BUSINESS8 อันดับตระกูลที่ “รวย” ที่สุดในโลกแห่งปี 2021 ทำธุรกิจอะไรกันบ้าง?

8 อันดับตระกูลที่ “รวย” ที่สุดในโลกแห่งปี 2021 ทำธุรกิจอะไรกันบ้าง?

การจัดอันดับเศรษฐี คนรวย หรือผู้ที่มีอิทธิพลเป็นเรื่องที่น่าจับตามองและผู้คนให้ความสนใจ ในแต่ละปีจึงมีการจัดอันดับโดยนิตยสารด้านการงานต่างๆ อย่าง Forbes หรือ Bloomberg 

ซึ่งเพิ่งมีการอัพเดตอันดับตระกูลที่รวยที่สุดในปี 2021 เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา

ในปีนี้ จีนขึ้นแซงสหรัฐอเมริกาในฐานะประเทศที่มีจำนวนมหาเศรษฐี (Billionaire) มากที่สุดในโลก โดยจีนมีมหาเศรษฐีมากถึง 1,058 คน ขณะที่สหรัฐฯ มีจำนวน 696 คน ตามมาด้วยอินเดีย เยอรมนี และสหราชอาณาจักร

ที่น่าสนใจคือประเทศไทยติดอันดับ 10 ด้วยจำนวนมหาเศรษฐีมากถึง 51 คน แซงหน้าอิตาลี ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย (อย่างไรก็ตาม สภาพความเป็นอยู่และความเหลื่อมล้ำของไทย ยังย่ำแย่กว่าประเทศเหล่านั้นมาก)

ถือเป็นภาพรวมที่น่าสนใจ และแน่นอนว่าวันนี้เราจะมาพูดถึงอันดับความรวยเช่นกัน แต่ว่าไม่ใช่รายบุคคล! เพราะหากเราพูดถึง ‘บุคคล’ ที่รวยที่สุดในโลกคงหนีไม่พ้น Jeff Bezos แห่ง Amazon และ Elon Musk เจ้าของ Tesla กับ SpaceX เรารู้จักชื่อเสียงเรียงนามของคนเหล่านี้ดีอยู่แล้ว วันนี้เลยจะมาพูดถึงในมุมของ ‘ตระกูล’ ที่รวยที่สุดในโลกแห่งปี 2021 แทน!

จะมีครอบครัวอะไร ราชวงศ์ไหนบ้าง มาจากประเทศไหน และทำธุรกิจด้านไหนกัน มาดูกันเลยดีกว่า

ตระกูลที่รวยที่สุด

อันดับ 1 ตระกูล Walton

ความมั่งคั่งสุทธิ 238,200 ล้านดอลลาร์

ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สุดโลกอย่าง “Walmart” ก่อตั้งโดย Sam Walton และ James Bud Walton ในปี 1962 ปัจจุบันนี้รายได้หลักของทายาทรุ่นที่ 2 และ 3 แห่งตระกูล Walton ก็ยังเป็น Walmart นั่นเอง ไม่ว่าจะอาหาร เสื้อผ้า ขนม  อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เรียกได้ว่า Walmart มีขายแทบทุกอย่าง ความนิยมนี้ทำให้ Walmart ขยายสาขาไปได้ราวๆ 10,500 สาขาใน 24 ประเทศทั่วโลก 

ขณะที่หลายธุรกิจต้องเจอกับปัญหาในช่วงวิกฤตโควิด-19 อย่างร้านค้าปลีกในสหรัฐฯ เช่น Apple, ห้าง Macy’s, และห้าง Nordstorm ต้องปิดตัวไปหลายสาขา หุ้นของ Walmart กลับเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนแตะจุดที่สูงที่สุดเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ความมั่งคั่งของตระกูล Walton ที่ถือหุ้นไปกว่าครึ่งเพิ่มขึ้นตาม

