ENTERTAINMENTย้อนรอย 15.03 นาฬิกา ปี 1958 Manchester United เครื่องบินตก ณ กรุงมิวนิก

ย้อนรอย 15.03 นาฬิกา ปี 1958 Manchester United เครื่องบินตก ณ กรุงมิวนิก

6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1958 เวลา 15.03 นาฬิกา ณ เที่ยวบิน 609 ที่ออกเดินทางจากประเทศยูโกสลาเวีย และหยุดพักเติมน้ำมันที่สนามบินมิวนิก เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อเครื่องบินของพวกเขาไม่สามารถเชิดหัวขึ้นได้และไถลออกนอกรันเวย์ ตัวเครื่องกระจายเป็นชิ้นๆ พร้อมกับไฟที่ลุกไหม้ และเสียชีวิตเกือบยกลำ

เรื่องราวนี้เริ่มต้นที่สโมสรฟุตบอล Manchester United ชุด บัสบีเบบส์ หรือทีมหนึ่งของแมนยูฯ ที่มีนักเตะอนาคตไกลฝีเท้าดีอายุเฉลี่ย 20-21 ปี กำลังเดินทางกลับประเทศอังกฤษ หลังจากไปแข่งขันรอบรองชนะเลิศของศึก ยูโรเปียนคัพหรือยูฟ่าแชมเปียนลีกในปัจจุบัน

แข่งกับทีมเรด สตาร์ เบลเกรด ที่ประเทศยูโกสลาเวีย และกำลังเดินทางกลับโดยสายการบิน บริติชยูโรเปียนแอร์เวย์ เที่ยวบิน 609 โดยมีผู้โดยสารในเครื่องบินคือนักเตะ ทีมงาน สตาฟ และโค้ชของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 

เหตุเกิดเมื่อเครื่องบินแวะพักเติมน้ำมันที่สนามบินมิวนิก ประเทศเยอรมนี ที่ตอนนั้นอุณหภูมิลดต่ำเหลือเพียง 0 องศา และมีหิมะตกอย่างต่อเนื่อง แต่บรรยากาศในเครื่องบินกลับสนุกสนานและอบอุ่น เพราะทีมของพวกเขาพึ่งผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศยูโรเปียนคัพได้เป็นที่สำเร็จ พวกเขาจึงออกมาเล่นกว้างปาหิมะกันระหว่างที่รอเครื่องบินเติมน้ำมัน

หลังจากที่เครื่องบินเติมน้ำมันเรียบร้อย กัปตันเช็กว่าทุกอย่างอยู่ในสภาพพร้อม ที่จะนำเครื่องขึ้นบินฝ่าหิมะไปได้ และเรียกผู้โดยสารทั้ง 38  คน กลับขึ้นเครื่องในเวลาประมาณบ่ายสองโมง แต่แล้วในขณะที่กำลังเร่งเครื่องเต็มที่เพื่อเชิดหัวเครื่องขึ้นสู่ท้องฟ้า กัปตันก็พบเจอปัญหาว่าเครื่องมีอาการกระตุกบางอย่าง พวกเขาจึงขอนำเครื่องลงจอดเพื่อดูอาการ และพบว่าเกจวัดอุณหภูมิของเครื่องมีปัญหาขณะเร่งเครื่อง จึงทำการรีบูตเครื่อง ก่อนกลับมาที่รันเวย์เพื่อเตรียมเทคออฟรอบสองอีกครั้ง

เมื่อกลับมาเทคออฟอีกครั้ง ในขณะที่กำลังเร่งเครื่องเพื่อนำเครื่องขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นรอบที่สอง อาการเดิมก็กลับมา จึงได้ตัดสินใจเอาเครื่องลงและกลับมาเช็กที่สนามบินอีกครั้ง วิศวกรเครื่องบิน ช่างประจำภาคพื้นสนามบินได้ให้คำแนะนำกับกัปตันว่า ควรยกเลิกเที่ยวบิน แล้วเช็กเครื่องให้ละเอียด เพราะตอนนี้พบว่ามีการเผาผลาญน้ำมันมากกว่าปกติ ทำให้เครื่องยนต์ร้อนจนเกินไป และทำให้เครื่องยนต์เกิดอาการกระตุกซ้ำ

ท่ามกลางความกังวลของผู้โดยสารบนเครื่อง และเวลาที่มีจำกัดในการเอาเครื่องขึ้น  ถ้าหลุดออกจากเวลาที่ทางสนามบินจัดไว้ให้ก็จะทำให้ดีเลย์ หรือหนักเข้าก็จะต้องไปทำเอกสารการบินเวลาใหม่อีกครั้ง ซึ่งจะทำให้ทุกอย่างยุ่งยากและล่าช้า เขาจึงตัดสินใจนำเครื่องขึ้นเป็นครั้งที่ 3 

กัปตันตัดสินใจว่าเขาควรจะค่อยๆ ไต่ระดับความเร็วไปเรื่อยๆ ไม่เร่งเครื่องจนเกินไปเพื่อไม่ให้ความร้อนของเครื่องร้อนจัดจนทำให้เครื่องนั้นกระตุก แปลว่าต้องใช้พื้นที่ในการเทคออฟมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อไต่ระดับความเร็วของเครื่อง

