ทำไมเราควรต้องมี mentor

มีเวลาไม่เยอะอยากอ่านสั้นๆ
  • ผมเริ่มวิ่งจริงจังมาได้ปีกว่า โดยรวมก็ยังไม่ค่อยพัฒนาเท่าไหร่ จนกระทั่งผมมีโค้ชเมื่อไม่กี่เดือนนี่หละ การมีโค้ชช่วยทำให้ผมพัฒนาได้มากขึ้นมากครับ
  • ในการทำธุรกิจก็เช่นกัน การมีคนชี้แนะ หรือ ที่ปรึกษาที่ดี (เป็นตัวจริง) บางครั้งก็สามารถช่วยพลิกธุรกิจของเราได้เลยทีเดียวครับ

วันนี้อยากมาชวนคุยเรื่องวิ่งอีกรอบครับ

ผมเริ่มวิ่งจริงจังมาได้ปีกว่าๆครับ ช่วงแรกๆก็วิ่งเพราะมีความสุข วิ่งแล้วได้จัดระเบียบชีวิต ได้ทำให้ตัวเองมีวินัยมากขึ้น แต่ถ้าพูดถึงเรื่องของประสิทธิภาพของการวิ่ง เช่นเรื่องเวลา เรื่องท่าวิ่ง รวมไปถึงการวิ่งไม่ให้เจ็บ ไม่ค่อยพัฒนาเท่าไรครับ

วิ่งความเร็วก็ทรงๆ เจ็บบ้างไม่เจ็บบ้างสลับกันไป จนกระทั่งผมเริ่มมีโค้ชเมื่อไม่กี่เดือนมานี่แหละครับ

การมีโค้ชช่วยหลายเรื่องมากครับ

เรื่องแรกคือ หลักการที่ถูกต้อง :

ซึ่งหลักการที่ว่ามีตั้งแต่ท่าวิ่ง การยืด การวอร์มอัพ และคูลดาวน์ร่างกาย ทุกอย่างเป็นระบบมากขึ้น ซึ่งทำให้การวิ่งดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ

เรื่องที่สอง มีตารางซ้อมที่ชัดเจน :

การมีตารางซ้อมที่ชัดเจน ทำให้ผมมีระเบียบวินัยครับ และที่สำคัญคือมีการบ้านส่งเกือบทุกวัน ดังนั้นถ้าไม่มีเรื่องฉุกเฉินจริงๆผมจะพยายามส่งตลอดครับ

เรื่องที่สาม ตารางซ้อมออกแบบสำหรับแต่ละคน :

ความสามารถในการวิ่งของแต่ละคนแตกต่างกันมากดังนั้นการวิ่งจะให้ซ้อมเหมือนกันไม่ได้

เรื่องที่สี่ ตารางซ้อมได้รับการออกแบบมาจากสิ่งที่โค้ชได้เรียนรู้ในอดีต :

การเอาบทเรียนจากผู้ที่มีประสบการณ์ มาออกแบบตารางซ้อมนั้นสำคัญมากครับ อย่างกรณีของผมที่ตัวค่อนข้างหนัก และมีการวิ่งแบบลากเท้ามาจนติดเป็นนิสัย โค้ชก็จะมีการปรับท่าและฝึกความแข็งแรงที่เคยใช้ได้ผลกับเคสคล้ายๆผมมาแล้ว แต่วิธีนี้ไปใช้กับคนอื่นอาจจะไม่ได้ผลก็ได้

เรื่องที่ห้า สภาพจิตใจ :

โค้ชไม่ได้สอนแต่เรื่องการวิ่งอย่างเดียว แต่สอนเรื่องสภาพจิตใจด้วย เพราะการวิ่งระยะไกลๆนั้น บางทีซ้อมมาดีแล้ว ร่างกายก็พร้อม แต่มาหลุดตรงสถาพจิตใจก็มีครับ

ตลอดทางเราจะโดนทดสอบจากจิตใจของเราเสมอครับว่าจะวิ่งต่อ จะหยุด หรือจะใส่สุดๆทั้งๆที่ร่างกายตอนนั้นอาจจะไม่ไหวแล้ว ทั้งหมดนี้โค้ชจะคอยให้วิธีคิดครับว่าจะผ่านเรื่องสภาพจิตใจตอนที่เราเหนื่อยและล้าสุดๆไปได้ยังไง เพื่อให้ไปถึงเส้นชัยให้ได้

