ENTERTAINMENTสรุปวีรกรรมฉาวซ้ำสอง ของแฝด "อีแจยอง - อีดายอง" นางฟ้าวอลเลย์บอลเกาหลีใต้

สรุปวีรกรรมฉาวซ้ำสอง ของแฝด “อีแจยอง – อีดายอง” นางฟ้าวอลเลย์บอลเกาหลีใต้

เมื่อตอนรายการ Sport Journey EP.26 เราได้ทำการเล่าเรื่องของวีรกรรมสุดแสบของสองฝาแฝด “อีแจยอง – อีดายอง” นักกีฬาวอลเลย์ทีมชาติ ที่มีหลายคนออกมาเปิดเผยถึงพฤติกรรมแย่ๆ ของพวกเธอ ไม่ว่าจะเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อนนักกีฬาด้วยกัน ทุบตี กดขี่ ใช้งาน ให้คุกเข่ากับพื้น ชกหน้าเพื่อน ไถเงิน วีนเพื่อน สั่งลงโทษเพื่อนร่วมทีม สาเหตุเพราะทำทีมแพ้ และสารพัดวิธีที่จะนำมาเล่นงานคนได้

หลายคนอาจจะคิดว่านี่คือวีรกรรมที่เป็นที่สุดแล้ว แต่ว่ายังไม่จบเพียงเท่านี้ ยังมีเหยื่ออีก 1 รายที่ออกมาเล่าถึงพฤติกรรมของ 1 ใน สองฝาแฝดนี้ นั่นก็คือ อดีตสามีของอีดายอง ชื่อว่าคุณ “พัค” (นามสมมุติ) ออกมาแฉว่าตัวเองนั้น ถูกรังแกกลั่นแกล้ง ทำร้ายจิตใจ ใช้มีดขู่ฆ่า จนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

Advertisements

และตอนนี้กำลังทำการฟ้องหย่าและอยากเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตนเอง เพื่อให้เรื่องนี้จบก่อนที่สองแฝดจะบินไปเซ็นสัญญาเล่นกับสโมสรในประเทศกรีซ (เพราะทั้งคู่ถูกแบนจากสมาคมวอลเลย์บอลเกาหลี (KVA)) ซึ่งจะทำให้การดำเนินการหย่าร้างยุ่งยากขึ้นไปอีก 

คุณพัคให้สัมภาษณ์ว่า เขาได้แต่งงานกับอีดายองและจดทะเบียนสมรสกันเมื่อช่วงเดือนเมษายน 2018 เขาแต่งงานและอยู่กินด้วยกันได้เพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้นเหมือนกับชีวิตตกอยู่ในนรกทั้งเป็น เพราะต้องทนกับพฤติกรรมที่รุนแรงของฝ่ายหญิงเป็นประจำ อีดายองมักจะโมโหร้ายอยู่เสมอ ทำร้ายจิตใจเขาด้วยการด่าว่าถ้อยคำรุนแรง และรวมถึงทำร้ายร่างกายทุบตี และผลักเขาไปกระแทกกับผนังอยู่เป็นประจำ

มีการโชว์หลักฐานการด่าทอเป็นแชทที่อีดายองพิมพ์ด่าคุณพัค ซึ่งเป็นการดูถูกลามไปถึงด่าและสาปแช่งพ่อแม่ของฝ่ายชาย มีครั้งหนึ่งตอนที่พวกเขาทะเลาะกันระหว่างที่พ่อแม่สามีอยู่บ้านพอดี แล้วครอบครัวของฝ่ายชายพยายามห้ามปราม อีดายองได้เดินไปที่ห้องครัว แล้วหยิบมีดเดินมาหาพวกเขา พร้อมกับขู่จะทำร้ายทั้งครอบครัวคุณพัคอีกด้วย

แถมคุณพัคยังบอกอีกว่ามาสายแค่ 1 นาที ก็โดนเธอทำร้ายร่างกายแล้ว (อีดายองสูงกว่าคุณพัคแถมเป็นนักกีฬาเลยขัดขืนไม่ได้ง่ายๆ) จนสุดท้ายทนไม่ไหวจึงเดินทางไปพบกับจิตแพทย์ผลวินิจฉัยว่า เขามีอาการวิตกจริต เป็นโรคแพนิค (Panic Disorder) อาการของโรคคือรู้สึกตัวเองไม่ปลอดภัยตลอดเวลา กลัวที่จะถูกทำร้าย ต้องใช้ยานอนหลับเพื่อให้หลับสนิท 

