SOFT SKILLเข้าใจอารมณ์ด้วย “Unsent Letter” จดหมายที่เขียนไว้แต่ไม่ได้ส่ง

เข้าใจอารมณ์ด้วย “Unsent Letter” จดหมายที่เขียนไว้แต่ไม่ได้ส่ง

ทุกคนล้วนต้องเผชิญกับมรสุมชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว หรือเรื่องใหญ่โตที่ต้องใช้เวลานานก็ตาม บางทีคุณต้องจัดการเรื่องเหล่านี้เพียงลําพัง ส่งผลให้อารมณ์ขุ่นมัวถูกเก็บกดอยู่ในใจบ่อยครั้ง ถ้าหากอยู่ในสภาพนี้นานๆ คุณอาจจะระเบิดอารมณ์โดยไม่ทันตั้งตัว ยิ่งไปกว่านี้ คุณอาจตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลาก็ได้

การจัดการอารมณ์นั้นมีหลากหลายวิธี และมีเครื่องมือมากมายที่ช่วยให้คุณจัดการอารมณ์ให้ดีขึ้นได้ วันนี้เราจะมาแนะนำเครื่องมือหนึ่งที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย เพียงใช้แค่สมุดกับปากกา หรือคอมพิวเตอร์สักเครื่องก็ได้ กับการ “เขียนจดหมายแต่ไม่ต้องส่ง” หรือ “Unset Letter” วิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณเข้าใจอารมณ์ได้อย่างคาดไม่ถึง

Unsent Letter คืออะไร

การเขียนจดหมายเเบบไม่ส่งเป็นวิธีบันทึกอารมณ์ชนิดหนึ่ง กระบวนการนี้ทําให้เราได้ทบทวนเรื่องราวในอดีตที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์อกหัก การตกงาน หรือบาดเเผลในใจตอนวัยเด็กก็ตาม  

Advertisements

เพราะคุณอาจมีหลายๆ เหตุการณ์ที่ทําให้ชีวิตของคุณจมดิ่ง หรือบางครั้งคุณอาจต้องการความช่วยเหลือเเต่ไม่สามารถบอกใครได้เพราะกลัวถูกผู้อื่นตัดสิน การเก็บกดความรู้สึกเหล่านี้จะทําให้ตัวคุณหมกมุ่นไปกับความโกรธ ความเจ็บ เเละความทุกข์ เมื่อคุณอยู่ในสภาพนี้เป็นเวลานาน ร่างกายและจิตใจคุณก็อาจจะแย่ลงไปเรื่อยๆ เมื่อคุณได้ลงมือเขียนจดหมายเเบบไม่ส่ง ก็จะเป็นการช่วยปลดปล่อยความรู้สึกลบๆ ออกไปได้

โดย Unsent Letter นั้นถูกเเบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆ นั่นคือ ‘การเขียนถึงตัวเอง’ กับ ‘การเขียนถึงผู้อื่น’ หากเลือกเเบบเเรก คุณอาจจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องราวที่อัดอั้นอยู่ในใจ หรือเขียนบอกเล่าเรื่องต่างๆ ให้ตัวคุณในอนาคตได้อ่าน เเต่ถ้าคุณเลือกเเบบที่สอง คุณสามารถเขียนถึงคนใกล้ตัว คนที่ไม่ชอบ หรือจะเขียนถึงบุคคลที่จากโลกนี้ไปเเล้วก็ได้เช่นกัน 

เขียน Unsent Letter อย่างไร

ถ้าหากคุณอยากเขียน Unsent Letter คุณอาจเริ่มโดยการระลึกถึงช่วงเวลาในชีวิตที่คุณต้องลําบากหรือเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน สมมติว่า คุณเคยติดบุหรี่ เเต่ตอนนี้เลิกได้เเล้ว อย่างเเรกสุด คุณอาจเขียนถึงความรู้สึกในช่วงที่คุณเริ่มลองสูบ พอบรรยายเสร็จ ก็เปลี่ยนมาเขียนถึงผลกระทบของสิ่งนี้เมื่อเวลาผ่านไป และสุดท้ายคุณอาจเขียนเกี่ยวกับบทเรียนที่ได้มาจากประสบการณ์นี้ พร้อมขอบคุณตัวเอง ที่ก้าวผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ หรือฝากคําเตือนให้ตัวเองในอนาคต

หรือถ้าหากคุณมีคนที่มองหน้ากันไม่ติด การเขียนถึงข้อดีของเขาอาจช่วยให้คุณยอมรับเขามากขึ้น คุณสามารถเริ่มด้วยการนึกถึงสิ่งที่คุณชื่นชมเกี่ยวกับตัวเขา หรือการกระทําของเขาที่เคยทําให้คุณประทับใจ ยิ่งเขียนคุณสมบัติที่ดีของเขามากเท่าไหร่ อารมณ์ของคุณก็ยิ่งเบิกบานขึ้นเท่านั้น หรือถ้าเป็นคนที่คุณนึกความดีของเขาไม่ออกจริงๆ การเขียนถึงเหตุผลที่ไม่ชอบเขา ก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้คุณได้เข้าใจความโกรธ และความเกลียด ที่อัดแน่นในใจของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ คุณสามารถเขียนจดหมายเเบบไม่ส่งให้บุคคลที่เสียชีวิตไปเเล้ว วิธีการเขียน Unsent Letter ให้คนเหล่านี้มีอยู่ 3 ขั้นตอนด้วยกัน ก่อนอื่น คุณควรใช้เวลาทบทวนว่าตัวเองอยากบอกอะไรกับอีกฝ่ายเมื่อเขายังมีชีวิตอยู่ เมื่อนึกออกเเล้ว ลองบรรยายความรู้สึกที่มีต่อเขา ไม่ว่าจะเป็นเชิงบวกหรือเชิงลบก็ตาม ในขั้นตอนนี้ คุณอาจอยากยกโทษให้เขาในเรื่องที่บาดหมางกันหรือระลึกถึงช่วงเวลาอันมีค่าที่ได้ใช้ร่วมกัน ท้ายที่สุด คือการขอบคุณเขาที่เข้ามาในชีวิตคุณจะทําให้ใจคุณเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข 

