BUSINESSเมื่อเรือของคุณกำลังจะจม

เมื่อเรือของคุณกำลังจะจม

มีเวลาไม่เยอะอยากอ่านสั้นๆ
  • เวลาที่ธุรกิจเผชิญกับวิกฤติ เป็นเรื่องที่รู้กันดีว่าการไปไล่แก้ไขสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้นไม่ช่วยอะไร ถ้าเปรียบธุรกิจเป็นเรือโนอาห์ที่กำลังล่ม สิ่งที่คุณต้องทำคือหา “ช้าง” ให้เจอ แล้วจงโยนช้างออกจากเรือซะ หลังจากนั้นจงเสริมเรือให้แข็งแรง คือลงทุนในสิ่งที่จำเป็นและเชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจอยู่รอด อีกเรื่องที่สำคัญคือการสื่อสารต้องชัดเจน ให้ทุกคนในองค์กรเห็น “เป้าหมาย” และทิศทางที่กำลังจะไปร่วมกัน

จอห์น ซี แม็กซ์เวลล์ (John C. Maxwell) เคยยกประโยคของ วิลเฟรโด พาเรโต (Vilfredo Pareto) ที่กล่าวไว้ว่า

ถ้าคุณเป็นโนอาห์ แล้วเรือของคุณกำลังจะจม ให้มองหาช้างก่อน ไม่ใช่หมา แมว กระรอก เพราะการโยนสัตว์ตัวเล็ก ๆ ลงทะเล ยังไงเรือคุณก็จมอยู่ดี แต่ถ้าคุณโยนช้าง มันจะช่วยเรือของคุณได้มากกว่าวิลเฟรโด พาเรโต

ในชีวิตจริงถ้าเรือเรากำลังจะจม เรามองหาช้างอยู่รึเปล่า

เวลาเรามีปัญหาในชีวิตหรือธุรกิจ เราเลือกที่จะแก้ปัญหามันโดยการโยน หมา แมว กระรอก ออกจากเรือ หรือเราเลือกที่จะโยน “ช้าง” ออกไป แต่ว่าการจะโยนช้างออกจากเรือได้นั้นบางทีก็ต้องอาศัยความกล้าและใจเด็ดอยู่ไม่น้อย

ในประวัติศาสตร์ทางธุรกิจเราได้เห็นตัวอย่างมามากมายว่า เวลาที่บริษัทกำลังเผชิญกับวิกฤติ ผู้บริหารหลายคนเลือกที่จะแก้ไขสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งมันไม่ได้ช่วยให้วิกฤตินั้นดีขึ้นเลย มันก็เหมือนกับเรือโนอาห์ที่กำลังจะจม แต่กลับไปมั่ววุ่นกับการโยนสัตว์ตัวเล็ก ๆ ออกไป ทั้งที่ยังมีเรื่องใหญ่ ๆ สำคัญ ๆ เป็นตัวกดเรือให้จมลงเรื่อย ๆ บางทีกว่าจะรู้ตัวว่า “ช้าง” คืออะไร เรือก็จมลงก้นมหาสมุทรเสียแล้ว

Advertisements

ใครจะคิดว่าบริษัทอย่างซีร็อกซ์ (Xerox) ที่ยิ่งใหญ่ถึงขนาดที่ว่าชื่อบริษัทได้กลายเป็นคำในการเรียกแทนคำว่า “ถ่ายเอกสาร” (คำว่าซีร็อกซ์ เปรียบเหมือน คำกริยา แปลว่าการถ่ายสำเนาเอกสารที่ทุกคนเรียกกันอย่างติดปาก) ครั้งนึงก็เคยเกือบจะล้มละลาย

บริษัทซีร็อกซ์ เดิมชื่อ The Haloid Photographic Company ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1906 แต่เปลี่ยนมาใช้ชื่อซีร็อกซ์ ในปี 1961 โดยเครื่องถ่ายเอกสารที่ได้รับความนิยมรุ่นแรก ๆ คือ Xerox 914 Photocopier และภายในปี 1965 บริษัทก็มีรายได้กว่า 500 ล้านเหรียญ ตลอดยุค 1980 บริษัทซีร็อกซ์เรียกได้ว่าครองตลาดเป็นเบอร์หนึ่งของธุรกิจมาโดยตลอด

