SOFT SKILL5 บทเรียน ของการเป็น “ผู้นำที่ดีขึ้น” จาก 5 ผู้นำจากหนังและซีรีส์

5 บทเรียน ของการเป็น “ผู้นำที่ดีขึ้น” จาก 5 ผู้นำจากหนังและซีรีส์

เชื่อว่าทุกคนต้องเคยสัมผัสกับ “ผู้นำ” มาแล้วในทุกช่วงเวลาของชีวิต ไม่ว่าจะตั้งแต่เด็กจนโต เราก็จะมีคนหนึ่งคนที่คอยนำทางให้กับเรา แต่หลายคนอาจจะไม่คาดคิดว่า เมื่อถึงวัยๆ หนึ่ง เราอาจจะต้องกลายมาเป็นผู้นำเสียเอง ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือผู้นำทีมในที่ทำงานก็ตาม

และเมื่อถึงวันนั้น พวกเราก็คงมีนิยามของผู้นำในแบบฉบับที่เราอยากจะเป็นอยู่บ้าง อิงจากผู้นำที่เราเคยเห็น หรือเคยมีประสบการณ์เรียนรู้ด้วยตัวเองมาแล้ว เช่น พ่อแม่ คุณครู ประธานรุ่น CEO บริษัท ไปจนถึงผู้นำประเทศต่างๆ แล้วนำคุณสมบัติที่เราชอบในตัวพวกเขา มาสร้างสไตล์ ก่อร่างสร้างตัวในการเป็นผู้นำของตัวเราเองขึ้นมา

แต่นอกจากการเรียนรู้คุณสมบัติของผู้นำที่ดีในชีวิตจริงแล้ว ภายในโลกของภาพยนตร์และซีรีส์ต่างๆ นั้น ก็เป็นแหล่งรวมตัวละครมากมาย ที่เป็นตัวอย่างของผู้นำ ทั้งในแง่มุมของการเป็นผู้นำที่ดีและร้าย ซึ่งในวันนี้เราจะมาดูกันถึง 5 บทเรียนในการที่เราจะสามารถเป็นผู้นำที่ดีขึ้นได้ จาก 5 ผู้นำในภาพยนตร์และซีรีส์เหล่านี้กัน

หากใครอ่านบทความนี้จบแล้ว และอยากที่จะพัฒนาทักษะ “ความเป็นผู้นำ” ให้กับตัวเอง พบกับ 2 คอร์สออนไลน์ล่าสุดจาก “Mission Academy” ภายใต้คอนเซปต์ “The Future Upskilling” ที่จะช่วยปลุกความโปรดักทีฟให้กับตัวเอง สร้างแรงบันดาลใจ และพัฒนาทักษะของการเป็นผู้นำในด้านต่างๆ เตรียมพร้อมรับโลกการทำงานในอนาคต
[ ] Enhancing Productivity in the Digital Era by Rawit Hanutsaha
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สนี้: https://bit.ly/3cGGDLg
[ ] Improving Leadership Skills for the Future by Dale Carnegie Thailand
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สนี้: https://bit.ly/3PXsdFd

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Mission Academy และคอร์สเรียนอื่นๆ ได้ที่: https://bit.ly/3PQTJ7a
ที่มา:
https://bit.ly/3cycLRj
https://bit.ly/3ct2TIu
https://bit.ly/3OCvKHD
https://bit.ly/3vhg8mb
https://bit.ly/3PTEfiC
https://bit.ly/3PB2a6I

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#softskill
#leadership

ผู้นำที่ไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด แต่ทำให้กลุ่มคนที่เก่งที่สุด ทำงานร่วมกันได้ | Nick Fury

1. Nick Fury, Marvel Cinematic Universe

ใครเป็นแฟนคลับอเวนเจอร์ส คงคุ้นเคยกับชื่อของ “นิค ฟิวรี” กันเป็นอย่างดี เพราะเขาคือผู้นำของกลุ่มอเวนเจอร์ส ผู้รวบรวมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ที่กระจัดกระจายกันตามที่ต่างๆ ให้มารวมพลังกันปกป้องโลก แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นหัวหน้าของเหล่าฮีโร่ที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาล เขาไม่จำเป็นต้องมีพลังพิเศษอะไรเหมือนกับตัวละครอื่นๆ เป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาทั่วไปเท่านั้น

