ENTERTAINMENT เรื่องจริงจาก ‘ปากีสถาน’ นรกบนดิน ที่ผู้หญิงไม่มีแม้แต่ ‘สิทธิในการมีชีวิตรอด’

เรื่องจริงจาก ‘ปากีสถาน’ นรกบนดิน ที่ผู้หญิงไม่มีแม้แต่ ‘สิทธิในการมีชีวิตรอด’

สิทธิในการมีชีวิตรอด (Right of Survival) คือหลักสากล ที่ยึดถือกันทั่วโลก เป็นเรื่องของความชอบธรรมในการมีชีวิตในฐานะมนุษย์ ที่ทุกคนได้รับตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ใครก็ไม่สามารถพรากไปได้ นอกจากนี้เด็กต้องได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่ มีสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่ว่าจะเกิดมาในสภาพสมบูรณ์หรือไม่ก็ตาม

แต่ก็มีอยู่หลายครั้งที่ ‘ผู้หญิง’ ในบางแถบพื้นที่ อาจไม่ได้รับสิทธิดังกล่าวเหมือนคนอื่นๆ โดยเฉพาะในแถบเอเชียใต้ เช่น ‘ประเทศปากีสถาน’ ดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าถ้าใครเกิดเป็นผู้หญิงที่นี่ ก็คงเหมือนฝันร้าย เป็นนรกบนดินที่ผู้หญิงต้องเผชิญจริงๆ

คดีที่ผมอยากหยิบมาเล่าให้ฟังในวันนี้เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สลด ที่สะท้อนโครงสร้างสังคมเมื่อผู้หญิงกลายเป็น ‘วัตถุ’ ที่ต้องทำตามคำสั่งของครอบครัวและสามีเท่านั้น หากพวกเธอทำอะไรแล้วตกเป็นขี้ปากสังคม ความตายก็อาจมาเยือนได้โดยไม่ทันตั้งตัว เรื่องราวจะเป็นอย่างไรติดตามได้เลยครับ

‘ซาร์เมียร์’ หญิงสาวที่เกิดในตระกูลดัง ร่ำรวย ชีวิตของซาเมียร์สมบูรณ์แบบตั้งแต่เกิด ไม่เคยต้องลำบาก แถมโตขึ้นก็ได้แต่งงานกับชายหนุ่ม ผู้เป็นญาติของตัวเองและมีลูกด้วยกัน

แต่ชีวิตหลังแต่งงานของเธอกลับไม่ราบรื่น เพราะเธอมักจะถูกสามี ‘ทำร้าย’ อยู่หลายครั้ง จนกระทั่งไปพบกับทหารหนุ่มคนหนึ่ง ทั้งคู่ตกหลุมรักกันอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ได้แอบคุยกันมาตลอด ในใจเธอมีแต่ความต้องการที่จะหย่ากับสามีคนปัจจุบัน เพราะทนพฤติกรรมเลวๆ ไม่ไหวอีกต่อไป

ซาเมียร์ตัดสินใจยื่นเอกสารฟ้องหย่าไปที่ศาลแบบลับๆ แล้วแอบเก็บของพาลูกน้อยทั้งสองคนกลับไปอยู่บ้านเดิม ทั้งหมดใช้ชีวิตปกติเรื่อยมา จนกระทั่งวันหนึ่ง

ซาเมียร์ตัดสินใจบอกครอบครัวของเธอว่า เธอต้องการที่จะหย่ากับสามี เพราะชีวิตของเธอไม่มีความสุขเลย แถมยังโดนทำร้ายร่างกายและจิตใจอยู่ตลอด พร้อมเล่าเรื่องคนรักใหม่ให้ครอบครัวฟังแบบหมดเปลือก โดยเธอต้องการแค่การสนับสนุนจากครอบครัว

ปกติพ่อแม่ที่ไหนได้ยินว่าลูกไม่มีความสุข แถมยังต้องทนถูกทำร้ายมานานแบบนี้ คงต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเต็มที่ และต้องเอาเรื่องฝ่ายชายด้วยใช่ไหมครับ แต่ครั้งนี้ซาเมียร์ไม่ได้โชคดีแบบนั้น การกระทำของเธอถูกมองว่าผิดผี เป็นที่น่าอับอาย
นอกจากจะอยากหย่ากับสามี ยังจะมีชู้อีก ทำให้พวกเขารับไม่ได้ โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ และจบลงที่การทะเลาะกันอย่างรุนแรง

เช้าวันถัดมา ซาเมียร์ตัดสินใจทิ้งลูกๆ แล้วเก็บของหนีออกจากบ้านไปใช้ชีวิตกับคนรักใหม่ ทั้งคู่ไปเช่าโรงแรมอยู่ด้วยกันชั่วระยะเวลาหนึ่ง จนเงินหมด ซาเมียร์เลยติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังญาติคนหนึ่ง แต่ก็ความแตก เพราะญาติคนนั้นได้แอบไปถามพ่อแม่ของซาเมียร์ว่าเกิดอะไรขึ้น?