แต่ซีร็อกซ์มีปัญหาคล้ายกับบริษัทใหญ่ ๆ หลายบริษัทที่ติดกับดักของตัวเอง นั่นคือนิ่งนอนใจกับความสำเร็จในอดีต ซีร็อกซ์นอกจากจะขยายองค์กรจนใหญ่เทอะทะ จนทำให้การพัฒนาอะไรใหม่ ๆ เป็นเรื่องยาก สินค้าใหม่หลายตัวที่ออกมาก็แพ้ให้คู่แข่งจากญี่ปุ่น เช่น Canon, Minolta และ Ricoh ทำให้ถูกแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดไป แต่นั้นเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

ระหว่างปี 1997 ถึง 2002 ซีร็อกซ์เผชิญกับข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตทางการเงินหลายข้อ (acoounting fraud scandals) จนความระส่ำระสายเริ่มมาเยือน

ปี 2000 เป็นปีที่ซีร็อกซ์วิกฤติอย่างหนัก เมื่อบริษัทขาดทุนติดต่อกันมายาวนานถึง 6 ปี เป็นหนี้สูงถึง 17,100 ล้านเหรียญ สถานการณ์กระแสเงินสดก็วิกฤติ ส่วนมูลค่าหุ้นร่วงลงอย่างหนักจาก 63.69 เหรียญเหลือเพียง 4.43 เหรียญ และในปี 2001 Xerox ต้องจ่ายค่าปรับให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) เป็นเงิน 10 ล้านเหรียญ เพราะไปแสดงรายได้เกินจริงไปกว่า 3,000 ล้านเหรียญ ซึ่งแม้ค่าปรับจะไม่ได้มากมายอะไร แต่พอหลาย ๆ เรื่องมารวมกันมันก็เขย่าซีร็อกซ์ให้อยู่ในสถานการณ์เฉียดจะล้มละลายเลยทีเดียว 

ในเดือน สิงหาคม ปี 2001 ซีร็อกซ์ได้แต่งตั้ง แอนน์ เอ็ม. มัลคาฮี (Anne M. Mulcahy) ขึ้นมาเป็นซีอีโอเพื่อหวังจะพาบริษัทออกจากวิกฤตนี้ให้ได้ แอนน์ เริ่มต้นการทำงานด้วยการเป็นเซลล์ขายเครื่องถ่ายเอกสารมาก่อน และอยู่กับซีร็อกซ์มาถึง 24 ปี เธอจึงเข้าใจลูกค้าและองค์กรเป็นอย่างดี เธอรู้ว่างานของเธอนั้นหินมาก ๆ สิ่งที่เธอทำจึงเป็นเรื่องที่ทั้งจำเป็นและเร่งด่วน อันได้แก่

1. หาช้างให้เจอ 

พอเข้ามารับงาน แอนน์ ทำสิ่งที่สำคัญนั่นคือการ หา “ช้าง” ในเรือของซีร็อกซ์ให้เจอ เธอไม่ได้คิดเอง แต่เธอใช้วิธีเดินไปหาคำตอบ เธอคุยกับพนักงาน ลูกค้า และกูรู เพื่อฟังว่าพวกเขาเห็นปัญหาอะไรในซีร็อกซ์

สำหรับคำตอบของพนักงานคือ พวกเขาไม่เห็นเป้าหมายที่ชัดเจนของบริษัท ส่วนลูกค้ามองว่าซีร็อกซ์ไม่มีการโต้ตอบกับพวกเขา ส่วนพวกกูรูสายเทคโนโลยีมองว่า บริษัทลงทุนแบบไม่มีแบบแผนเกินไป แทนที่จะโฟกัสในธุรกิจที่พวกเขาสู้ได้ นอกจากนี้เธอยังพบว่า องค์กรมีการกระจายเป็นแผนกเยอะแยะจนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ทำให้การรวมงานเข้าด้วยกันนั้นยากมาก

