NEWSโตต่อไม่รอแล้วนะ! Apple กลายเป็นบริษัทแรกของโลกที่มูลค่าแตะ 3 ล้านล้านดอลลาร์

โตต่อไม่รอแล้วนะ! Apple กลายเป็นบริษัทแรกของโลกที่มูลค่าแตะ 3 ล้านล้านดอลลาร์

เป็นที่น่าสนใจ เมื่อมูลค่าของบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังจากสหรัฐฯ อย่าง Apple นั้นเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าตัวนับตั้งแต่ตั้งแต่ปี 2018 จากยอดขายที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการระดมเงินของบริษัทมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเข้าซื้อหุ้นของตัวเองคืนจากเหล่านักลงทุน

Apple บริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ระดับโลก มีจุดเริ่มต้นในปี 1976 จากการเป็นบริษัทคอมพิวเตอร์เล็กๆ ในโรงรถ ตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย แต่ในปัจจุบัน Apple กลับมีมูลค่าในตลาดถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถือเป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกของโลกที่มีมูลค่าสูงมากขนาดนี้ ขณะที่เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2018 Apple กลายเป็นบริษัทอเมริกันแห่งแรกที่มีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือว่าใช้เวลาถึง 42 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งกว่าที่จะมาถึงจุดนี้ได้

สิ่งที่น่าสนใจคือเบื้องหลังการเติบโตอย่างรวดเร็วและยั่งยืนเช่นนี้ คือ การที่ Apple ได้สร้างทั้งภาพลักษณ์แบรนด์ที่เป็นเอกลักษณ์ และการส่งเสริมให้ผู้บริโภคเป็น Royalty Fan รวมถึงการใช้กระแสเงินสดมหาศาลอย่างชาญฉลาด

อย่างไรก็ตาม การใช้กระแสเงินสดอย่างมหาศาลของพวกเขาไม่ใช่การเข้าซื้อกิจการอื่นๆ เพิ่มเติมแต่อย่างใด รวมถึงไม่ใช่การทดลองทำอะไรหรือเสี่ยงลงทุนกับอะไรที่มีราคาสูงเกินกว่าตัว หากแต่เป็นการที่ได้ตัดสินใจที่จะคืนกระแสเงินสดให้กับนักลงทุนเป็นส่วนใหญ่โดยการซื้อหุ้นของตัวเอง

โดยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา Apple ได้ซื้อหุ้นของตัวเองมูลค่ากว่า 488 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในบรรดาบริษัทอื่นๆ และการใช้จ่ายส่วนใหญ่นั้นเกิดขึ้นหลังจากที่ Apple ใช้กฎหมายภาษีปี 2017 เพื่อย้ายเงินส่วนใหญ่จำนวน 2,522,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่เก็บไว้ในต่างประเทศกลับไปยังสหรัฐอเมริกา

ปัจจุบัน Apple รับผิดชอบการซื้อคืนหุ้นที่ใหญ่ที่สุด 14 จาก 15 รายการในทุกๆ ไตรมาส รวมถึงโฆษกของ Apple ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “บริษัทใช้เงินมากกว่า 82,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในการวิจัยและพัฒนาในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มการลงทุนอย่างต่อเนื่องสำหรับการขยายบริษัทในแต่ละปี โดยในปัจจุบัน Apple มีพนักงานประมาณ 154,000 คนหรือ 38,000 คนมากกว่า 5 ปีที่แล้ว”

อย่างไรก็ตามนักเศรษฐศาสตร์หลายคนได้วิเคราะห์การที่ Apple เลือกใช้วิธีนี้ โดยผู้เชี่ยวชาญอย่าง William Lazonick ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านเศรษฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ กล่าวว่า “พวกเขากำลังใช้มันเพื่อเพิ่มราคาหุ้น เพราะการซื้อคืนหุ้นจะลดจำนวนหุ้นทั้งหมดที่มีให้ซื้อ จะทำให้แต่ละหุ้นที่เหลือมีค่ามากขึ้น อีกทั้งยังเป็นไปเพื่อปรับปรุงพื้นฐานหุ้นของบริษัทเพื่อดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่ให้เลือกลงทุน ซึ่งจะส่งผลทำให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น” และ “เพราะว่าได้ใช้เงินหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อซื้อหุ้นของตัวเอง ในขณะที่ใช้คนงานที่มีค่าแรงต่ำประกอบผลิตภัณฑ์ ทำงานหนักเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี และขึ้นราคาอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้รายได้ของพวกเขายิ่งสูงขึ้นไปอีก”

โดยในปัจจุบัน Apple เป็นผู้เสียภาษีรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ในเดือนเมษายน บริษัทกล่าวว่าได้จ่ายภาษีไปแล้ว 45 พันล้านดอลลาร์ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา


อ้างอิง:
https://nyti.ms/3zup0FZ


#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#worldnews

Advertisements
Advertisements

Lastest

Twitter เตรียมปล่อยฟีเจอร์ใหม่! ให้ผู้ใช้งานยืนยันความเป็นเจ้าของรูปโปรไฟล์ที่เป็น NFT