สำหรับผมที่สำคัญอีกอย่างคือ จะหาคนมาเป็น mentor เป็นโค้ช ต้องพยายามหาคนที่เป็นตัวจริงและได้รับการพิสูจน์มาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งแล้ว อย่างกรณีโค้ชวิ่งของผมเป็นอดีตทีมชาติ ที่วิ่งมาราธอนได้ 2 ชั่วโมง 35 นาที

ถามว่าทุกคนต้องมีโค้ชแล้วถึงจะวิ่งดีขึ้นไหม อันนี้ตอบเลยว่าไม่ครับ อย่าง ยูกิ คาวาอูชิ ชาวญี่ป่นแชมป์ บอสตัน มาราธอน ซึ่งเป็นรายการวิ่งระดับโลกและเป็นเจ้าของสถิติมากมาย ก็ซ้อมเองไม่มีโค้ช

แต่.. คนแบบนี้มีไม่เยอะครับ

ดังนั้นถ้าอยากพัฒนา การมีโค้ชหรือ mentor ช่วยได้แน่นอนครับ


สิ่งที่อยากจะบอกก็คือ.. การทำธุรกิจก็ไม่ต่างจากการวิ่งมาราธอนครับ

ถ้ามี mentor หรือโค้ชก็จะช่วยเหมือนในแบบเดียวกันเลยอย่าง เช่น

เรื่องหลักการ :

จริงอยุ่ที่ธุรกิจไม่มีสูตรสำเร็จ ตายตัว แต่มันมีหลักการที่พอจะเอามาใช้ได้อยู่ครับ อย่างเช่น ความรู้เรื่องการบริหาร กระแสเงินสด (cashflow) อันนี้มีหลักการที่ค่อนข้างชัดเจน สามารถสอนกันได้

เรื่องความเฉพาะเจาะจงของธุรกิจ :

ถ้าได้ mentor ที่อยู่ในธุรกิจใกล้เคียงกัน แค่ความรู้เพียงเล็กน้อยของ mentor ก็สามารถความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจให้เราได้อย่างไม่น่าเชื่อครับ คำแนะนำเฉพาะทางนี้ หลายครั้งสามารถพลิกธุรกิจกันได้เลยครับ ส่วนตัวผมเคยได้รับคำแนะนำแบบนี้มาครั้งนึงและมันเปลี่ยนชีวิตผมถึงวันนี้

เรื่องประสบการณ์ หรือ lesson learned :

ความผิดพลาดเป็นบันไดสู่ความสำเร็จก็จริง แต่เราไม่ต้องผิดพลาดเองหมดทุกเรื่องก็ได้ บางเรื่องเราเรียนรู้จากคนอื่นก็ได้ครับ

เรื่องของจิตใจ :

จะว่าไปเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะคล้ายๆกับการวิ่งคือการทำธุรกิจก็ใช้พลังใจเยอะมาก หลายครั้งเวลาเราท้อและคิดว่าไปต่อไม่ไหว การได้รับคำปรึกษาเรื่องวิธีคิด, การมองปัญหา และกระบวนการตัดสินใจจาก mentor ช่วยได้เยอะจริงๆครับ


คำถามที่คนสงสัยมากที่สุดคำถามนึงคือเราจะไปหา mentor มาจากไหน?

จริงๆคำตอบนี้คงขึ้นอยู่กับเครือข่ายของคนคนนั้นเป็นหลัก แต่ว่าเราสามารถขยายเครือข่ายได้นะครับ วิธีการขยายเครือข่ายที่ดีที่สุดจากประสบการณ์ของผม ไม่ใช่การออกไปปาร์ตี้สังสรรค์ รู้จักคนใหม่ แต่เป็นการทำงานของเราให้ดีที่สุด ให้สม่ำเสมอ ให้มีวินัย และทำให้ผลงานเป็นที่ประจักษ์ แล้วเดี๋ยวเครือข่ายจะค่อยๆตามมาเองครับ

หวังว่าทุกท่านจะหา mentor ของตัวเองเจอนะครับ