กำจัดเศษอาหารอย่างถูกวิธี เพื่อชีวิต…เพื่อโลก

265

Mission to the Moon X Eco Smart

ในช่วงนี้ COVID-19 ได้กลับมาระบาดครั้งใหญ่อีกรอบ มาตรการความปลอดภัย และความสะอาดจึงเป็นสิ่งที่เราต้องร่วมมือกันปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อสุขภาพของตนเองและคนรอบข้าง และอีกประเด็นหนึ่งที่เราไม่ควรละเลยก็คือ ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน

มีข้อมูลจาก “World Economic Forum” แสดงให้เห็นว่า เราสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสในอนาคตได้ด้วยการปกป้องสิ่งแวดล้อม และฟื้นฟูธรรมชาติ เพราะกิจกรรมของมนุษย์ ล้วนส่งผลกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการทำลายระบบนิเวศวิทยา หรือการทำลายความสมดุลทางธรรมชาติ รวมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย ยังผลักดันให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคด้วย เพราะต้องยอมรับว่า ในช่วงวิกฤต COVID-19 นี้ ปริมาณขยะได้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ทั้งบรรจุภัณฑ์อาหารประเภทโฟม พลาสติก ไปจนถึงเรื่องเศษอาหารที่เหลือทิ้งจากการผลิตและการบริโภคในครัวเรือน

ขยะเศษอาหาร ตัวการหนึ่งของโลกร้อน

จริงๆ แล้วขยะเศษอาหารเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโลกร้อน ได้มีการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอาหารที่ถูกทิ้งทั้งโลกตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง ซึ่งจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 8% เป็นปริมาณที่มากกว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการบินทั่วโลกถึง 4 เท่า

ในแต่ละปีเรามีอาหารที่ถูกทิ้งจากการผลิตมากกว่า 30% และยังมีสัดส่วนของขยะเศษอาหารมากถึง 64% ของขยะในชุมชนทั้งหมด โดยที่ขยะเศษอาหารกว่าล้านตันจะถูกเจือปนไปกับขยะชนิดอื่นๆ และเกิดการเน่าเสียทับถม รวมถึงใช้เวลานานในการย่อยสลาย ซึ่งการจะจัดการขยะเศษอาหารให้ดีที่สุด จะต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทาง นั่นคือการ “แยกขยะ” เพราะเศษอาหารที่ปนเปื้อนไปกับขยะอื่นๆ จะส่งผลต่อการจัดการขยะในปลายทางด้วย และหากพลาสติกปนเปื้อนเศษขยะอาหาร หรือคราบสกปรกอื่นๆ พลาสติกนั้นจะถือว่าเป็นขยะทั่วไป ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ซึ่งการจัดการคือนำไปฝังกลบในบ่อขยะ

นอกจากนี้ ขยะเศษอาหารที่อยู่ในบ้านยังส่งผลโดยตรงต่อสุขอนามัยของผู้อยู่อาศัยด้วย เพราะประเทศไทยเป็นเมืองร้อนชื้น ทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย การจัดการขยะที่ไม่ถูกวิธีทำให้ขยะทุกชนิดปะปนกัน เมื่อเศษอาหารเกิดการเน่าเสีย จุลินทรีย์หรือแบคทีเรีย ที่อยู่ในอาหารก็จะเติบโตอย่างรวดเร็ว กลายเป็นแหล่งบ่มเพาะเชื้อโรคอย่างดี ทั้งยังเน่าเหม็น และเป็นแหล่งอาหารของสัตว์พาหะนำโรคแทบทุกชนิด อย่างหนู มด และแมลงสาบ ซึ่งอาจเป็นตัวนำเชื้อโรคไปสู่แหล่งน้ำดื่ม แหล่งการเกษตร และแหล่งที่อยู่อาศัยได้ด้วยน้ำ อีกทั้งยังสร้างมลภาวะทางอากาศด้วยการส่งกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ ซึ่งถือเป็นการบั่นทอนสุขภาพได้

เราจะลดปริมาณขยะเศษอาหารได้อย่างไร?

