SOFT SKILL ช่วงนี้สุขภาพจิตเป็นอย่างไรบ้าง? รู้จัก 5 วิธี ฟื้นฟูสภาพจิตใจให้แข็งแกร่ง

ช่วงนี้สุขภาพจิตเป็นอย่างไรบ้าง? รู้จัก 5 วิธี ฟื้นฟูสภาพจิตใจให้แข็งแกร่ง

ในปัจจุบันที่เมื่อเราตื่นมาในทุกๆ วันก็เจอกับความตึงเครียดจากสถานการณ์การระบาด กังวลว่าวันนี้เราไม่สบายหรือเปล่า ไข้ขึ้นหรือยัง วิตกว่าเราจะติดหรือยังนะ พร้อมไปกับการที่เราต้องปรับมาเรียนและทำงานจากที่บ้าน บางคนก็ทำงานแบบ Work From Home เข้าเดือนที่ 4 กันแล้ว เมื่อตื่นมาก็เจอกับกิจวัตรเดิมๆ เห็นห้องเดิมๆ วิวเดิมๆ ไม่ได้ออกไปไหนมาไหนเหมือนแต่ก่อน จนเริ่มเกิดความเครียด รู้สึกว่าสุขภาพจิตก็เริ่มถดถอย 

ในหนังสือ ‘A Toolkit for Modern Life: 53 Ways to Look After Your Mind’ ก็ได้พูดถึง 5 เสาหลักของการมีสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งเราก็หวังว่าวิธีเหล่านี้จะช่วยให้หลายๆ คนที่กำลังรู้สึกสภาพจิตใจกำลังย่ำแย่จะมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นไม่มากก็น้อย ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง!

1. มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น (Connect)

ในหนังสือก็ได้ระบุไว้ว่า การที่เราจะมีสุขภาพจิตที่ดีได้จะต้องมีการเชื่อมต่อหรือปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นบ้าง (หนังสือถูกเขียนก่อนเกิดการระบาด) ซึ่งนี่ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักว่าทำไมหลายๆ คนในช่วงนี้ถึงมีสุขภาพจิตที่แย่ลง เพราะแน่นอนว่ามนุษย์เราทุกคนเป็นสัตว์สังคม ทำให้การที่เราถูกแยกตัวออกมาจากสังคม มีผลต่อทั้งสุขภาพกายและใจของเรา 

ประเด็นสำคัญคือ แล้วจะทำอย่างไรในช่วงภายใต้การระบาดเช่นนี้ที่เราไม่สามารถออกไปเจอใครได้เลย?

สิ่งที่เราพอสามารถทำได้คือการใช้เครื่องมือที่เรามีให้เป็นประโยชน์ที่สุด ถึงแม้ว่ามันจะเทียบกับการไปเจอกันแบบตัวต่อตัวไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการโทรศัพท์หา การวิดีโอคอลหาเพื่อนหรือครอบครัว หรือทางฝั่งองค์กรเองก็อาจจะช่วยพนักงานให้พนักงานมีการเชื่อมต่อระหว่างกัน โดยการจัดกิจกรรมให้พนักงานมาพูดคุยเล่นกันนอกเหนือจากเรื่องงานได้อีกด้วย

2. เคลื่อนไหวให้มากเข้าไว้ (Active)

การเคลื่อนไหวยังช่วยให้เรามีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นได้เช่นเดียวกัน ในช่วงของการ Work From Home เชื่อว่าหลายๆ คนก็ไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายอะไรมาก บางคนตื่นมาก็แค่ย้ายตัวเองจากเตียงไปโต๊ะทำงาน แล้วก็นั่งอยู่ตรงนั้นทั้งวัน จะขยับทีก็แค่ลุกไปกินข้าวหรือไปห้องน้ำเท่านั้น

อาจจะลองพยายามเคลื่อนไหวตัวให้มากกว่าเดิม หากิจกรรมใหม่ๆ ทำ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้ การออกกำลังกาย ทำงานบ้าน จัดของ จัดห้อง หรือแม้แต่การพาสัตว์เลี้ยงออกไปเดินเล่น (ถ้าหากระแวกบ้านปลอดภัยและมีคนจำนวนไม่มาก สิ่งสำคัญคือต้องป้องกันตัวเองให้ดีที่สุด) หรือถ้าใครทำงานจากที่บ้าน พอผ่านไปชั่วโมงหนึ่งก็อาจจะลุกจากโต๊ะทำงานสักหนึ่งรอบ พยายามที่จะเคลื่อนไหวให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

3. มีสติรู้ตัว (Aware)

ในหนังสือได้พูดไว้ว่า ถ้าหากเราไม่มีสติอยู่กับปัจจุบัน ใจเราจะกังวลกับอดีตและอนาคต ดังนั้น การมีสติอยู่กับตัวและโฟกัสกับปัจจุบันจะทำให้เราไม่ฟุ้งซ่าน 

