัปดาห์ละ 3 วัน
[ ] Measurable : จะวัดผลโดยการใช้อุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหว (Fitness Tracker) และนาฬิกาจับเวลา เพื่อให้รู้ว่าออกกำลังกายครบ 20 นาทีแล้ว
[ ] Attainable : จัดให้วันจันทร์ พุธ และศุกร์ เป็นวันออกกำลังกาย โดยจะต้องออกกำลังกายวันละ 20 นาที เพื่อให้มีเวลาออกกำลังกายโดยไม่กระทบกับการทำงาน
[ ] Relevant : การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ 20 นาที สามวันต่อสัปดาห์ จะช่วยให้เปลี่ยนไปเป็นการออกกำลังกายแบบหนักสลับเบาได้ (HIIT) ได้ง่ายขึ้น ซึ่งทำให้ในระยะยาวแล้วสุขภาพจะดีขึ้นตามลำดับ
[ ] Time-bound : จะออกกำลังกายอย่างน้อย 20 นาทีต่อวัน สัปดาห์ละ 3 วัน ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม

2. เพิ่มเงินเก็บเพื่อนำมาซื้อความสุขให้ตัวเอง

เป้าหมาย : จะเก็บเงิน 15% ของเงินเดือน ในทุกๆ เดือนให้ได้ เพื่อเอาไว้ลงทุนในกองทุนระยะสั้น จะได้มีเงินซื้อของขวัญให้ตัวเองในวันปีใหม่

ตัวอย่างการตั้งเป้าหมายแบบ SMART
[ ] Specific : ปีหน้าจะเก็บเงิน 15% ของเงินเดือนไว้ ซึ่งเป็นเงินประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน
[ ] Measurable : ตั้งให้ธนาคารหักเงิน 15% เข้ากองทุนโดยอัตโนมัติ เพื่อให้เห็นถึงความคืบหน้า
[ ] Attainable : ภายในเวลา 6 เดือนที่เหลือก่อนสิ้นปี ฉันจะสะสมเงินให้ได้ประมาณ 18,000 บาท ด้วยการออมเงิน 15% ของเงินเดือน
[ ] Relevant : จะสะสมเงินให้ได้ประมาณ 18,000 บาท ด้วยการออมเงิน 15% ของเงินเดือน ซึ่งเมื่อนำเงินไปลงกองทุนแล้วจะช่วยให้เงินเพิ่มพูนขึ้น และในอนาคตก็จะทำให้มีเสถียรภาพทางการเงินมากขึ้น
[ ] Time-bound : จะเก็บเงิน 15% ต่อเดือน และนำไปลงกองทุนระยะสั้นจนถึงสิ้นปี

3. เป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิมด้วย “การเพิ่มพูนความรู้”

เป้าหมาย : จะอ่านหนังสือเดือนละเล่ม โดยใช้เวลาเล่มละ 15 วันต่อเดือน ไปจนถึงสิ้นปี

ตัวอย่างการตั้งเป้าหมายแบบ SMART
[ ] Specific : จะอ่านหนังสือเดือนละเล่ม โดยแต่ละเล่มจะใช้เวลา 15 วัน ไปจนถึงสิ้นปีนี้ เริ่มจากหนังสือที่ซื้อมาดองไว้แต่ยังไม่ได้อ่าน
[ ] Measurable : จะอ่านหนังสือให้จบภายใน 15 วันแรกของแต่ละเดือน โดยใช้เวลาในการอ่าน 30 นาทีต่อวัน
[ ] Attainable : จะปรับเวลามาอ่านหนังสือในตอนเช้าหรือก่อนนอนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้กระทบกับกิจวัตรประจำวันอื่นๆ
[ ] Relevant : การอ่านหนังสือทุกวันจะช่วยให้สงบจิตสงบใจได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อนด้วย
[ ] Time-bound : จะอ่านหนังสือให้จบเดือนละเล่มทุกๆ 15 วันแรกของแต่ละเดือน โดยจะใช้เวลาในการอ่าน 30 นาทีต่อวัน จนกว่าจะอ่านหนังสือที่ซื้อมาหมด

หากใครที่เคยตั้งเป้าหมายปีใหม่ไว้ แต่ไม่เคยทำสำเร็จเลยสักครั้ง วิธีแก้อย่างหนึ่งที่สามารถทำได้คือ การตั้งเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพด้วย SMART โดยก่อนจะตั้งเป้าหมายได้ ต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อนว่า เราต้องการพิชิตอะไร ทำไมเราต้องการพิชิตสิ่งนั้น และเราจะพิชิตสิ่งนั้นได้อย่างไร เพื่อให้มองเห็นภาพความสำเร็จโดยรวมและสามารถวาดภาพวิธีการเดินทางไปถึงฝั่งฝันนั้นให้ได้

สุดท้ายนี้ขอให้ปีหน้า และปีต่อๆ ไปเป็นปีที่ทุกคนสามารถทำตามเป้าหมายได้ดั่งใจหวัง

แปลและเรียบเรียง
– 20 Personal SMART Goals Examples to Improve Your Life : Leon Ho, Lifehack – http://bit.ly/3Eq1NYz
– Science Says 92 Percent of People Don’t Achieve Their Goals. Here’s How the Other 8 Percent Do : MARCEL SCHWANTES, Inc. Magazine – http://bit.ly/3OmtqpQ
– What Are SMART Goals (and How to Use Them For Success) : Carl Pullein, Lifehack – http://bit.ly/3VvOPPZ

#selfdevelopment
#inspiration
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Advertisements
Mission To The Moon
Mission To The Moon
พื้นที่ที่สร้างขึ้นเพื่อแบ่งบันเรื่องราวเกี่ยวกับการทำธุรกิจ การตลาด แรงบันดาลใจ และข้อคิดในการใช้ชีวิต

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า