ถัดมา ครอบครัวของซาเมียร์ก็ติดต่อไปเพื่อพูดคุยกับเธอ แต่การสนทนาก็จบด้วยการทะเลาะอย่างรุนแรงเหมือนเดิม พ่อของเธอทิ้งท้ายไว้ด้วยการขู่ว่า

“ถ้าแกไม่รีบกลับมา แกต้องได้รับผลกรรม แต่ถ้าแกกลับมา ทุกอย่างจะจบ ฉันจะไม่เอาแกไปประจานว่าคบชู้ หรืออะไรก็ตาม ยังไงก็รีบมาซะ”

ในขณะที่ด้านแฟนหนุ่มคนใหม่ (ชู้) ของซาเมียร์ พอคนเริ่มรู้ว่าเขาไปมีสัมพันธ์ต้องห้ามกับหญิงสาวที่แต่งงานแล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าอับอาย และผิดกฎกองทัพอย่างร้ายแรง ทำให้เขาต้องเก็บตัว และกลับไปทำงานตามปกติแบบเงียบๆ

ซาเมียร์ตอนนี้ไร้ที่พึ่งแล้ว เธอต้องหนีไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงช่วยเหลือสิทธิสตรี จากนั้นไม่นานคุณแม่ของซาเมียร์ ก็ได้ติดต่อมาขอเข้าพบกับเธอ โดยอ้างว่าอยากปรับความเข้าใจ และรู้สึกเป็นห่วง รวมถึงยื่นข้อเสนอว่าถ้ามาคุยกัน พวกเขาอาจยอมตามใจเธอก็ได้

ทางศูนย์พักพิงได้ยินดังนั้นก็รีบไปบอกซาเมียร์ว่าเธอมี ‘ความหวัง’ แล้วนะ ซาเมียร์เองก็ดีใจไม่น้อย แต่ก็ยังคงระแวงอยู่ เธอเลยยื่นเงื่อนไขไปว่าเจอก็ได้ แต่ต้องมาเจอกันที่นี่ และห้ามพ่อกับพี่ชายตามมาด้วยเด็ดขาด เพราะกลัวจะถูกพวกเขาทำร้าย

เมื่อถึงวันนัดหมาย คุณแม่ของซาเมียร์ก็เดินเข้ามาพร้อม ‘ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง’ ซึ่งซาเมียร์เองก็ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าเป็นคนขับรถ

ก่อนที่สองฝ่ายจะเริ่มนั่งคุยกัน จู่ๆ ชายคนแปลกหน้าดังกล่าว ก็ชักปืนขึ้นมายิงซาเมียร์ในระยะเผาขน เธอเสียชีวิตคาที่ เป็นเหตุการณ์ช็อกที่ทำให้คนในบริเวณนั้นรีบโทรแจ้งตำรวจอย่างเร็วที่สุด

พอตำรวจมาถึง ทั้งชายแปลกหน้าและคุณแม่ของซาเมียร์ก็ไม่ได้หนีไปไหน ทั้งสองถูกจับกุมตัวไปสืบสวน และได้พบกับความจริงว่า ชายแปลกหน้าคนนั้นคือมือปืนรับจ้าง ที่คุณแม่ของซาเมียร์จ้างมาให้ยิงลูกสาวตัวเอง!

ที่ช็อกกว่านั้นคือ คดีนี้มีหลักฐานแน่นหนาพอที่จะเอาผิดคนร้ายได้แน่ๆ แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะมีกฎหมายอยู่ข้อหนึ่งที่ระบุว่า “ถ้าญาติลำดับที่ 1 ไม่ติดใจเอาความอะไรและสามารถให้อภัยได้ ผู้กระทำผิดก็ไม่จำเป็นต้องรับโทษ แม้ความผิดจะชัดเจนแค่ไหนก็ตาม”

ญาติลำดับที่ 1 ตามบัญญัติกฎหมายดังกล่าวก็ไม่ใช่ใคร เขาคือ ‘คุณพ่อ’ ของซาเมียร์นั่นแหละ เขาสามารถเอาผิดมือปืน และภรรยาของตัวเองได้แน่นอน แต่เขาเลือกที่จะยอมความ ส่งผลให้คดีนี้ปิดลงโดยไม่มีใครต้องรับผิด และความยุติธรรมในชีวิตซาเมียร์ก็จบลงไปด้วย

คดีในลักษณะนี้เรียกว่า ‘Honor Killing’ หรือการฆ่าเพื่อรักษาเกียรติของครอบครัว ซึ่งพบเห็นได้มากในประเทศแถบนี้ เพราะผู้หญิงจะถูกมองในลักษณะของวัตถุ หรือสินค้า ที่ต้องทำตามคำสั่งของครอบครัวอย่างเคร่งครัด ถ้าทำอะไรที่ดูแปลก แล้วสังคมนำไปนินทากัน หลายครั้งก็จะถูกครอบครัวตัวเองจัดการแบบนี้ เป็นการมอบ ‘License to Kill’ หรือ ‘ใบสั่งฆ่า’ ซึ่งมีผู้หญิงอีกมากที่ต้องตาย เพียงเพราะค่านิยมในสังคม


ติดตามรับฟังฉบับ Podcast ได้ที่
Youtube: https://youtu.be/w2SX_sRoi6k

SoundCloud: https://bit.ly/3xNgIYs

Podbean: https://bit.ly/3aY7mj2

Spotify: https://spoti.fi/2RoIfP8

Apple Podcast: https://apple.co/3aYOG2q.
#missiontopluto
#missiontoplutopodcast
#filenotfoundpodcast

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/online-content/

POPULAR

รีวิวหนังสือ: Principles

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ดีที่สุดเล่มนึงที่ผมเคยอ่านมาในชีวิต หนังสือเล่มนี้พลาดแล้วจะ”เสียใจ”ครับ

10 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต

บิล เกตส์ เขียนถึง 10 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตที่จะมาเปลี่ยนแปลง และพัฒนาโลกของเราให้ดียิ่งขึ้น

13 ข้อที่คนเข้มแข็งไม่ทำกัน

แท้จริงแล้วความเข้มแข็งของจิตใจคน ไม่ได้มาจากสิ่งที่เราทำ แต่มาจากสิ่งที่เรา "ไม่ได้ทำ" ต่างหาก
Pannawit Thavarawuth
นักหิวข้าวมันไก่ ที่ชอบเรื่องสนุก ๆ และเชื่อในคำว่า "Now or Never"