การที่เราจะฝึกสติได้ก็สามารถทำได้โดยการนั่งสมาธิ หรือการทำกิจกรรมที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์เยอะๆ เพราะมันจะช่วยให้เรานั้นโฟกัสและอยู่กับปัจจุบันได้ดีขึ้น อย่างเช่น การวาดภาพ การเล่นดนตรี การเล่นบอร์ดเกม หรือแม้แต่การออกกำลังกายบางประเภทที่ใช้สมาธิเยอะๆ ก็ช่วยได้ อย่างเช่น การตีแบดหรือการตีปิงปอง เป็นต้น

4. เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ (Learn)

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ผู้เขียนได้ระบุไว้คือ เราจะต้องมีการเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ เพื่อที่ให้สมองของเรานั้นทำงานและสร้างทางเชื่อมประสาทใหม่ๆ

หลายๆ คนอาจจะคิดว่าการเรียนรู้จะต้องมาพร้อมกับความเครียด จะต้องเป็นการนั่งลงหน้าจอแล้วเรียน แต่จริงๆ แล้วการเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ในที่นี้ก็อาจจะไม่ต้องเป็นเรื่องวิชาการอะไรและสามารถทำในวิธีที่สร้างสรรค์หรือวิธีที่เราชอบก็ได้ ทางผู้เขียนก็ได้ยกตัวอย่างที่เคยทำมา อย่างคนที่ชอบเรื่องอาหาร ก็สามารถเรียนรู้เรื่องอาหาร ผ่านการลองทำ ลองชิม ลองแยกให้ได้ว่ารสอะไรเป็นรสอะไร ลองหาสิ่งที่เราชอบแล้วเรียนรู้ผ่านกิจกรรมก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้การเรียนรู้ไม่น่าเบื่อและไม่เครียด 

5. ให้ ช่วยเหลือ และแบ่งปัน (Give)

การให้ในที่นี้อาจจะไม่ได้หมายถึงการให้ในเชิงการกุศลหรือการออกไปช่วยเหลือคนอย่างเดียว แต่การให้ในที่นี้หมายถึงการให้ความช่วยเหลือแนะนำ การช่วยเล็กๆ น้อยๆ การให้ความเห็นอกเห็นใจ หรือแม้แต่การนั่งฟังใครสักคนหนึ่งบอกเล่าเรื่องปัญหาชีวิต ก็นับว่าเป็นการให้เช่นเดียวกัน ซึ่งการให้แบบนี้ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพจิตของเรา ให้ทั้งความอิ่มอกอิ่มใจและช่วยให้เราหลั่งสารแห่งความสุขออกมา

ในช่วงเวลาเช่นนี้ที่ใครรู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ลงก็อาจจะลองเอาทั้ง 5 เสาหลักนี้ไปปรับใช้ ก็อาจจะช่วยฟื้นฟูสุขภาพจิตของเราให้ดีขึ้นไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ก็อยากให้ทุกคนลองมอนิเตอร์ความรู้สึก สภาพจิตใจของตัวเองอยู่บ่อยๆ เสพข่าวแต่พอดี ถ้ารู้สึกว่าจิตใจหดหู่เกินไปก็อาจจะพักการดูข่าวหรือดูโซเชียลไปก่อน เมื่อพร้อมก็ค่อยกลับเข้าไปใหม่ 

ขอให้ทุกคนระมัดระวังตัวและอย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยภายใต้สถานการณ์เช่นนี้

บทความนี้ถอดมาจากพอดแคสต์ 5M EP.922  | จะมีสุขภาพจิตที่ดีได้อย่างไร? 

สามารถไปรับฟังในรูปแบบเสียงได้ผ่านลิงก์นี้: https://bit.ly/3rWdLm7

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

#selfimprovement

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

POPULAR

รีวิวหนังสือ: Principles

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ดีที่สุดเล่มนึงที่ผมเคยอ่านมาในชีวิต หนังสือเล่มนี้พลาดแล้วจะ”เสียใจ”ครับ

10 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต

บิล เกตส์ เขียนถึง 10 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตที่จะมาเปลี่ยนแปลง และพัฒนาโลกของเราให้ดียิ่งขึ้น

13 ข้อที่คนเข้มแข็งไม่ทำกัน

แท้จริงแล้วความเข้มแข็งของจิตใจคน ไม่ได้มาจากสิ่งที่เราทำ แต่มาจากสิ่งที่เรา "ไม่ได้ทำ" ต่างหาก
Apichaya Jatutain
หญิงสาวผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวและหาเพลงฟังเป็นชีวิตจิตใจ หลงใหลในการกินชานม