สำนักข่าว CNN รายงานว่า Twitter เตรียมเปิดฟีเจอร์ยืนยันรูปโปรไฟล์ของผู้ใช้งานที่เป็นเจ้าของผลงาน NFT ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง NFT ที่มีผู้สนใจเข้ามาลงทุนอย่างมากในปีที่ผ่านมา

สรุปเทรนด์ 2021 กับพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior) เปลี่ยนไป

ใครจะเชื่อว่า Live นอนก็สามารถขายได้และมีคนดูกว่าหมื่นคนใครจะเชื่อว่า Live ธรรมะจะเข้าถึงง่ายและยังสร้างปรากฏการณ์คนดูกว่าครึ่งล้าน ใครจะเชื่อว่า ‘กล่องสุ่ม’ ที่ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไร แต่กลับได้รับความนิยมอย่างมากนาทีนี้ไม่อยากเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อแล้ว เพราะตลอดปี 2021 ที่ผ่านมา เราทุกคนล้วนเห็นกับตาและพบเจอด้วยตัวเองแล้วว่าอะไรๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ จึงอาจเรียกได้ว่าเป็น ‘ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง’ ทั้งในมุมของผู้ประกอบการและผู้บริโภค เพราะหากใครติดตามข่าวหรือโซเชียลมีเดียจะพบว่ามีเรื่องราวและประเด็นต่างๆ เกิดขึ้นนับไม่ถ้วนเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่แม้จะได้รับวัคซีนกันไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ใหม่ ‘โอมิครอน’ กำลังสร้างความน่ากังวลไม่น้อย...

ชีวิตที่สมบูรณ์แบบมีจริงไหม? ค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ กับหนังสือ ‘The Midnight Library’

เรากำลังโหยหาชีวิตที่สมบูรณ์แบบอยู่หรือเปล่า? แล้วความสมบูรณ์แบบที่ว่ามีหน้าตาอย่างไร การได้ทำในสิ่งที่ชอบ ได้ทำอะไรเพื่อสังคม หรือได้เป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง ก็ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ หรือว่าจริงๆ แล้วความสมบูรณ์แบบของชีวิตนั้นอาจไม่มีอยู่จริง
Ru-orn Promprasit
ง่วงเป็นหลับ ขยับเป็นหาอะไรเขียน

Related Articles

Twitter เตรียมปล่อยฟีเจอร์ใหม่! ให้ผู้ใช้งานยืนยันความเป็นเจ้าของรูปโปรไฟล์ที่เป็น NFT

สำนักข่าว CNN รายงานว่า Twitter เตรียมเปิดฟีเจอร์ยืนยันรูปโปรไฟล์ของผู้ใช้งานที่เป็นเจ้าของผลงาน NFT ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง NFT ที่มีผู้สนใจเข้ามาลงทุนอย่างมากในปีที่ผ่านมา

สรุปเทรนด์ 2021 กับพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior) เปลี่ยนไป

ใครจะเชื่อว่า Live นอนก็สามารถขายได้และมีคนดูกว่าหมื่นคนใครจะเชื่อว่า Live ธรรมะจะเข้าถึงง่ายและยังสร้างปรากฏการณ์คนดูกว่าครึ่งล้าน ใครจะเชื่อว่า ‘กล่องสุ่ม’ ที่ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไร แต่กลับได้รับความนิยมอย่างมากนาทีนี้ไม่อยากเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อแล้ว เพราะตลอดปี 2021 ที่ผ่านมา เราทุกคนล้วนเห็นกับตาและพบเจอด้วยตัวเองแล้วว่าอะไรๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ จึงอาจเรียกได้ว่าเป็น ‘ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง’ ทั้งในมุมของผู้ประกอบการและผู้บริโภค เพราะหากใครติดตามข่าวหรือโซเชียลมีเดียจะพบว่ามีเรื่องราวและประเด็นต่างๆ เกิดขึ้นนับไม่ถ้วนเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่แม้จะได้รับวัคซีนกันไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ใหม่ ‘โอมิครอน’ กำลังสร้างความน่ากังวลไม่น้อย...

ชีวิตที่สมบูรณ์แบบมีจริงไหม? ค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ กับหนังสือ ‘The Midnight Library’

เรากำลังโหยหาชีวิตที่สมบูรณ์แบบอยู่หรือเปล่า? แล้วความสมบูรณ์แบบที่ว่ามีหน้าตาอย่างไร การได้ทำในสิ่งที่ชอบ ได้ทำอะไรเพื่อสังคม หรือได้เป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง ก็ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ หรือว่าจริงๆ แล้วความสมบูรณ์แบบของชีวิตนั้นอาจไม่มีอยู่จริง

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงไหม? ในวันที่ “ต้นทุนชีวิต” (Socioeconomic Status) ต่างกัน

มีงานวิจัยหนึ่งจากสหรัฐฯ เมื่อปี 2013 ที่พบว่า เด็กจากครอบครัวที่ร่ำรวย (รายได้มากกว่าหรือเท่ากับ 3,595,500 บาทต่อปี) มีโอกาสเรียนจบได้มากกว่า 8 เท่าของเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,129,380 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก National Student Clearing House ในปี 2020 ที่เผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อัตราการเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐฯ ลดต่ำจนถึงติดลบ 21.7% เพราะพวกเขาแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเรียนต่อไม่ไหว

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า