แม้รายได้หลักจะมาจาก Walmart แต่ตระกูลนี้เองยังเป็นเจ้าของธนาคาร Arvest Bank ที่เปิดทำการใน Arkansas รัฐบ้านเกิดและรัฐใกล้เคียงอย่าง Oklahoma, Missouri, และ Kansas

ตระกูลที่รวยที่สุด

อันดับ 2 ตระกูล Mars

ความมั่งคั่งสุทธิ 141,900 ล้านดอลลาร์

ขายขนมจนรวยไม่เกินจริง เพราะขนมที่เรารู้จักกันดีอย่างช็อกโกแล็ต Snickers, Mars,​ M&M, Twix และหมากฝรั่งซองเขียว Wrigley แบรนด์เหล่านี้ล้วนเป็นของบริษัท Mars Inc. ที่เป็นของตระกูล Mars ทั้งสิ้น!

Mars Inc. ก่อตั้งในปี 1911 โดย Frank Mars ปัจจุบันทายาทของตระกูลนี้ก็ยังทำงานในบริษัทนี้และเป็นคณะกรรมการบริหารอยู่ แม้ในทุกๆ ปีตระกูลนี้จะติดอันดับครอบครัวที่รวยที่สุดอยู่ตลอด แต่ปีนี้อันดับขึ้นสูงมาถึงอันดับที่ 2 อาจเป็นผลสืบเนื่องมาจากยอดขายขนมหวานที่เยียวยาจิตใจได้ดีที่สุดในช่วงโควิด-19

ไม่ใช่เพียงแค่ขนมเท่านั้น Mars Inc. ยังมีรายได้มหาศาลจากการขายอาหารสัตว์ แบรนด์ดังอย่าง Pedigree, Royal Canin, และ Whiskas ก็เป็นของตระกูล Mars เช่นกัน

ตระกูลที่รวยที่สุด

อันดับ 3 ตระกูล Koch

ความมั่งคั่งสุทธิ 124,400 ล้านดอลลาร์

ตระกูล Koch เจ้าของ Koch Industries, Inc. ที่ประกอบไปด้วยกลุ่มบริษัทหลายอย่างภายใต้เครือเดียวกัน มีธุรกิจมากมายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการผลิตกระดาษ ยางมะตอย สารเคมี พลังงาน ไฟเบอร์ ปุ๋ย ปิโตรเลียม แก๊สธรรมชาติ กระจก และพลาสติก เป็นต้น

ตระกูลที่รวยที่สุด

อันดับ 4 ตระกูล Hermès 

ความมั่งคั่งสุทธิ 111,600 ล้านดอลลาร์ 

แบรนด์ดังอย่าง Hermès ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ก่อตั้งโดย Thierry Hermès ในปี 1837 ปัจจุบันในยุคของทายาทรุ่นที่ 6 มีผู้สืบทอดเชื้อสายและความมั่งคั่งของเขากว่า 16 คน แต่สองคนที่ดูจะทำเงินให้ตระกูลได้อย่างมหาศาลที่สุดก็คือ “Pierre-Alexis Dumas” และ “Axel Dumas” ผู้นำทั้งสองของ Hermès 

ทั้งสองทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป Pierre-Alexis Dumas ผู้เป็น Artistic Director นำความสร้างสรรค์และมีชีวิตชีวาให้แก่แบรนด์ ส่วน Axel Dumas ผู้มีพรสวรรค์ด้านการเงินและการค้าทำหน้าที่เป็น CEO ของบริษัท 

แน่นอนว่ารายได้หลักของครอบครัวนี้ก็มาจากแบรนด์ Hermès นั่นเอง โดยสินค้าที่มีชื่อเสียงของแบรนด์ที่สุดได้แก่กระเป๋า Hermès Birkin ที่มีราคาสูงและหาซื้อยาก หากใครสนใจและสงสัยว่าพวกเขามีกลยุทธ์อย่างไร ถึงทำให้กระเป๋าโด่งดังได้ถึงขนาดนี้ ติดตามต่อได้ที่ >> MM insight | รู้จัก Birkin หนึ่งในกระเป๋าที่แพงที่สุดในโลก



