Online Content ใครๆ ก็ทำได้ แต่จะทำอย่างไรให้เราโดดเด่น?

256

 Mission to the Moon x Shutterstock x Number 24

ในช่วงปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหล่าคนทำคอนเทนต์หัวหมุน จากการเกิดขึ้นของการแพร่ระบาดทำให้ผู้คนจำนวนมากหันเข้าสู่โลกออนไลน์อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พฤติกรรมของลูกค้าเหล่านี้ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้หลายๆ บริษัทจะต้องมานั่งดูและปรับคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของคนมากขึ้น เพราะดูเหมือนว่าถึงแม้ว่าสถานการณ์ต่างๆ จะเบาบางลงไป แต่พฤติกรรมบางอย่างของคนจะไม่เปลี่ยนกลับไปเหมือนเดิมอีกแล้ว

เราจะเห็นได้ว่าการแข่งขันในกลุ่มออนไลน์คอนเทนต์นั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก บริษัทต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับการทำคอนเทนต์และการทำการตลาดบนโลกโซเชียลมีเดียมากขึ้น ทำให้ช่วงปีที่ผ่านมาเราจะเห็นคอนเทนต์ของแบรนด์ต่างๆ ที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์ในรูปแบบภาพ วิดีโอ พอดแคสต์หรือการทำวิดีโอสตรีมมิ่ง

ซึ่งจากสถิติของ Global Digital Reports ได้ระบุไว้ว่า ในปี 2020 มีจำนวนผู้ใช้โซเชียลมีเดียหน้าใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 1.3 ล้านคนต่อวัน เป็นผลมาจากการระบาดของโควิดที่เป็นปัจจัยกึ่งบังคับให้พวกเขาต้องเข้ามาใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นหลัก ดังนั้น ด้วยจำนวนผู้ใช้งานที่อยู่บนโลกออนไลน์ที่มหาศาลเช่นนี้ ทำให้แบรนด์และเหล่า Content Creator จะมองข้ามการทำออนไลน์คอนเทนต์ไม่ได้

แต่ด้วยการแข่งขันบนโลกออนไลน์ที่ร้อนระอุขึ้นทุกวันๆ แล้วเราจะทำอย่างไรให้คอนเทนต์ของเราเป็นที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำ? ซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นอีกโจทย์หลักที่ได้เข้ามาท้าทายเหล่าคนทำคอนเทนต์ในยุคนี้

เนื้อหาหัวใจหลักของการทำคอนเทนต์

สิ่งที่สำคัญที่สุดของการทำคอนเทนต์ก็คือการเลือกเนื้อหาและทำเนื้อหา เราจะต้องรู้ก่อนว่าคอนเทนต์ที่จะออกไปมีเป้าหมายอะไร ต้องการที่จะสร้างการรับรู้ ต้องการจะสร้างกระแส หรือต้องการที่จะเพิ่มยอดขาย จากนั้นก็มาดูว่าผู้ที่ติดตามหรือกลุ่มเป้าหมายของคอนเทนต์นี้เป็นคนกลุ่มใด ช่วงอายุเท่าไหร่ มีความสนใจอะไร เพื่อที่เราจะสามารถสรรค์สร้างเนื้อหาที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือคุณภาพของคอนเทนต์ ดูว่าคอนเทนต์ของเรานั้นจะสร้างประโยชน์อะไรให้กับผู้ที่ได้รับชมบ้าง อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเราจะมีคอนเทนต์ที่ดี แต่ถ้าเรามีการสื่อสารออกไปได้ไม่ดีหรือไม่น่าสนใจพอ ก็อาจจะทำให้คอนเทนต์ของเรานั้นโดนกลบไปได้

ดังนั้น เรื่องของคุณภาพด้านอื่นๆ อย่างเสียง ภาพและวิดีโอประกอบจึงเป็นสิ่งที่แบรนด์และคนทำคอนเทนต์ต้องคำนึง เพื่อที่จะดึงดูดให้ผู้คนนั้นกดเข้ามาดูคอนเทนต์ของเราและสร้างความประทับใจให้กับพวกเขา

เพลงสื่ออารมณ์คอนเทนต์

จากการวิจัยของ Nielsen ได้ชี้ว่าการเลือกเพลงประกอบที่เหมาะสมกับคอนเทนต์จะทำให้ผู้คนสามารถจดจำคอนเทนต์ของคุณและยังทำให้ผู้รับชมหรือผู้ฟังนั้นมีส่วนร่วมได้ดีขึ้นอีกด้วย

การเลือกเพลงนั้นถือว่าสำคัญมาก เพราะถ้าหากเลือกเพลงที่ไม่เข้ากับตัวคอนเทนต์ก็อาจจะทำให้มู้ดของคอนเทนต์นั้นเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ถ้าเลือกเพลงที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้สามารถสื่อสารข้อความหรือความรู้สึกสู่ผู้ชมหรือผู้ฟังได้ดียิ่งขึ้น