แต่แล้วครับเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆ ความเร็วของเครื่องกลับตกลดฮวบลงไป ความเร็ว 194 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่พอที่จะนำเครื่องบินเชิดหัวขึ้นได้  ทำให้เครื่องบินไถลออกนอกรันเวย์และพุ่งเข้าชนขอบรั้วสนามบินก่อนจะทะลุ ข้ามถนนไปโดนบ้านของคนที่อยู่ใกล้สนามบิน ตัวเครื่องบินกระจายหลุดคนละทิศละทาง ปีกและหางฟาดเข้ากับต้นไม้บริเวณนั้น เวลานั้นเครื่องบินได้กลายเป็นซากไปเป็นที่เรียบร้อย

แฮรี่ เกร็ก ตำนานผู้รักษาประตูของแมนยูได้สติ และตื่นมาพบเลือดเต็มใบหน้า เขายอมรับว่าในวินาทีนั้นเขาไม่กล้าแม้แต่จะจับหัวของตัวเอง เพราะกลัวว่ามันจะมีชิ้นส่วนของเขาหลุดออกมาเหมือนกับเปลือกไข่ที่ถูกกระเทาะจนแตก เขาหันดูรอบตัวและพบว่าเครื่องบินพังยับเยิน ห้องโดยสารฉีกขาดจนมองเห็นภายนอกได้อย่างชัดเจนท่ามกลามไฟที่กำลังลุกไหม้

เขาตัดสินใจพยายามลุกเดินออกมาจากเครื่องบิน ก่อนที่จะตั้งสติและยังมีเวลาพอก่อนที่เครื่องบินจะระเบิด เขาได้กลับไปช่วยเด็กทารกชาวเซอร์เบียบนเครื่องบิน พร้อมกับแม่เด็ก ก่อนที่จะพาออกไปให้ห่างจากเครื่องบิน และยังกลับไปช่วยหนึ่งในแบ็คขวาทีมแมนยูนั้นคือ บิลโฟลก ทำให้แฮรี่ เกร็ก กลายเป็นเหมือนฮีโร่จากเหตุการณ์ครั้งนั้น

นักเตะคนอื่นๆ เสียชีวิตทันทีบนเครื่องบิน  7 คน ได้แก่ กัปตันทีม โรเจอร์ไบรน์, เอดดี้ โคลแมน, ทอมมี่ เทเลอร์, เลียมวีแลน, เจฟ เบน, มาร์กโจน, เดวิด เพกส์ รวมถึงโค้ชและเจ้าหน้าที่ของแมนยูก็เสียชีวิตในที่เกิดเหตุอีก 2 คนด้วย ยังรวมไปถึงนักข่าวชื่อดังและช่างภาพที่บินมาด้วยกันเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 8 ราย รวมแล้วมีผู้เสียชีวิต 21 ราย 

แมตต์ บัสบี้ ผู้จัดการทีมของพวกเขาได้รับบาดเจ็บรุนแรงอาการเป็นตายเท่ากัน รวมถึง ดันแคน เอ็ดเวิร์ด ปีกตัวเก่งได้รับบาดเจ็บ ซี่โครงร้าวขาหักหลายจุดและไต้รับความเสียหายรุนแรง ในขณะช่วงการรักษาตัว เอ็ดเวิร์ดได้สติขึ้นมา คำแรกที่เขาพูดคือ “นี่เราจะต้องแข่งกับวูฟตอนกี่โมง ผมไม่อยากพลาดแมตซ์นี้” หลังจากเหตุการณ์ผ่านไป 15 วัน ดันแคน เอ็ดเวิร์ด เสียชีวิตจากพิษบาดแผล

เวลาผ่านไป นักเตะที่รอดชีวิตหรือแม้กระทั่งผู้จัดการทีมของเขา สภาพจิตใจก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป พวกเขาวนเวียนกับฝันร้าย ที่เสียเพื่อนร่วมทีม พี่น้อง เพื่อนรักและทีมเด็กๆ ดาวรุ่งอนาคตไกลของแมตต์ บัสบี้ ก็กลายเป็นเพียงแค่ตำนาน 

7 กุมภาพันธ์ หลังจากเหตุการณ์นั้นได้มีการลำเลียงศพของนักเตะ สตาฟ โค้ชและผู้คนบนเครื่องบินกลับมาที่เมืองแมนเชสเตอร์ และแฟนบอลร่วมไว้อาลัย ลีกได้เลื่อนการแข่งขันจากเดือนกุมภาพันธ์ ไปเป็นเดือนเมษายน เพื่อให้พวกเขาและแฟนบอลรักษาสภาพจิตใจที่แตกสลาย 

กระทั่งทีมคู่แข่งตลอดการอย่างลิเวอร์พูล เสนอให้ยืมตัวนักเตะของพวกเขา เพื่อไปลงแข่งถ้าหากขาดตัวผู้เล่น แต่สโมสรก็รับไว้เพียงน้ำใจและจบในอันดับที่ 9 ในฤดูกาลนั้น

หายนะแมนยูฯ เครื่องบินตก ตายเกือบยกทีม | Sport Journey EP.50

#missiontopluto
#missiontoplutopodcast
#SportJourneyPodcast

ดูเนื้อหาอื่นๆ ของ Sport Journey ได้ที่ https://missiontothemoon.co/category/podcast/sport-journey/


POPULAR

Thongtong Mahavichit
Don't try this at home