2. จับมันโยนออกจากเรือ

เมื่อเธอรู้ถึงปัญหา เธอก็ลงมือจัดการปัญหาเหล่านั้นอย่างเร่งด่วน นั่นคือแผนการโยน “ช้างออกจากเรือ” แผนการที่ว่าเป็นการทำงานแบบ “กลับไปสู่พื้นฐาน” (back to basics) โดยเธอให้คนในบริษัทแบ่งออกเป็นทีมเล็ก ๆ โดยมีหน้าที่รับผิดชอบลูกค้าโดยตรง เพื่อแก้ปัญหาขาดการโต้ตอบกับลูกค้า เพราะเธอต้องการให้ความสัมพันธ์กับลูกค้าดีที่สุด (flawless) นอกจากนี้เธอได้ปิดบางหน่วยของธุรกิจลง และเอาพนักงานออก เพื่อลดค่าใช้จ่าย ซึ่งตอนนั้นบริษัทกำลังขาดเงินสดอย่างหนัก ขณะเดียวกันนั้นเอง เธอก็ต้องเดินสายติดต่อแบงก์เพื่อขอเงินกู้ถึง 58 แห่ง 

Advertisements

ความพยายามทั้งหมดนี้ สามารถลด CapEx (Capital expenditures คือรายจ่ายเพื่อลงทุนซื้อสินทรัพย์) ได้ 50 % ลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้ถึง 33% และลดหนี้ไปได้ถึง 50% ทำให้ซีร็อกซ์หายใจคล่องขึ้นอีกเยอะ 

3. เสริมเรือให้แข็งแรง

ขณะที่เธอพยายามลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แต่เธอกลับลงทุน R&D มากขึ้น เพราะเธอเชื่อว่านี่คือ แสงสว่างปลายอุโมงค์ ที่จะช่วยให้ซีร็อกซ์อยู่รอดในอนาคต เธอหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ เปรียบเทียบแล้ว R&D ก็เหมือนกับช่วยปิดรูรั่วและเสริมเหล็กหนาให้เรือ 

เพื่อย้ำความสำคัญเรื่องนี้ แอนน์ เอ็ม. มัลคาฮี บอกว่า

แม้ว่าเราจะลดค่าใช้จ่ายแค่ไหน แต่เราไม่เคยลดค่าใช้จ่ายแม้แต่ดอลล่าห์เดียวออกจากการวิจัยและพัฒนาแอนน์ เอ็ม. มัลคาฮี

4. เน้นการสื่อสาร

เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าเธอเอาจริงขนาดไหน เธอถึงขั้นนำเป้าหมาย หรือวิสัยทัศน์ มาเขียนเป็นบทความที่ Wall street journal จะเขียนถึงซีร็อกซ์ในปี 2005 เพื่อต้องการให้ทุกคน โดยเฉพาะพนักงานเห็น “เป้า” ชัดเจนว่าองค์กรจะไปในทิศทางไหน (บทความนี้เธอแต่งขึ้นในปี 2001) ซึ่งมันเขียนอย่างละเอียดเลยว่าเธอมองเห็นบริษัทในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร

นอกจากนี้ เธอเองยังมีปรัชญาการทำงานที่เชื่อว่า ผู้บริหารต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้พนักงานสามารถเสนอแนะ (feedback) ได้อย่างสบายใจ และผู้บริหารต้องลงไปคุยกับพนักงานหน้างาน 

แอนน์เล่าว่า เธอประหลาดใจมากเมื่ออยู่ ๆ พนักงานที่ไม่ค่อยทำอะไร อยู่กันแบบนิ่ง ๆ ลุกขึ้นมาช่วยกันเสนอวิธีสารพัดที่จะลดค่าใช้จ่าย เธอทึ่งกับความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของทีมงานที่อยากจะช่วยกันมาก เช่น พนักงานยอมที่บริษัทจะไม่มีบริการกาแฟฟรีอีกต่อไป ยอมตัดสวัสดิการบางอย่างออก ยอมลำบากด้วยกันเพื่อให้บริษัทเดินหน้าต่อได้