นิค ฟิวรี มีคุณสมบัติของผู้นำที่ยอดเยี่ยมมากมาย แต่หนึ่งในคุณสมบัติผู้นำที่ดีที่สุดของตัวเขาก็คือ เขาสามารถบริหารจัดการคนรอบตัวได้อย่างดีเยี่ยม โดยนิค ฟิวรี มีลูกน้องเก่งๆ เต็มไปหมดอย่าง ฮอว์กอาย แบล็ควิโดว์ หรือโคลสัน ซึ่งพวกเขาก็รู้ดีว่าลูกน้องของเขาคนไหนมีจุดเด่นเรื่องอะไรและต้องไปทำภารกิจแบบไหนถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

นอกจากกลุ่มลูกน้องโดยตรงของเขา นิคยังสามารถบริหารจัดการลูกน้องเฉพาะกิจอย่างกลุ่มอเวนเจอร์ส ที่มีแต่ซูเปอร์ฮีโร่ที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถ อีโก้ และความเอาแต่ใจตัวเอง ซึ่งนิค ฟิวรีไม่เคยพยายามไปสอนว่าฮีโร่เหล่านี้ควรสู้กับผู้ร้ายอย่างไร แต่เขารู้ว่าจะสามารถกระตุ้นไฟภายในตัวของฮีโร่แต่ละคนอย่างไร เพื่อที่จะทำให้ทุกๆ คนสามารถลดอีโก้ของตัวเองลงมา ทำงานร่วมกันจนภารกิจสำเร็จหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งนิค ฟิวรีเองก็จะพยายามคอยช่วยอยู่ห่างๆ เพื่อเป็นกองหนุน รวมถึงเตรียมแผนสำรองไว้อยู่ตลอดเวลาเพื่อรองรับทุกสถานการณ์

บทเรียนการเป็นผู้นำอื่นๆ ของนิค ฟิวรี
[ ] มีแผนสำรองอยู่เสมอ
[ ] สร้างคุณค่าให้ทุกคนในทีม
[ ] คอยชี้นำ ผลักดัน และหาแรงบันดาลใจของทุกคนอยู่เสมอ

ผู้นำคือผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคน เพื่อความเปลี่ยนแปลงได้ | Katniss Everdeen

2. Katniss Everdeen, The Hunger Games

ตัวละครเอกประจำภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนิยายในชื่อเดียวกัน The Hunger Games โดย “แคตนิส เอเวอร์ดีน” คือชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเขต 12 ซึ่งเป็นเขตที่ยังชีพด้วยทำเหมืองถ่านหินและมีความยากจนมากที่สุดในประเทศพาเน็ม ซึ่งแคตนิสได้อาสาเข้าแข่งขันเกมล่าชีวิต หรือ The Hunger Games ซึ่งในท้ายสุดแคตนิสได้เป็นผู้ชนะการแข่งขันคู่กับพีต้า มัลลาร์ก จากไหวพริบของเธอในการกดดันผู้คุมเกมให้มีผู้ชนะสองคน แทนที่จะเป็นคนเดียว

จากนั้น เธอได้กลายมาเป็นผู้จุดกระแสต่อต้านเมืองแคปิตอล ที่เป็นเมืองหลวงของประเทศพาเน็มและเข้าร่วมกับมอกกิ้งเจย์ กลุ่มปฏิวัติที่จะก่อกบฏต่อแคปิตอล เธอได้กลายมาเป็นความหวังของประชาชนทุกคนที่อยู่ภายใต้การปกครองของแคปิตอล เธอเป็นผู้นำที่ถูกจัดอยู่ในประเภท “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” หรือ Transformational Leadership

คุณสมบัติหลักของผู้นำแบบ Transformational Leadership คือคนเป็นผู้ชี้ทางเดินและบอกองค์กรว่าต้องทำอย่างไรให้บรรลุเป้าหมาย นอกจากนี้ต้องเป็นผู้นำที่สร้างความเชื่อมั่นจากพนักงานทุกคนให้ได้ เพื่อที่ว่าทุกคนจะสามารถร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเราสามารถเห็นคุณลักษณะเหล่านี้ภายในตัวแคตนิส เพราะว่าเธอมักจะเป็นผู้นำในการลุกขึ้นสู้เพื่อความเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งเรื่อง ตั้งแต่ภาคแรกจนภาคสุดท้าย

