PSYCHOLOGYราศีใดในช่วงนี้ที่จะ...?! เอ๊ะ ทำไมคนเราถึงชอบดูดวง

ราศีใดในช่วงนี้ที่จะ…?! เอ๊ะ ทำไมคนเราถึงชอบดูดวง

เคยไหม ก่อนออกจากบ้านต้องเปิดดูตารางเสื้อสีมงคล ‘วันนี้ต้องไปคุยงานกับลูกค้า ต้องใส่เสื้อสีฟ้าเสริมดวงด้านการงาน’ ตอนเย็นๆ หลังเลิกงานมาเหนื่อยๆ กดเปิด Youtube ดู ‘Pick a card สิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้นกับคุณเร็วๆ นี้’ ก่อนจะเลื่อน Facebook ไปเจอโพสต์ของเพจดูดวงที่กดติดตามไว้ว่า ‘ราศีต่อไปนี้มีเกณฑ์ที่จะสละโสด!’ พอเห็นราศีตัวเองอยู่ในนั้น แค่นี้ก็ถือว่าพอใจแล้วสำหรับวันนี้

ทั้งที่โลกมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น คนเชื่อในสิ่งที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ ทำให้ความเชื่อและความศรัทธาต่อสิ่งต่างๆ ลดน้อยลง แต่ทำไมในขณะเดียวกัน ผู้ที่ชื่นชอบการดูดวงกลับไม่เคยที่จะลดจำนวนลง หนำซ้ำยังมีมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย 

หรือเป็นเพราะคนงมงายมากขึ้น จริงๆ เหรอ?

Advertisements

ในขณะที่โลกกำลังพัฒนาขึ้นไปอย่างรวดเร็ว มาพร้อมกับความเครียดและความกดดันจากสังคมที่สูงขึ้น การประสบความสำเร็จ เป้าหมายในชีวิต แผนในอนาคตที่วางไว้ สิ่งต่างๆ ในอนาคตที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้ คู่กับความเสี่ยงที่ต้องประสบพบเจอในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ขัดแย้งกับความต้องการความมั่นคงในหน้าที่การงานและการเงินในชีวิต โรคระบาดที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ขัดแย้งกับความต้องการสุขภาพที่แข็งแรง และความสัมพันธ์แบบผิวเผินที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ขัดแย้งกับความต้องการความรักที่ยืนยาว

สังคมที่ต้องการหลีกหนีความไม่มั่นคง

มิติทางวัฒนธรรมของ Hofstede อธิบายเรื่องระดับการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง หรือ Uncertainty Avoidance Index (UAI) ไว้ว่า สังคมที่มีค่า UAI สูง จะพยายามหลีกหนีความไม่แน่นอน จึงทำให้มีความคิด ความเชื่อ แหล่งที่พึ่งทางจิตใจ และกฎเกณฑ์ค่อนข้างมาก เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ 

ยกตัวอย่างจากในสังคมไทย จากการสำรวจของ Hofstede พบว่า ประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่ม High Uncertainty Avoidance ด้วยคะแนน 64 คะแนน เพราะความไม่มั่นคงในสังคม ความเสี่ยงต่างๆ ที่ต้องพบเจอในชีวิตประจำวัน คนในสังคมจึงต้องมีการวางแผนและจัดการ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเรื่องราวต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จึงไม่แปลกใจเลยว่า เพราะความไม่แน่นอนในสังคมที่มีมากนี้เอง คนจำนวนไม่น้อยจึงเลือก ‘การดูดวง’ เป็นทางเลือกหนึ่งในการจัดการกับความไม่มั่นคง

แม่นหรือเปล่าไม่รู้แต่ขอดูไว้ก่อน

การดูดวงไม่ได้หมายความว่าเป็นคนงมงายเสมอไป พบว่ามีกลุ่มคนเพียง 10% เท่านั้นที่เชื่อทุกอย่างตามคำทำนาย ส่วนเปอร์เซ็นต์ที่เหลือนั้น บางคนอาจไม่เชื่อเรื่องดวงด้วยซ้ำ แต่ก็ยังเลือกที่จะกดเข้าไปดูคำทำนายเล่นๆ เพื่อฆ่าเวลา หรือบางคนเมื่อมีปัญหา ก็แค่ต้องการหาที่พึ่งทางจิตใจ ที่ที่สามารถได้รับคำปรึกษาเพื่อปลอบประโลมจิตใจ และได้ระบายอารมณ์ความรู้สึกออกมา ผ่านการเล่าให้ใครสักคนหนึ่งฟัง