อย่างไรก็ตาม การเขียนจดหมายนี้ไม่ได้มีรูปแบบที่ตายตัว คุณสามารถปรับเปลี่ยนไปตามเรื่องราวที่อยู่ในใจ อาจเขียนแบบฟรีสไตล์ ปล่อยตัวอักษรให้เลื่อนไหลไปตามความคิดก็ได้เช่นกัน

ทําไมเราจึงควรเขียน Unsent Letter 

การเขียน unsent letter นั้นช่วยให้คุณรับรู้ถึงอารมณ์ที่อัดอั้นหรือตกค้างได้ เมื่อค้นพบและเข้าใจความรู้สึกเหล่านี้แล้ว คุณสามารถจัดการมันได้ตามเหมาะสม ขั้นตอนต่อการนี้อาจเป็นการให้อภัย การปล่อยวาง หรือการขอโทษ ซึ่งผลลัพธ์ของความสําเร็จนี้คือการได้ปลดปล่อยความรู้สึกแย่ๆ ออกไป รวมถึงคุณอาจรักเเละภูมิใจในตัวเองมากขึ้นก็ได้

ตอนนี้คุณก็ได้รู้จักอาวุธชนิดหนึ่ง ที่สามารถช่วยให้คุณชนะสงครามที่เกิดขึ้นในจิตใจได้แล้ว เมื่อต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งหน้า เตรียมโบกมืออําลาอารมณ์ลบๆ ของคุณได้เลย!


Advertisements

แปลและเรียบเรียงจาก:

https://bit.ly/3hNdv5p

https://bit.ly/3xQ9brD

https://bit.ly/3exDdsw

https://bit.ly/3xOHyPy

#missiontothemoon 

#missiontothemoonpodcast

#softskill

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

Advertisements

Lastest

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงไหม? ในวันที่ “ต้นทุนชีวิต” (Socioeconomic Status) ต่างกัน

มีงานวิจัยหนึ่งจากสหรัฐฯ เมื่อปี 2013 ที่พบว่า เด็กจากครอบครัวที่ร่ำรวย (รายได้มากกว่าหรือเท่ากับ 3,595,500 บาทต่อปี) มีโอกาสเรียนจบได้มากกว่า 8 เท่าของเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,129,380 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก National Student Clearing House ในปี 2020 ที่เผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อัตราการเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐฯ ลดต่ำจนถึงติดลบ 21.7% เพราะพวกเขาแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเรียนต่อไม่ไหว

From Pandemic to Endemic: เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ถ้าโควิด-19 กลายเป็น “โรคประจำถิ่น”?

จากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างโอมิครอน ที่แม้จะก่อให้เกิดการติดต่ออย่างรวดเร็ว แต่ก็มีแนวโน้มการก่อความรุนแรงลดลง ทำให้ทั่วโลกต่างออกมาคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจเปลี่ยนไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในที่สุด ซึ่งเกิดคำถามตามมาว่า หากรูปแบบของโรคระบาดเปลี่ยนไป จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? | 5M EP.1086

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? ‘ความกลัว’ มีหลายรูปแบบด้วยกัน บางคนกลัวความล้มเหลว บางคนกลัวสัตว์อันตราย หรือบางคนกลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
Manlika Klinprayong
I write, therefore I am. เราเขียน เราจึงมีอยู่

Related Articles

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงไหม? ในวันที่ “ต้นทุนชีวิต” (Socioeconomic Status) ต่างกัน

มีงานวิจัยหนึ่งจากสหรัฐฯ เมื่อปี 2013 ที่พบว่า เด็กจากครอบครัวที่ร่ำรวย (รายได้มากกว่าหรือเท่ากับ 3,595,500 บาทต่อปี) มีโอกาสเรียนจบได้มากกว่า 8 เท่าของเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,129,380 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก National Student Clearing House ในปี 2020 ที่เผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อัตราการเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐฯ ลดต่ำจนถึงติดลบ 21.7% เพราะพวกเขาแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเรียนต่อไม่ไหว

From Pandemic to Endemic: เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ถ้าโควิด-19 กลายเป็น “โรคประจำถิ่น”?

จากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างโอมิครอน ที่แม้จะก่อให้เกิดการติดต่ออย่างรวดเร็ว แต่ก็มีแนวโน้มการก่อความรุนแรงลดลง ทำให้ทั่วโลกต่างออกมาคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจเปลี่ยนไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในที่สุด ซึ่งเกิดคำถามตามมาว่า หากรูปแบบของโรคระบาดเปลี่ยนไป จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? | 5M EP.1086

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? ‘ความกลัว’ มีหลายรูปแบบด้วยกัน บางคนกลัวความล้มเหลว บางคนกลัวสัตว์อันตราย หรือบางคนกลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

ทักทายจากสหรัฐอเมริกา #2 ว่าด้วยการพักผ่อนของชีวิต | MM EP.1388

ทักทายจากสหรัฐอเมริกา #2 ว่าด้วยการพักผ่อนของชีวิต ทักทายอีกครั้งจากสหรัฐอเมริกา อัปเดตชีวิตประจำวันในต่างแดน พร้อมเรื่องราวของการพักผ่อนในอุทยานแห่งชาติ Yosemite ท่ามกลางอากาศหนาว -2 องศา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า