บทเรียนการเป็นผู้นำอื่นๆ ของ แคตนิส เอเวอร์ดีน
[ ] มีเพื่อนที่ไว้ใจได้อยู่เสมอ เป็นสิ่งที่ดี
[ ] รู้จักหาพันธมิตร อย่างชาญฉลาด
[ ] ความจริง คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

Advertisements

ผู้นำควรให้โอกาสที่สองกับทุกคนเสมอ | Park Sae Roy

3. Park Sae Roy, Itaewon Class

หนึ่งในซีรีส์เกาหลีในดวงใจของใครหลายคนอย่าง Itaewon Class ซึ่งเชื่อว่าหลายคนคงจำ “พัคแซรอย” ได้ พัค แซรอยนับว่าเป็นตัวละครที่มีคนรักและอยากเอาอย่างมากที่สุดตัวละครหนึ่งในซีรีส์นี้ โดยภายในเรื่องเขาได้เจอกับเหตุการณ์สะเทือนใจครั้งใหญ่ของชีวิต ทำให้สูญเสียพ่ออันเป็นที่รัก แถมยังต้องเข้าคุกไปเสียอีก แต่หลังจากที่เขาออกมาจากคุก เขาก็ได้ตั้งเป้าในการเป็นที่ 1 ในวงการร้านอาหารให้ได้

เขาได้ตั้งร้านอาหารเล็กๆ ของเขาขึ้นมาชื่อว่า Danbam ที่ที่เขามีลูกน้องอยู่เพียงหยิบมือ และด้วยความที่ทุกคนเป็นมือใหม่ในด้านการทำร้านอาหารทั้งหมด พวกเขาทุกคนจึงก่อความผิดพลาดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการมือเรื่องกับลูกค้า การเสิร์ฟอาหารที่ไม่ดี รวมถึงการพยายามทำอะไรลับหลังเขา แต่แทนที่จะลงโทษ เขากลับเชื่อใจและมอบโอกาสให้ลูกน้องของเขาทุกคนได้พิสูจน์คุณค่าของตัวเองอีกครั้ง

นอกจากนี้ พัค แซรอยยังเป็นอีกหนึ่งหัวหน้าที่ลูกน้องรักเป็นอย่างมากและไม่ลืมคนที่ล่มหัวจมท้ายกับเขามา แถมยังไม่เคยถือตัวใดๆ กับลูกน้องถึงแม้จะประสบความสำเร็จแล้ว และยังใส่ใจความเป็นอยู่ของเหล่าลูกน้องเหมือนครอบครัว รวมถึงมีเป้าหมายทางจริยธรรมที่ชัดเจนจนใครๆ ก็ต้องนับถือ

บทเรียนการเป็นผู้นำอื่นๆ ของ พัค แซรอย
[ ] หากเราไม่รู้อะไร ให้หาผู้เชี่ยวชาญมาช่วย
[ ] ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน
[ ] อดทน ขยัน และไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

Advertisements

ผู้นำสามารถเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมๆ กับลูกน้องได้ | Raymond Holt

4. Raymond Holt, Brooklyn-99

“เรย์มอนด์ โฮลท์” คือหนึ่งในตัวละครซีรีส์ซิตคอมยุคใหม่ที่ได้รับความนิยมที่สุดอย่าง Brooklyn-99 โดย เรย์มอนด์ โฮลท์ คือกัปตัน (ร้อยเอก) ของสถานีตำรวจที่ 99 ในเมืองนิวยอร์ก ที่เขาต้องคอยบังคับบัญชาเหล่าลูกน้องสุดรั่วและวุ่นวายทั้งหลายให้ทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ถูกต้อง

กัปตันโฮลท์ เป็นตัวอย่างของกัปตันที่มีแนวคิดในการทำงานและเป้าหมายที่ชัดเจน เขามีประสบการณ์ถูกเหยียดมากมายในอดีตด้วยความที่ว่าเขาเป็นคนผิวดำที่เป็นเกย์อย่างเปิดเผย โดยช่วงแรกของการมาทำงานที่สถานีตำรวจ 99 เขาดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าที่ไม่ยืดหยุ่นและตรงเกินไป จนโดนลูกน้องแซวว่าเป็นหุ่นยนต์ แต่หลังจากทำงานไปได้สักพัก เขาเริ่มเรียนรู้อุปนิสัยของลูกน้องแต่ละคนทีละน้อย รู้ว่าใครมีประโยชน์ในการทำคดีแบบไหน แม้กระทั่งกับลูกน้องที่ดูจะไร้ประโยชน์ที่สุดยอด ฮิตช์ค็อกกับสกัลลี กัปตันโฮลท์ก็ยังหางานที่มีความหมาย ให้พวกเขาทำได้

