ห้ามส่งข้อความหาหลังเลิกงาน! โปรตุเกสสั่งปรับบริษัท หากเจ้านายติดต่อนอกเวลางาน

242
ส่งข้อความ

สำนักข่าว BBC รายงานว่า โปรตุเกสได้สั่งห้ามเจ้านายส่งข้อความและอีเมลอื่นๆ ถึงพนักงานนอกเวลาทำงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายใหม่ที่เรียกว่า “สิทธิในการพักผ่อน” (Right to Rest) โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลง เพื่อปรับปรุงสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) และเพื่อรองรับการขยายตัวการทำงานทางไกลแบบ Work From Home ในประเทศ โดยบริษัทที่มีพนักงานมากกว่า 10 คนอาจถูกปรับหากติดต่อพนักงานนอกเวลาทำการตามสัญญาของบริษัท

นอกจากนี้ยังมีกฎใหม่ในการอนุญาตให้พนักงานที่มีบุตรทำงานทางไกลได้ (Work Remotely) โดยพนักงานจะได้รับการอนุญาตให้ทำงานที่บ้านได้อย่างไม่มีกำหนดโดยไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้านายก่อนจนกว่าบุตรจะอายุครบ 8 ปี

และบริษัทต่างๆ อาจต้องมีส่วนร่วมในการช่วยออกค่าใช้จ่ายสำหรับการทำงานที่บ้าน เช่น สาธารณูปโภคและอินเทอร์เน็ต รวมถึงต้องมีมาตรการในการช่วยให้พนักงานที่ทำงานจากทางไกลยังรู้สึกได้เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท โดยบริษัทต่างๆ คาดว่าจะมีการจัดการประชุมแบบเห็นหน้ากันเป็นประจำ

Advertisements

อย่างไรก็ตามข้อเสนอบางอย่างของกฎหมายใหม่นี้ก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาของโปรตุเกส ซึ่งรวมไปถึง “สิทธิในการตัดการเชื่อมต่อ” (Right to Disconnect) โดยจะยังไม่อนุญาตให้พนักงานสามารถปิดอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมดนอกเวลาทำการ

Ana Mendes Godinho รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานและประกันสังคมของโปรตุเกสกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เธอหวังว่าการแสดงจุดยืนและออกกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยดึงดูดชาวต่างชาติให้เข้ามาทำงานในโปรตุเกสมากขึ้น โดยกล่าวว่า “โปรตุเกสเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับ Digital Nomads โดยโปรตุเกสจะออกวีซ่าผู้อยู่อาศัยชั่วคราวให้เพื่อดึงดูดผู้ประกอบการและฟรีแลนซ์ให้มาอยู่และทำงานที่นี่”

อนึ่ง โปรตุเกสมีโครงการ Digital Nomad Village (โครงการที่สร้างหมู่บ้านสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ในโลก โดยอาชีพก็สามารถทำได้ทุกอย่างโดยใช้ระบบออนไลน์ อาจกล่าวได้ว่าอาจเป็นเทรนด์ในการเข้าสู่ภาวะ ‘ไร้ออฟฟิศ’) โดยทางการโปรตุเกสจะจัดเตรียม WiFi และโต๊ะทำงานให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Advertisements

ขณะที่อีกหลายประเทศยังได้นำเสนอสิ่งที่เรียกว่า “Digital Nomad Visas” สำหรับการมาอยู่และทำงานโดยเฉพาะ ซึ่งจะต่างจากวีซ่าท่องเที่ยวทั่วไป โดยตอนนี้โครเอเชียและบาร์บาทอสก็ริเริ่มแนวคิดดังกล่าวแล้วเช่นกัน

อ้างอิง
https://bbc.in/30nBEJi

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#worldnews

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/category/news/

Advertisements

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่