ตระกูลที่รวยที่สุด

อันดับ 5 ตระกูล Al Saud

ความมั่งคั่งสุทธิ 100,000 ล้านดอลลาร์

หนึ่งในตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดและไม่ได้มาจากการทำธุรกิจ ได้แก่ ราชวงศ์ Al Saud ผู้ปกครองประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยความมั่งคั่งของตระกูลนี้มาจากแหล่งน้ำมันสำรองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีมากถึง 40,900,000,000 เมตริกตัน หรือ 20% จากปริมาณน้ำมันทั้งหมดจากแหล่งน้ำมันธรรมชาติในโลก

ตระกูลที่รวยที่สุด

อันดับ 6 ตระกูล Ambani

ความมั่งคั่งสุทธิ 93,700 ล้านดอลลาร์

ตระกูล Ambani จากประเทศอินเดีย เจ้าของกลุ่มบริษัท Reliance Industries ที่ประกอบไปด้วยกิจการหลายอย่าง เช่น The Jambager Refinery โรงงานกลั่นน้ำมันดิบที่ใหญ่ที่สุดในโลก การสำรวจและการผลิตไฮโดรคาร์บอน อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ธุรกิจค้าปลีก และการโทรคมนาคม

ทรัพย์สินของตระกูล Ambani เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2017 เมื่อ Reliance Jio บริษัทในเครือก้าวเป็นผู้นำตลาดโทรคมนาคมในประเทศอินเดียได้ (ซึ่งเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงมากๆ) โดยการเปิดตัวเครือข่าย 4G

ในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ตระกูล Ambani มีรายได้มากกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญจากการขายหุ้น 1 ใน 3 ของ Reliance Jio ให้ Facebook และ Google

ตระกูลที่รวยที่สุด

อันดับ 7 ตระกูล Wertheimer 

ความมั่งคั่งสุทธิ 61,800 ล้านดอลลาร์

“Alain Wertheimer” และ “Gerard Wertheimer” ทายาทตระกูล Wertheimer จากฝรั่งเศสที่มีความมั่งคั่งจาก Chanel แม้รายได้หลักของพวกเขาจะมาจากแบรนด์แฟชันชื่อดัง สองพี่น้องยังทำเงินจากการเป็นเจ้าของโรงงานผลิตไวน์ทั้งในฝรั่งเศสและใน Napa Valley แคลิฟอร์เนีย

นอกเหนือจากธุรกิจไวน์ พวกเขายังเพาะพันธุ์ม้าสายพันธุ์ดีเพื่อลงแข่งในการแข่งขันต่างๆ อย่าง French Darby ของฝรั่งเศสและ Breeder’s Cup Turf ในสหรัฐฯ

ตระกูลที่รวยที่สุด

อันดับ 8 ตระกูล Johnson

ความมั่งคั่งสุทธิ 61,200 ล้านดอลลาร์

รายได้หลักของตระกูล Johnson มาจากบริษัท Fidelity Investments บริษัททางการเงินข้ามชาติชื่อดัง และเป็น 1 ใน 3 บริษัทกองทุนรวมที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ โดย Fidelity Investments ให้บริการด้านการเงินแก่บุคคลและสถาบันมากกว่า 20 ล้านแห่ง ผ่านตัวแทนที่มีมากกว่า 5,000 บริษัททั่วโลก

อ้างอิง
https://bit.ly/3zLSePi
https://bloom.bg/3m7AQPX
https://bit.ly/3kTO1F7

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#business

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

POPULAR

Tanyaporn Thasak
ผู้โดยสารคนหนึ่งบนยาน Mission To The Moon ที่หลงใหลในวรรณกรรม ภาพยนตร์ บทกวี การอ่าน การเขียน และการนอน