แต่ละคนย่อมมีวิธีการจัดการปัญหา และความเครียดของตนเองแตกต่างกันไป การดูดวงก็เป็นวิธีคลายเครียดอย่างหนึ่งด้วยเช่นกัน อย่างวันแย่ๆ ที่กำลังเจอปัญหาถาโถมเข้ามาในชีวิต การได้รับข้อความดีๆ สร้างกำลังใจว่า ‘ในวันต่อๆไปกำลังจะมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น!’ ถ้าผลออกมาแม่นก็ดี ถ้าไม่แม่นก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ทำให้มีกำลังใจพอให้ผ่านพ้นเรื่องราวร้ายๆ ในวันนี้ไปได้ เป็นเหมือนงานอดิเรกยามว่าง เหมือนกับการเดินเล่น ดูหนัง ฟังเพลง 

เป็นการพักผ่อน เพื่อคลายความกังวล และละทิ้งความรู้สึกไม่ดีในปัจจุบันออกไปได้ในช่วงเวลาหนึ่ง

เพราะว่าบางครั้ง คนเราอาจแค่ต้องการรับพลังงานบวก เพื่อให้เห็นว่าอาจจะมี ‘สิ่งดีๆ’ รอเราอยู่ในอนาคต และหลีกหนีสังคมที่กำลังวุ่นวายอยู่ตอนนี้เท่านั้นเอง






Advertisements


อ้างอิง:

https://bit.ly/3veQATU

https://bit.ly/3vb3aDB

https://bit.ly/354m70n

https://bit.ly/3zgMf64

#missiontothemoonpodcast

#mission #พอดแคสต

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

Advertisements

Lastest

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงไหม? ในวันที่ “ต้นทุนชีวิต” (Socioeconomic Status) ต่างกัน

มีงานวิจัยหนึ่งจากสหรัฐฯ เมื่อปี 2013 ที่พบว่า เด็กจากครอบครัวที่ร่ำรวย (รายได้มากกว่าหรือเท่ากับ 3,595,500 บาทต่อปี) มีโอกาสเรียนจบได้มากกว่า 8 เท่าของเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,129,380 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก National Student Clearing House ในปี 2020 ที่เผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อัตราการเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐฯ ลดต่ำจนถึงติดลบ 21.7% เพราะพวกเขาแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเรียนต่อไม่ไหว

From Pandemic to Endemic: เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ถ้าโควิด-19 กลายเป็น “โรคประจำถิ่น”?

จากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างโอมิครอน ที่แม้จะก่อให้เกิดการติดต่ออย่างรวดเร็ว แต่ก็มีแนวโน้มการก่อความรุนแรงลดลง ทำให้ทั่วโลกต่างออกมาคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจเปลี่ยนไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในที่สุด ซึ่งเกิดคำถามตามมาว่า หากรูปแบบของโรคระบาดเปลี่ยนไป จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? | 5M EP.1086

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? ‘ความกลัว’ มีหลายรูปแบบด้วยกัน บางคนกลัวความล้มเหลว บางคนกลัวสัตว์อันตราย หรือบางคนกลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
Naphatsawan Sitthitham
นักศึกษาฝึกงานจากคณะศิลปศาสตร์ แต่ใจอยากเทิร์นมาสายธุรกิจ สนใจด้านการตลาดและจิตวิทยา

Related Articles

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงไหม? ในวันที่ “ต้นทุนชีวิต” (Socioeconomic Status) ต่างกัน

มีงานวิจัยหนึ่งจากสหรัฐฯ เมื่อปี 2013 ที่พบว่า เด็กจากครอบครัวที่ร่ำรวย (รายได้มากกว่าหรือเท่ากับ 3,595,500 บาทต่อปี) มีโอกาสเรียนจบได้มากกว่า 8 เท่าของเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,129,380 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก National Student Clearing House ในปี 2020 ที่เผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อัตราการเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐฯ ลดต่ำจนถึงติดลบ 21.7% เพราะพวกเขาแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเรียนต่อไม่ไหว

From Pandemic to Endemic: เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ถ้าโควิด-19 กลายเป็น “โรคประจำถิ่น”?

จากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างโอมิครอน ที่แม้จะก่อให้เกิดการติดต่ออย่างรวดเร็ว แต่ก็มีแนวโน้มการก่อความรุนแรงลดลง ทำให้ทั่วโลกต่างออกมาคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจเปลี่ยนไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในที่สุด ซึ่งเกิดคำถามตามมาว่า หากรูปแบบของโรคระบาดเปลี่ยนไป จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? | 5M EP.1086

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? ‘ความกลัว’ มีหลายรูปแบบด้วยกัน บางคนกลัวความล้มเหลว บางคนกลัวสัตว์อันตราย หรือบางคนกลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

ทักทายจากสหรัฐอเมริกา #2 ว่าด้วยการพักผ่อนของชีวิต | MM EP.1388

ทักทายจากสหรัฐอเมริกา #2 ว่าด้วยการพักผ่อนของชีวิต ทักทายอีกครั้งจากสหรัฐอเมริกา อัปเดตชีวิตประจำวันในต่างแดน พร้อมเรื่องราวของการพักผ่อนในอุทยานแห่งชาติ Yosemite ท่ามกลางอากาศหนาว -2 องศา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า