INSPIRATION ถ้าการเติบโตเป็นผู้ใหญ่มันยากนัก ให้เวลาตัวเองกลับไปเป็นเด็กบ้างก็ดี รู้จักกับอาการ 'Nostalgia'

ถ้าการเติบโตเป็นผู้ใหญ่มันยากนัก ให้เวลาตัวเองกลับไปเป็นเด็กบ้างก็ดี รู้จักกับอาการ ‘Nostalgia’

ตอนเป็นเด็ก เราได้แต่เฝ้ารอคอยวันเวลาที่จะได้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ จากวันแรกที่ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียน จนกระทั่งวันสุดท้ายที่ก้าวออกมาเริ่มทำงาน

แต่เราในตอนนี้ กลับดูไม่เหมือนผู้ใหญ่ที่เราเคยวาดฝันไว้ว่าจะเป็นเมื่อ 10-20 ปีก่อนเลยสักนิด..

จากเด็กคนนั้นที่เต็มไปด้วยความฝัน สู่วันนี้ที่ก็ยังคงเป็นแค่เด็กคนเดิมที่ตัวตนและความฝันค่อยๆ ร่วงหล่นหายไปทีละนิดตามระยะเวลาที่เพิ่มเข้ามา

เพราะความเครียด ความกดดัน และความรับผิดชอบมาพร้อมกับวัยวุฒิที่มากขึ้น ในบางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงวัยเยาว์ เพียงแค่ได้วิ่งเล่นกับเพื่อน นั่งดูการ์ตูน นอนฟังนิทานก่อนนอน ไม่เห็นต้องมีเรื่องให้คิดมากเหมือนตอนนี้เลย

ความรู้สึกโหยหาช่วงเวลาในอดีตเช่นนี้มีชื่อเรียกทางจิตวิทยาว่า ‘Nostalgia’

ในอดีตอาการ Nostalgia เคยถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอาการทางจิตอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ย้ายถิ่นฐาน คล้ายกับอาการคิดถึงบ้าน (Homesick) จนต่อมาพบว่า Nostalgia เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปกับทุกคน อีกทั้งยังส่งผลดีต่อจิตใจอีกด้วย ในปัจจุบันจึงมีการใช้คำนี้สื่อถึงความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจเมื่อนึกถึง สถานที่ ผู้คน หรือเหตุการณ์บางสิ่งบางอย่างที่เคยประสบพบเจอในอดีต

นักจิตวิทยา Clay Routledge กล่าวถึงในงานวิจัย Nostalgia: Content, Triggers, Functions ไว้ว่า ภาวะความรู้สึก Nostalgia สามารถทำให้เกิดความรู้สึกทางบวก ทำให้รู้สึกเชื่อมโยงกับคนอื่นๆ ในสังคม ส่งเสริมให้มองเห็นถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตในแง่ดี มากกว่าจมอยู่กับความรู้สึกแย่ที่เจอมา

เพราะบางครั้งการนำความทรงจำเก่าๆ ให้หวนกลับมาอีกครั้ง อาจสามารถช่วยเป็นยาสมานแผลให้ลืมความเจ็บปวดของความเป็นผู้ใหญ่ที่พบเจอในชีวิตประจำวันไปได้

พอได้นึกถึงช่วงเวลาดีๆ ในอดีตแล้ว ก็อย่าลืมลองคิดแบบ ‘เด็กๆ’ เหมือนตอนนั้นดูบ้างก็ดี การปล่อยจินตนาการในวัยเด็กให้ออกมาโลดแล่นอีกครั้ง และกลับไปเป็นเด็กอีกสักที จะร้องไห้หรือหัวเราะกับเรื่องไร้สาระแบบเด็กๆ สักเรื่องสักครั้งก็ไม่เห็นจะเป็นไร 

เพราะมีผลการวิจัยจาก Darya Zabelina และ Michael Robinson บอกว่า ยิ่ง ‘ทำตัวเป็นเป็นเด็ก’ ยิ่งช่วยเพิ่ม ‘ความคิดสร้างสรรค์’ ได้ เพราะความไร้เดียงสาแบบเด็กๆ ทำให้เป็นคนกล้าคิด กล้าถาม ช่างสงสัย ช่างสังเกต และกล้าที่จะแสดงอารมณ์ต่างๆ ในขณะที่ความเป็นผู้ใหญ่ ทำให้ต้องจำกัดอยู่เพียงแต่ในกรอบชุดความคิดเล็กๆ ด้วยข้อจำกัดต่างๆ และไม่กล้าที่จะแสดงออกอารมณ์ออกมา

หากมีเวลา ลองกลับมาให้เวลากับตัวเองวันละครั้ง ลองถามตัวเองในแต่ละวัน “วันนี้เป็นยังไงบ้าง?” ถ้าอยากร้องไห้ หัวเราะ กลัว เสียใจ ก็เพียงแค่ปลดปล่อยอารมณ์นั้นออกมา เป็นผู้ใหญ่แล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าจะแสดงความรู้สึกออกมาเป็นเด็กไม่ได้เสียหน่อย

แล้ววันนี้คุณได้กลับไปเป็นเด็กแล้วหรือยัง..

อ้างอิง:

https://bit.ly/3q2Byja

https://bit.ly/3cQSuE2

https://bit.ly/3wzSW1c


#missiontohemoon

#missiontothemoonpodcast

#พอดแคสต

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

POPULAR

รีวิวหนังสือ: Principles

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ดีที่สุดเล่มนึงที่ผมเคยอ่านมาในชีวิต หนังสือเล่มนี้พลาดแล้วจะ”เสียใจ”ครับ

10 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต

บิล เกตส์ เขียนถึง 10 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตที่จะมาเปลี่ยนแปลง และพัฒนาโลกของเราให้ดียิ่งขึ้น

13 ข้อที่คนเข้มแข็งไม่ทำกัน

แท้จริงแล้วความเข้มแข็งของจิตใจคน ไม่ได้มาจากสิ่งที่เราทำ แต่มาจากสิ่งที่เรา "ไม่ได้ทำ" ต่างหาก
Naphatsawan Sitthitham
นักศึกษาฝึกงานจากคณะศิลปศาสตร์ แต่ใจอยากเทิร์นมาสายธุรกิจ สนใจด้านการตลาดและจิตวิทยา