fbpx
INSPIRATION ขี้เกียจ (ให้พอดี) นั้นมีประโยชน์! เพราะความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นได้เมื่อเราหยุดพัก

ขี้เกียจ (ให้พอดี) นั้นมีประโยชน์! เพราะความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นได้เมื่อเราหยุดพัก

ความขี้เกียจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้สำหรับทุกคน แต่ทุกครั้งที่เอ่ยถึงเรื่องนี้ หลายคนมักมองความขี้เกียจในแง่ร้าย บ้างว่าสร้างนิสัยไม่ดี บ้างว่าทำลายประสิทธิภาพในการทำงาน และอีกมากมาย แต่รู้หรือไม่ว่าคนเก่งระดับโลกหลายคน เช่น ‘ว็อล์ฟกัง อมาเดอุส โมทซาร์ท’ ก็มีช่วงขี้เกียจเหมือนกัน โมทซาร์ทอธิบายไว้ว่า เขาแต่งทำนองเพลงใหม่ๆ ได้จากการรับประทานอาหาร ออกไปเดินเล่น หรือแม้ตอนกำลังจะเข้านอน
 
แม้แต่นักเขียนระดับโลกอย่าง ‘อกาธา คริสตี’ ยังเขียนในอัตชีวประวัติของเธอว่า ไอเดียในการเขียนนิยายของเธอนั้นมักผุดขึ้นในเวลาที่เธออาบน้ำ
“สำหรับฉันแล้ว ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นเมื่อเราอยู่เฉยๆ บางครั้งก็มาจากความขี้เกียจเสียด้วยซ้ำ” คริสตีกล่าว
 
นักจิตวิทยาหลายท่านนั้นดูจะเห็นด้วยกับแนวคิดของทั้งสอง เพราะงานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่า การขี้เกียจ “ในระดับที่พอดี” ช่วยให้เรามีความคิดสร้างสรรค์ เพราะเมื่อเราเลิกสนใจงานตรงหน้าแล้วไปทำอย่างอื่น สมองจะมีเวลา “ประมวลผล” และ “บ่มเพาะความคิด” สำหรับงานชิ้นก่อนหน้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้สูงขึ้น
 
 
ความคิดนั้นต้องใช้เวลาบ่มเพาะ
 
นั่งคิดหลายตลบแต่ยังแก้ปัญหาไม่ตก ทว่าพอหยุดทำไปสักพัก บางครั้งจู่ๆ วิธีแก้ก็พุ่งพรวดขึ้นมา นั่นเป็นเพราะสมองยังคงคิดเกี่ยวกับทำงานที่ทำก่อนหน้าโดยที่เราไม่รู้ตัว แม้จะหยุดทำงานตรงหน้าแล้วผละไปทำอย่างอื่นก็ตาม สิ่งนี้คือ “การบ่มเพาะของความคิด”
 
เหตุใดความคิดถึงผุดขึ้นเมื่อเราหยุดทำงานตรงหน้า? เพราะการจดจ่อกับบางสิ่งบางอย่างนั้นเป็นการบังคับสมองให้มองภาพหรือวิธีการในมุมเดียว การหยุดจดจ่อกับสิ่งเดิมและหันเหไปทำสิ่งอื่นช่วยให้สมองเกิดการเปิดกว้างทางความคิด การบ่มเพาะจะเกิดได้ดีที่สุดเมื่อเราทำสิ่งอื่นๆ ที่ง่าย แต่เราชื่นชอบหรือสนใจ
 
‘Benjamin Baird’ นักจิตวิทยาและทีมงานได้ทำงานการทดลองในปี 2012 โดยแบ่งอาสาสมัครเป็นสามกลุ่ม เมื่อทำงานที่ได้รับมอบหมายไประยะหนึ่ง กลุ่มแรกจะได้พักผ่อนไม่ต้องทำอะไร กลุ่มที่สองจะได้ทำงานเล็กน้อยที่ง่าย ขณะที่กลุ่มสุดท้ายจะต้องทำงานอีกชิ้นที่ยากกว่าชิ้นแรก ซึ่งทั้งสามกลุ่มจะมีเวลาทำงานทั้งหมด 12 นาที แล้วจะต้องกลับไปทำงานชิ้นแรก
 
ผลการทดลองพบว่า หลังจากกลุ่มที่สองได้ทำงานง่ายๆ นั้น ระดับความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาสำหรับงานชิ้นแรกเพิ่มขึ้นถึง 40% ขณะที่กลุ่มแรกและกลุ่มสามนั้นระดับความคิดสร้างสรรค์แทบไม่เพิ่มขึ้นเลย
 
Baird จึงสรุปว่า การหันเหความสนใจจากงานหลักไปทำงานเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ยากมากจะช่วยให้เรามีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น เพราะสมองได้มีเวลาบ่มเพาะความคิดนั่นเอง
 
