PSYCHOLOGY ‘ห่างกันสักพัก’ ดีต่อความรักและความสัมพันธ์กว่าที่คิดนะ!

‘ห่างกันสักพัก’ ดีต่อความรักและความสัมพันธ์กว่าที่คิดนะ!

ความเป็นส่วนตัวในความสัมพันธ์

“เราอยากอยู่คนเดียวบ้าง”

เมื่อคำคำนี้ออกมาจากปากคนที่เรารัก ความคิดมากก็ทำงานขึ้นมาโดยอัตโนมัติ นี่เราทำอะไรผิดไปหรือเปล่า เขาโกรธเราหรือเปล่านะ หรือว่าเขาจะเบื่อเราแล้ว? เรากังวลไปต่างๆ นานา

โดยเฉพาะคู่รักที่ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่ากิจกรรมไหนก็ทำด้วยกัน หรือว่าจะเป็นคนในครอบครัวที่อยู่บ้านหลังเดียวกัน เป็นความสุขของกันและกันมาโดยตลอด

จนเราหลงลืมไปว่า คนเราต้องการ ‘เวลาส่วนตัว’ เป็นเรื่องธรรมดา

ไม่ว่าจะเป็นแฟน สามีภรรยา หรือคนในครอบครัว การให้อีกฝ่ายมีเวลาอยู่คนเดียวบ้างจริงๆ แล้วดีต่อความสัมพันธ์อย่างยิ่ง และบางทีสิ่งนี้อาจเป็น ‘ของขวัญ’ ที่ดีที่สุดที่เราจะให้คนรักของเราได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเช่นนี้

ไลฟ์สไตล์ใหม่และเวลาส่วนตัวที่หายไป

สองปีกว่าแล้วที่เราต้องอยู่แต่ ‘บ้าน’ เป็นหลัก พื้นที่พักผ่อนที่เคยให้ความสบายใจ กลายเป็น ‘ที่ทำงาน’ ทั้งสำหรับเราและคนอื่นๆ ในบ้าน โต๊ะกินข้าวกลายเป็นโต๊ะทำงานของแม่ ส่วนห้องรับแขกกลายเป็นสตูดิโอของพี่

‘ความเป็นส่วนตัว’ ถูก ‘ความเป็นส่วนรวม’ กลืนเข้าไปจนแยกไม่ออก 

พอต้องอยู่แต่บ้านกับคนอื่นๆ แทบจะ 24 ชั่วโมงต่อวันเช่นนี้ สำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว คงรู้ตัวเองดีว่าเรารู้สึกอึดอัดเพราะอะไร แต่หลายๆ คนที่ไม่ค่อยได้มีเวลาให้กับตัวเองและไม่ได้รู้จักตัวเองมากนัก อาจสับสนว่าความเครียดที่ก่อตัวอยู่ลึกๆ นี้มาจากไหนกัน

“คนที่ไม่ได้อยู่คนเดียวตั้งแต่แรกอยู่แล้วอาจไม่รู้สึกตัวว่า ความเครียดและความหงุดหงิดนี้มีสาเหตุมาจากการไม่มีเวลาอยู่คนเดียว” ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจาก Carleton University กล่าว เขาเรียกความรู้สึกที่อยู่ตรงข้าม ‘Loneliness’ (ความเหงา) นี้ว่า ‘Aloneliness’ 

หาก Loneliness คือความรู้สึกโดดเดี่ยวเพราะไม่มีใคร Aloneliness ก็คงเป็นความรู้สึกอึดอัดและต้องการความสันโดษ เพราะถูกรายล้อมด้วยผู้คนมากเกินไป

ให้คนที่เรารักได้พักสักวันเต็มๆ หรือให้เวลาส่วนตัวเค้าสัก 4-5 ชั่วโมง อาจช่วยให้คนเหล่านี้รู้สึกดีเหมือนได้ชาร์จพลัง 

การให้เวลาส่วนตัวกับคนรักก็ถือเป็นการแสดงความรักในรูปแบบหนึ่ง

แล้ว ‘เวลาส่วนตัว’ ของแต่ละคนเป็นอย่างไร

สำหรับ Introvert แล้ว เวลาส่วนตัวอาจหมายถึงการได้อยู่คนเดียว อ่านหนังสือเงียบๆ หรือการได้ไปสถานที่โปรด ยกตัวอย่างวันส่วนตัวของ Ariel Fulhmer ที่เป็นทั้งดีไซเนอร์สาวและคุณแม่ลูกสอง เธอจองโรงแรมใกล้บ้านเพื่อนอนอ่านหนังสือ ดูทีวี จิบไวน์และนอนหลับเต็มอิ่ม 10 ชั่วโมง เธอบอกว่าโรงแรมไม่จำเป็นต้องหรูหราเลย แค่มีเตียงก็พอ เท่านี้ก็คลายความเหนื่อยจากการทำงานเต็มเวลา และการดูแลลูกเล็กถึงสองคนของเธอได้แล้ว

