ENTERTAINMENTรู้หรือไม่? Sir Isaac Newton เป็นทาสแมวและเป็นผู้คิดค้น “ประตูแมว (Pet Door)”

รู้หรือไม่? Sir Isaac Newton เป็นทาสแมวและเป็นผู้คิดค้น “ประตูแมว (Pet Door)”

Sir Isaac Newton หรือที่เรารู้จักกันดีในฐานะหนึ่งในบุคคลที่สำคัญที่สุดของโลกวิทยาศาสตร์ กับการค้นพบกฎแรงโน้มถ่วงของโลก และต่อมาได้ชื่อเป็น “กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน” บิดาแห่งวงการฟิสิกส์ และที่สำคัญเขายังเป็นคนคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นสุดยอดแห่งมนุษยชาติไว้อีกด้วย นั่นก็คือประตูแมว หรือที่ต่อมาจะถูกเรียกรวมๆ ว่าเป็น Pet Door

และแน่นอนว่านอกจาก Isaac Newton จะเป็นอัจฉริยะแล้ว เขายังเป็นทาสแมวอีกด้วย ย้อนกลับไปในช่วงชีวิตของนิวตัน (ค.ศ.1642 – 1727) เขาเป็นผู้ที่ทุ่มเทกับวิทยาศาสตร์และการทดลองต่างๆ เป็นอย่างมาก 

เขามักจะขึ้นไปที่ห้องใต้หลังคาเพื่อทำการทดลองต่างๆ โดยห้องใต้หลังคานี้จะเป็นห้องทึบที่มีประตูบานเดียวเป็นช่องแสงเมื่อเปิดประตู แล้วแมวของเขาก็ชอบที่จะร้องขอให้พามันเข้าหรือออกจากห้องประจำ จนทำให้การทดลองของเขาบางครั้งต้องพังลงเพราะมีแสงเข้าซะก่อน

Advertisements

เขาจึงปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้ว่า แทนที่เขาจะต้องมาคอยเปิดๆ ปิดๆ ประตูให้เหล่าเจ้านายเอาแต่ใจพวกนี้ ทำไมเขาไม่ให้มันเปิดประตูเองซะเลย จากนั้นนิวตันจึงเริ่มตัดช่องเล็กๆ ที่ประตู จากนั้นก็ปิดด้วยผ้าสักหลาดที่ข้างบนยึดกับบานประตูไว้

กลายเป็นว่าพอมีบานประตูแมวเพิ่มเข้ามา เหล่าเจ้านายตัวน้อยก็เดินเข้าออกได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องรบกวน ส่วนนิวตันเองก็มีสมาธิจดจ่ออยู่กับการทดลองที่เขาสนใจ มีความสุขกันทั้งสองฝ่าย

แต่! ว่ากันว่าแม้แต่อัจฉริยะเองก็มีจุดบอดได้เหมือนกัน เมื่อเขาพบว่าผลงานชิ้นนี้ของเขานั้นมีข้อเสียใหญ่ๆ อยู่นั่นก็คือขนาดของมันไม่สามารถทำให้ลูกแมวตัวเล็กๆ ลอดผ่านเข้ามาได้เพราะมันอยู่สูงเกินไป นิวตันจึงแก้ปัญหาด้วยการเจาะรูเล็กๆ เพิ่มลงไปเป็นขนาดที่พอดีกับลูกแมวตัวเล็กๆ ให้สามารถเข้า-ออกได้

Advertisements

น่าคิดว่าถ้าหาก ไอแซก นิวตัน ไม่สามารถคิดค้นประตูแมว ที่เคยเป็นปัญหากวนใจเขาอยู่นานได้ เขาอาจจะไม่สามารถค้นพบทฤษฎีมหัศจรรย์ต่างๆ ที่เป็นมรดกตกทอดถึงทุกวันนี้ก็เป็นได้ (เพราะมัวแต่เปิดประตูให้แมวเข้าๆ ออกๆ)

FYI: The Oxford English Dictionary ได้จดทะเบียนคำศัพท์คำว่า “Cat Flap” ในปี 1957 และ “Cat Door” ในปี 1959 แต่คนส่วนใหญ่นิยมเรียกรวมๆ กันว่า Pet Door มากกว่า

แปลและเรียบเรียงจาก
https://bit.ly/3xXia9y
https://bit.ly/37VJNVU

#missiontopluto
#missiontoplutopodcast
#brief

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/category/entertainment/

Advertisements

Lastest

Metaverse กับการช่วยเหลือจิตใจ มุมมองที่หลายคนอาจมองข้ามไป

“แต่จริงๆ แล้ว Metaverse อาจช่วยชีวิตคนก็เป็นได้” นี่อาจฟังดูเป็นประโยคที่เป็นไปไม่ได้จากอีลิตที่ชื่นชอบในเทคโนโลยี แต่จริงๆ แล้ว Metaverse สามารถทำให้เราเข้าใจและรับมือกับความเจ็บปวด ความเศร้าและอคติในสังคมได้มากขึ้น

Arcane ผลงาน ‘มาสเตอร์พีซ’ จากค่ายเกมที่ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม!?

เปิดจักรวาลความบันเทิงครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม กับซีรีส์ที่หยิบยกเนื้อหามาจากเกม LoL (League of Legends) โดย Riot Games ค่ายเกมผู้ถูกตั้งแง่โดยแฟนๆ ว่า “ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม” แต่ตามทฤษฎีได้บอกไว้ว่า “เกมไหนกาก แปลว่าเกมนั้นดัง” ดังนั้นจึงไม่น่าห่วงอะไร (มั้ง!?)

ไม่แปลกที่จะ “แปลก” เมื่อความแปลกมีพลังกว่าที่คิด!

วันนี้ Mission To The Moon จึงอยากมาแนะนำหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าจะช่วยให้เรารับมือกับความรู้สึกเหล่านี้ได้ดี กับหนังสือที่มีชื่อว่า “Weird: The Power of Being an Outsider in an Insider World” โดย Olga Khazan ที่จะมาเปลี่ยน “ความแปลก” ของเราให้กลายเป็นพลัง และสอนให้เราเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ ไปดูเรื่องราวโดยสรุปของหนังสือเล่มนี้กัน
Thongtong Mahavichit
Don't try this at home