ลองนึกภาพว่าถ้าเรากำลังทำโฆษณาที่จะสื่อถึงการนอนหลับสบาย แต่ถ้าเราใช้เพลงที่มีจังหวะที่หนัก ก็คงจะไม่เข้ากับสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสารออกไป ซึ่งเพลงแต่ละประเภทก็จะให้อารมณ์ที่แตกต่างกันไป อย่างเพลงคลาสสิคก็จะให้ความรู้สึกถึงความนุ่มนวล เพลงอิเล็กโทรป๊อปหรือเพลง EDM ก็จะให้ความรู้สึกที่ทันสมัยหรือน่าตื่นเต้น และเพลงแจ๊สก็จะให้อารมณ์ที่ดูหรูหรา

วิดีโอประกอบเพิ่มความน่าสนใจ

ลองสังเกตกับตัวเองว่าเวลาเราเลือกที่จะเชื่อวิดีโอคอนเทนต์อะไรหรือเลือกซื้อสินค้าตัวไหน เราก็จะต้องดูว่าคุณภาพของตัววิดีโอที่เขาสื่อออกมานั้นน่าดึงดูดและน่าเชื่อถือหรือไม่ ดังนั้น การมีวิดีโอประกอบที่เหมาะสมจะช่วยให้การทำวิดีโอคอนเทนต์ในหลายๆ ด้านเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่น สร้างความน่าสนใจ สร้างความสนุก เป็นที่จดจำของผู้รับชม และในอีกทางหนึ่งยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์อีกด้วย ทำให้เรื่องของ ‘คุณภาพ’ เป็นสิ่งที่จำเป็นเป็นอันดับต้นๆ ของการทำวิดีโอเลยก็ว่าได้

แต่บางทีเราต้องการวิดีโอที่คุณภาพดีและสมจริง แต่มันก็มาพร้อมกับข้อจำกัดหลายๆ อย่างที่ทำให้ไม่สามารถไปถ่ายทำได้จากสถานที่จริงและเหตุการณ์จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้อจำกัดทางด้านการเดินทางและงบประมาณ หรือบางทีเราต้องการวิดีโอแอนิเมชัน แต่ก็ไม่มีทักษะที่จะสรรค์สร้างขึ้นมาเอง รวมถึงยังมีเรื่องของลิขสิทธิ์ที่จะต้องควรระวัง ด้วยอุปสรรคเหล่านี้ทำให้บางทีคนที่ทำวิดีโอก็ไม่สามารถที่จะสื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากจะสื่อให้กับผู้รับชมได้อย่างชัดเจน

แล้วจะทำอย่างไรดี?

ในการที่จะสร้างสรรค์คอนเทนต์หนึ่งขึ้นมามันมีข้อจำกัดมากมายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการหาเพลงหรือหาวิดีโอ ทำให้การทำงานก็ล่าช้าลง แต่ถ้ามีแพลตฟอร์มที่รวมทุกอย่างไว้ที่เดียวก็คงจะเข้ามาแก้ Pain Point นี้ได้เป็นอย่างดี

ด้วยปัญหานี้ ทาง Shutterstock เขาก็ได้มีบริการที่จะมาช่วยให้เหล่าคนทำคอนเทนต์และคนทำเบื้องหลังทำงานได้อย่างง่ายดายขึ้นด้วยบริการ Shutterstock Music และ Shutterstock Video ที่ได้รวบรวมทั้งเพลงและวิดีโอมาไว้ที่เดียว พร้อมกับฟังก์ชันที่ทำให้เราสามารถหาได้อย่างง่ายดายตามประเภทอย่าง หาตามอารมณ์ของเพลงหรือหาตามคีย์เวิร์ดของวิดีโอแบบที่เราต้องการ ที่ทำให้เหล่าคนสร้างสรรค์คอนเทนต์อย่างเราๆ สามารถหยิบไปใช้ได้อย่าง่ายดายและยังถูกลิขสิทธิ์อีกด้วย

อีกทั้งยังมีการอัปเดตเพลงและวิดีโออยู่เรื่อยๆ ซึ่งจะทำให้คอนเทนต์ของเรามีความสดใหม่ ไม่เหมือนใคร และโดดเด่นจากคอนเทนต์อื่นๆ ทำให้ Shutterstock Music และ Shutterstock Video จึงเป็นบริการที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่อยู่ในสายคอนเทนต์และวิดีโอที่จะช่วยให้คอนเทนต์ของคุณน่าสนใจและเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ!

ทั้งนี้ Shutterstock ยังมี Number 24 เป็นตัวแทน Shutterstock ในประเทศไทยที่จะให้บริการ ช่วยเหลือ ในเรื่องแนะนำสิทธิ์การใช้งาน บริการช่วยค้นหาคลิปวิดีโอและเพลงตามต้องการ หากใครสนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทางทีม Number 24 ได้ที่ www.number24.co.th หรือ LINE: @Number24