สำหรับ Extrovert อาจเป็นการสังสรรค์กับเพื่อนอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลถึงเรื่องที่บ้าน นักจิตวิทยาคลินิก Jodie Eisher มองว่าการมีเวลาส่วนตัวให้ประโยชน์หลายด้าน และในช่วงเวลาส่วนตัวของเธอเอง (เช่นการไปทานอาหารกลางวันกับเพื่อน) เธอจะบอกสามีไว้เสมอว่าห้ามติดต่อเด็ดขาด ยกเว้นมีเรื่องเร่งด่วนจริงๆ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม หรืออุบัติเหตุ

อย่างไรก็ตาม ในประเทศที่สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายแล้ว บริษัททัวร์หลายแห่งบอกว่าเทรนด์การเที่ยวคนเดียว หรือเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนเริ่มมีมากขึ้น จากที่แต่ก่อนมักจะเป็นการเที่ยวแบบครอบครัวใหญ่ๆ หรือเฉพาะคู่สามีภรรยา

เวลาส่วนตัวของแต่ละคนแตกต่างกันออกไป และไม่จำเป็นว่าต้องเป็นการไปเที่ยวไกลๆ หรือหายไปเป็นวันๆ เสียทุกครั้ง สำหรับบางคน แค่ได้ไปร้านหนังสือสัก 2-3 ชั่วโมงก็มีความสุขแล้ว

แล้วถ้าเราอยากอยู่คนเดียวบ้างล่ะ ทำอย่างไรดี

สื่อสารกับอีกฝ่ายให้ชัดเจนว่าความต้องการของเราคืออะไร ทำไมเราถึงต้องการเช่นนั้น อีกฝ่ายจะได้ไม่ตีความไปเองว่ามีปัญหาเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ 

หรือถ้าหากคนสำคัญของเราเป็นฝ่ายต้องการอยู่คนเดียวบ้าง เราควรให้เกียรติและสนับสนุนอีกฝ่าย จำไว้เสมอว่าการที่ใครสักคนอยากอยู่คนเดียวนั้น หมายความว่าเขาต้องการเวลาส่วนตัว ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีความสุขที่จะอยู่กับเรา

ในช่วงล็อกดาวน์ เราอาจจะต้องอยู่ในที่แคบๆ ไม่ได้ทำอะไรมากนัก และอยู่กับคนอื่นเกือบตลอดเวลา ไม่แปลกที่เราจะรู้สึกว่าเราช่างไร้ความสามารถ ทำอะไรไม่ค่อยเป็น การได้ใช้เวลากับตัวเองนั้นจะช่วยให้เรารู้สึก ‘เข้มแข็ง’ มากขึ้น เพราะเราได้ทำอะไรโดยไม่ต้องพึ่งใคร และเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่

และที่สำคัญที่สุดที่เวลาส่วนตัวจะให้เราได้นั้น คืออิสระและโอกาสในการรู้จักตัวเอง บางครั้งการที่เราถูกรายล้อมด้วยผู้อื่นมากไป เราอาจลืมตัวตนและความต้องการของคนที่สำคัญที่สุด ซึ่งก็คือ ‘ตัวเราเอง’

อย่าลืมหาเวลาส่วนตัวและทำความรู้จักตัวเองกันอีกครั้งนะ



อ้างอิง

https://nyti.ms/2V3rESN

#missiontothemoon

#missiontothemoonpodcast

#relationship

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

POPULAR

รีวิวหนังสือ: Principles

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ดีที่สุดเล่มนึงที่ผมเคยอ่านมาในชีวิต หนังสือเล่มนี้พลาดแล้วจะ”เสียใจ”ครับ

10 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต

บิล เกตส์ เขียนถึง 10 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตที่จะมาเปลี่ยนแปลง และพัฒนาโลกของเราให้ดียิ่งขึ้น

13 ข้อที่คนเข้มแข็งไม่ทำกัน

แท้จริงแล้วความเข้มแข็งของจิตใจคน ไม่ได้มาจากสิ่งที่เราทำ แต่มาจากสิ่งที่เรา "ไม่ได้ทำ" ต่างหาก
Tanyaporn Thasak
ผู้โดยสารคนหนึ่งบนยาน Mission To The Moon ที่หลงใหลในวรรณกรรม ภาพยนตร์ บทกวี การอ่าน การเขียน และการนอน