สิ่งสำคัญของการเป็นผู้นำแบบกัปตันโฮลท์ก็คือเขาเป็นตำรวจที่เก่งกาจมากความสามารถ แต่ก็ยังยอมรับฟังความเห็นของลูกน้อง โดยหลายครั้งที่แม้เขาจะดูหัวแข็ง แต่ถ้าเกิดลูกน้องมีความเห็นที่ดีจริงๆ เขาก็จะรับฟังมันและนำไปปรับใช้ อีกทั้งเขาเองก็มักที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยลูกน้องยามที่พวกเขาต้องการ รวมถึงยอมที่จะรับความช่วยเหลือจากผู้อื่นและพยายามที่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกน้องทุกๆ คนอย่างจริงใจ จนสุดท้ายสถานีตำรวจที่ 99 ก็มีแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีคุณภาพ แถมตัวเขาก็เติบโตไปพร้อมๆ กับมัน

บทเรียนการเป็นผู้นำอื่นๆ ของ กัปตัน เรย์มอนด์ โฮลท์
[ ] ความเชื่อใจ ต้องให้ก่อนถึงจะได้มา
[ ] จงยืนหยัดในสิ่งที่ตนเองเชื่อมั่น
[ ] ความยืดหยุ่นคือสิ่งที่ดี แต่ต้องมีข้อจำกัด

ผู้นำที่ทุกคนเกลียดชัง ไม่เคยมีจุดจบที่ดี | Joffrey Baratheon

5. Joffrey Baratheon, Game of Thrones

หนึ่งในตัวละครซีรีส์ที่คนเกลียดมากที่สุดตลอดกาล “จอฟฟรีย์ บาราเทียน” จากซีรีส์ชิงบัลลังก์ชื่อดังอย่าง Game of Thrones ที่นับว่าเป็นตัวอย่างชั้นดีของสิ่งที่ผู้นำทุกคน “ไม่ควรทำ”

จอฟฟรีย์ บาราเทียน คือผู้สืบต่อตระกูลบาราเทียนบนบัลลังก์เหล็ก เป็นราชาของดินแดนเวสเทอรอส ต่อจากพ่อของเขา โรเบิร์ต บาราเทียน ซึ่งจอฟฟรีย์นั้นไม่ได้เป็นพระราชาอย่างที่ใครหวังเลย เพราะว่าเขาไม่ยอมทำการทำงาน เอาแต่มั่วผู้หญิง ใช้ชีวิตเล่นสนุกไปวันๆ ผลาญเงินภาษีของประชาชนไปเรื่อยๆ กับของสวยๆ งามๆ เขาเป็นพระราชาที่เอาแต่ใจ ไม่ได้สนถึงความเป็นอยู่ของประชาชนเลยแม้แต่น้อย

หากใครเป็นแฟนซีรีส์ Game of Thrones นี้แล้วล่ะก็ จะเป็นอย่างดีเลยว่า จอฟฟรีย์ถูกจัดให้อยู่ในหมวดหมู่ของผู้ประเภท Toxic Leadership เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนที่เห็นแก่ตัว หมกมุ่นอยู่กับอำนาจ ข่มเหงรังแก และฆ่าคนที่เห็นต่างขัดแย้งกับเขา ซึ่งไม่ใช่คุณสมบัติของคนเป็นผู้นำที่ดีเลยแม้แต่น้อย แถมยังถูกเหล่าขุนนางหลอกปั่นหัวได้ง่ายๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นตัวอย่างชั้นดีของผู้นำยอดแย่ที่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรทำตามเป็นอย่างยิ่ง

บทเรียนการเป็นผู้นำอื่นๆ ของ จอฟฟรีย์ บาราเทียน
[ ] ความรุนแรงไม่ใช่คำตอบ
[ ] การปกครองด้วยความกลัว ไม่เคยยั่งยืน
[ ] คนที่เห็นต่างกับเรา ไม่ได้แปลว่าเขาคือศัตรูเสมอไป

 

Advertisements
Mission To The Moon
Mission To The Moon
พื้นที่ที่สร้างขึ้นเพื่อแบ่งบันเรื่องราวเกี่ยวกับการทำธุรกิจ การตลาด แรงบันดาลใจ และข้อคิดในการใช้ชีวิต

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า