วิธีที่ดีที่สุดคือ การลดปริมาณวัตถุดิบอาหาร (Reduce) โดยเริ่มต้นจากการวางแผนก่อนซื้อวัตถุดิบต่างๆ ว่าเราจะทำเมนูอะไร สำหรับคนจำนวนเท่าไร และเลือกซื้อเฉพาะของในรายการที่ลิสต์ไปเท่านั้น นอกจากนี้ การกินอาหารตามฤดูกาลที่ปลูกโดยเกษตรกรท้องถิ่น ตามตลาดเกษตรกรหรือชุมชนที่สนับสนุนเกษตรเชิงนิเวศ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเลี่ยงการสร้างอาหารเหลือทิ้งที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิตของเกษตรเชิงอุตสาหกรรมได้ด้วย จากนั้นเมื่อมีเศษอาหารเหลือ ให้จัดการแยกขยะเศษอาหารออกจากขยะอื่นๆ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการจัดการขยะเศษอาหารในหลากหลายรูปแบบ เช่น การนำไปเป็นอาหารสัตว์ การนำไปทำเป็นไบโอแก๊ส การนำไปทำเป็นปุ๋ย เป็นต้น

นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่จะช่วยให้การจัดการขยะเศษอาหารทำได้ง่ายขึ้น สะอาดขึ้น อย่างการใช้ เครื่องกำจัดขยะเศษอาหารระบบอบแห้ง-บด (Food waste dry-decomposing machine) “ECO SMART” ซึ่งเป็นเครื่องกำจัดขยะเศษอาหารระดับอุตสาหกรรม โดยมีเครื่องขนาดตั้งแต่ 15kg.- 2 tons สามารถลดปริมาณขยะเศษอาหารได้มากถึง 85% และยังสามารถใส่เศษอาหารที่เป็นน้ำได้ด้วย เช่น ก๋วยเตี๋ยว น้ำแกงกะทิ ทำให้จำกัดเศษอาหารได้อย่างครอบคลุม ไม่จำเป็นต้องเทน้ำแกงลงท่อน้ำทิ้ง ลดปัญหาคราบไขมันติดในท่อ กลิ่นเหม็น และการเป็นแหล่งเพาะเชื้อ ลดภาระของระบบบำบัดน้ำ

โดยเศษอินทรียสารที่ได้จากเครื่อง Eco smart จะมีความแห้งสะอาด ปราศจากเชื้อโรค โดยมีผลวิจัยว่าสามารถฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคในคนและสัตว์ได้มากกว่า 100 เท่า และยังสามารถนำเศษที่ได้ไปใช้ประโยชน์ได้อีกหลายรูปแบบ เช่น นำไปเป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์บางชนิด หรือนำไปเป็นอาหารบำรุงดิน ซึ่งตอบโจทย์ Circular Economy อีกทั้งยังสามารถลด Carbon Footprint ได้อีกด้วยเมื่อเทียบกับการนำขยะเศษอาหารไปฝังกลบ ทำให้เกิดการขยะเศษอาหารอย่างยั่งยืน

ปัจจุบันความสะอาดก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะละเลยไม่ได้ ซึ่งธุรกิจต่างๆก็ควรหันมาให้ความสำคัญ โดยเฉพาะ ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจโรงแรม โรงเรียนและห้างสรรพสินค้า หากว่าเรามีการจัดการขยะเศษอาหารที่ดีและยั่งยืน ที่จะไม่ก่อให้เกิดแหล่งสะสมเชื้อโรคและกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค ย่อมทำให้ภาพลักษณ์ของการทำธุรกิจดี ผู้บริโภคมีความมั่นใจในสินค้าและบริการ ซึ่งจะมีผลตรงต่อยอดการซื้อสินค้าและการใช้บริการเป็นอย่างมาก แค่มีแนวคิดแบบ Eco ธุรกิจเติบโตได้อย่าง Smart

หากเราจัดการกับอาหารได้ตั้งแต่ต้นทาง โดยเริ่มต้นตั้งแต่การวางแผนซื้อวัตถุดิบ ไปจนถึงการแยกขยะเศษอาหารออกจากขยะอื่นๆ และนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี ก็จะเป็นการช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับชีวิตของเราเอง และยังสร้างความยั่งยืนให้กับโลกอีกด้วย