 
เอ้อระเหยสักนิดช่วยให้งานออกมาดี
 
ศาสตราจารย์ ‘Jihae Shin’ และ ‘Adam Grant’ ทำการศึกษาวิจัยโดยให้อาสาสมัครคิดแผนงานว่า หากมีเงิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ พวกเขาจะเปิดบริษัทได้อย่างไร ในระหว่างทำแผนงานนั้นอาสาสมัครสามารถผ่อนคลายด้วยการเปิดวิดีโอรายการทอล์กโชว์ที่ Shin และ Grant เตรียมไว้ให้
 
ผลการทดลองพบว่า กลุ่มที่ดูรายการทอล์กโชว์ระหว่างพักนั้นจะคิดไอเดียใหม่ๆ ออกมาได้มากกว่ากลุ่มอื่นๆ และเมื่อไปสอบถามพนักงานและผู้บริหารจากบริษัทรับออกแบบในเกาหลีใต้เกี่ยวกับพฤติกรรมการทำงาน พบว่าพนักงานที่พักผ่อนหรือเอ้อระเหยบ้างในระหว่างทำงานนั้นมีไอเดียที่หลากหลายมากกว่าพนักงานที่มุ่งทำแต่งานเพียงอย่างเดียว
 
 
แล้วจะฆ่าเวลาอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ
 
เมื่อไหร่ที่เราคิดจะพัก เส้นตายหรือกำหนดส่งงานก็มักจะลอยขึ้นมาจนเราไม่กล้าหยุดทำงาน แต่อย่างที่กล่าวไปว่าการผละจากงานหลักไปทำอย่างอื่นนั้น ช่วยให้สมองเรามีเวลาบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้น เราจึงไม่ควรจะรู้สึกแย่แต่อย่างใดหากจะพักผ่อนสักนิดเพื่อให้ได้งานที่ดีกว่าเดิม
 
แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าต้องทำอะไรถึงจะช่วยบ่มเพาะความคิด “การเดิน” อาจเป็นทางเลือกที่ดี งานวิจัยของ ‘Marily Oppezzo’ และ ‘Daniel Schwartz’ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดพบว่า การเดินไม่ว่าจะในที่ร่มหรือที่แจ้งนั้น ช่วยให้สมองกลับมาสดชื่นและทำให้แนวคิดมีความหลากหลายมากขึ้น
 
ทว่าปัญหาอีกประการหนึ่งคือ การจะเดินหรือออกกำลังกายนั้นจำเป็นต้องมีพื้นที่มากในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่ว่าทุกบริษัทจะสามารถจัดหาพื้นที่เหล่านั้นให้กับพนักงานได้ อีกทั้งในปัจจุบันการทำงานแบบ Work From Home ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
 
แต่ใช่ว่าปัญหานี้จะไม่มีทางแก้ บริษัทอาจจะกำหนดชั่วโมงพักระหว่างทำงานให้พนักงาน หรือหากเป็นไปได้ ลองปรับปรุงออฟฟิศให้เหมาะแก่การทำงานและพักผ่อนไปพร้อมๆ กัน ก็จะเป็นการช่วยให้พนักงานไม่เครียดเกินไป และยังเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้วยเช่นกัน
 
 
ในยุคปัจจุบันที่การทำงานนั้นหลอมรวมกับการใช้ชีวิต และการแข่งขันพุ่งสูงขึ้นอย่างเป็นประวัติการณ์ แม้เราจำเป็นจะต้องพัฒนาคุณภาพของงานและศักยภาพขององค์กรขนาดไหน ก็อย่าลืมว่า ลูกทีมและพนักงานคือฟันเฟืองสำคัญ การที่เราได้พักจากโลกที่เร่งรีบบ้างนั้นส่งผลดีกว่าการตะบี้ตะบันทำโดยไม่หยุดพัก ขนาดเครื่องจักรยังต้องพักเครื่อง มนุษย์อย่างเราก็ต้องพักร่างกายบ้างเช่นกัน
 
 
แปลและเรียบเรียงจาก:
 
 

POPULAR

รีวิวหนังสือ: Principles

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ดีที่สุดเล่มนึงที่ผมเคยอ่านมาในชีวิต หนังสือเล่มนี้พลาดแล้วจะ”เสียใจ”ครับ

10 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต

บิล เกตส์ เขียนถึง 10 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตที่จะมาเปลี่ยนแปลง และพัฒนาโลกของเราให้ดียิ่งขึ้น

13 ข้อที่คนเข้มแข็งไม่ทำกัน

แท้จริงแล้วความเข้มแข็งของจิตใจคน ไม่ได้มาจากสิ่งที่เราทำ แต่มาจากสิ่งที่เรา "ไม่ได้ทำ" ต่างหาก