ซึ่งช่วงที่เขากำลังจะฟ้องหย่าก็คือช่วงที่สองแฝด อีแจยอง – อีดายอง ถูกเพื่อนร่วมทีมพากันแฉวีรกรรมต่างๆ ของเธอพอดี หลังจากการออกมาแฉของคุณพัคทางตัวแทนของอีดายองได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวถึงเรื่องนี้ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง และถูกบิดเบือนพอสมควร โดยตัวแทนของอีดายองยังบอกอีกด้วยว่า สิ่งที่คุณพัคพูดออกมาได้ถูกบิดเบือนจากความเป็นจริง เป็นเรื่องราวแง่ลบที่ฝ่ายชายพูดอยู่ข้างเดียว แต่ยอมรับว่าได้แต่งงานและอยู่ด้วยกัน 4 เดือนนั้นจริง 

Advertisements

ส่วนการไปเล่นให้กับสโมสรในประเทศกรีซจะเท่ากับว่า ไม่ว่าจะเกิดเรื่องราวดราม่าอะไรในเกาหลีเกิดขึ้น การกลั่นแกล้งเพื่อนของเธอก็นานจนไม่สามารถแจ้งความเอาผิดย้อนหลังได้ ถึงแม้จะโดนลีกเกาหลีใต้แบนจากสโมสรหรือทีมชาติ แต่กับกฎของวอลเลย์บอลประเทศกรีซไม่ได้มีผลอะไร ทั้งคู่ยังคงสามารถโลดแล่นในวงการวอลเลย์บอลต่อไปได้ (ที่ไม่ใช่ในเกาหลี) และต้องมาคอยติดตามดูกันต่อไปว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร จะมีใครมาแฉพฤติกรรมฉาวพวกของเธออีกหรือไม่ หรือว่าหากเธอไม่ผิดจริงและกำลังถูกคนรุมกลั่นแกล้งอยู่ ก็ต้องเป็นหน้าที่ของพวกเธอที่จะต้องพิสูจน์ความจริงกันต่อไป

สามารถฟังเรื่องราวต่อเรื่องสรุปวีรกรรมทั้งหมดของสองแฝดได้ที่นี่ :


#missiontopluto
#missiontoplutopodcast
#SportJourneyPodcast

ดูเนื้อหาอื่นๆ ของ Sport Journey ได้ที่ https://missiontothemoon.co/category/podcast/sport-journey/

Advertisements

Lastest

Metaverse กับการช่วยเหลือจิตใจ มุมมองที่หลายคนอาจมองข้ามไป

“แต่จริงๆ แล้ว Metaverse อาจช่วยชีวิตคนก็เป็นได้” นี่อาจฟังดูเป็นประโยคที่เป็นไปไม่ได้จากอีลิตที่ชื่นชอบในเทคโนโลยี แต่จริงๆ แล้ว Metaverse สามารถทำให้เราเข้าใจและรับมือกับความเจ็บปวด ความเศร้าและอคติในสังคมได้มากขึ้น

Arcane ผลงาน ‘มาสเตอร์พีซ’ จากค่ายเกมที่ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม!?

เปิดจักรวาลความบันเทิงครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม กับซีรีส์ที่หยิบยกเนื้อหามาจากเกม LoL (League of Legends) โดย Riot Games ค่ายเกมผู้ถูกตั้งแง่โดยแฟนๆ ว่า “ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม” แต่ตามทฤษฎีได้บอกไว้ว่า “เกมไหนกาก แปลว่าเกมนั้นดัง” ดังนั้นจึงไม่น่าห่วงอะไร (มั้ง!?)

ไม่แปลกที่จะ “แปลก” เมื่อความแปลกมีพลังกว่าที่คิด!

วันนี้ Mission To The Moon จึงอยากมาแนะนำหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าจะช่วยให้เรารับมือกับความรู้สึกเหล่านี้ได้ดี กับหนังสือที่มีชื่อว่า “Weird: The Power of Being an Outsider in an Insider World” โดย Olga Khazan ที่จะมาเปลี่ยน “ความแปลก” ของเราให้กลายเป็นพลัง และสอนให้เราเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ ไปดูเรื่องราวโดยสรุปของหนังสือเล่มนี้กัน
Thongtong Mahavichit
Don't try this at home