แอนน์ ย้ำว่าเรื่องการสื่อสารกับลูกน้องเป็นเรื่องสำคัญมาก

เมื่อองค์กรของคุณกำลังต้องต่อสู้ คุณต้องทำให้คนของคุณเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่ และคุณมีกลยุทธ์ที่จะจัดการกับปัญหานั้น นอกเหนือจากนั้นแล้วคุณต้องบอกพวกเขาด้วยว่า พวกเขาสามารถทำอะไรที่จะช่วยเหลือให้สถานการณ์นี้มันดีขึ้นได้บ้างแอนน์

สุดท้าย เธอมองว่า “สภาพแวดล้อมในช่วงวิกฤติเป็นเวลาที่แสนจะเอื้อในการจะเปลี่ยนแปลงเรื่องสำคัญ ๆ มากกว่าช่วงเวลาปกติ” 

หลังจากที่เธอเข้ารับตำแหน่ง ซีร็อกซ์ก็เปลี่ยนจากที่เคยขาดทุน 273 ล้านเหรียญในปี 2000 เริ่มกลับมากำไร โดยปี 2004 ทำกำไรได้กว่า 859 ล้านเหรียญ ขณะเดียวกัน หุ้น ก็กลับมาสูงขึ้น 75% เทียบกับในรอบ 5 ปีก่อนหน้านั้น 


ในทุกวิกฤติไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องชีวิตส่วนตัว จะมี “ช้าง” อยู่เสมอ 
ปัญหาแรกคือเราหามันเจอไหม ซึ่งส่วนใหญ่หาเจอไม่ยากเพราะช้างมันตัวใหญ่เสมอ 
ปัญหาที่สองคือเรา “กล้า” โยนช้างออกจากเรือไหม 
ถ้า “กล้า” โยนโอกาสรอดก็สูง
ถ้า “ไม่กล้า” โยน ไม่ช้าก็เร็ว เรือจะจมไปกับช้าง…แน่นอน

Advertisements

Lastest

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงไหม? ในวันที่ “ต้นทุนชีวิต” (Socioeconomic Status) ต่างกัน

มีงานวิจัยหนึ่งจากสหรัฐฯ เมื่อปี 2013 ที่พบว่า เด็กจากครอบครัวที่ร่ำรวย (รายได้มากกว่าหรือเท่ากับ 3,595,500 บาทต่อปี) มีโอกาสเรียนจบได้มากกว่า 8 เท่าของเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,129,380 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก National Student Clearing House ในปี 2020 ที่เผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อัตราการเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐฯ ลดต่ำจนถึงติดลบ 21.7% เพราะพวกเขาแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเรียนต่อไม่ไหว

From Pandemic to Endemic: เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ถ้าโควิด-19 กลายเป็น “โรคประจำถิ่น”?

จากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างโอมิครอน ที่แม้จะก่อให้เกิดการติดต่ออย่างรวดเร็ว แต่ก็มีแนวโน้มการก่อความรุนแรงลดลง ทำให้ทั่วโลกต่างออกมาคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจเปลี่ยนไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในที่สุด ซึ่งเกิดคำถามตามมาว่า หากรูปแบบของโรคระบาดเปลี่ยนไป จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? | 5M EP.1086

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? ‘ความกลัว’ มีหลายรูปแบบด้วยกัน บางคนกลัวความล้มเหลว บางคนกลัวสัตว์อันตราย หรือบางคนกลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
Rawit Hanutsaha
CEO : Srichand United Dispensary Co.,Ltd. CEO & Co Founder : Mission to the Moon Media Author , Podcaster , Speaker , Guest Lecturer

Related Articles

Smart Security To Smart City เมืองที่ดีต้องเริ่มที่ ‘ความปลอดภัย’

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิตคน ไม่ใช่แค่การใช้ชีวิตของเราเท่านั้นที่ต้องปรับเปลี่ยนไป แต่ “เมือง” ของเราก็ต้องปรับตัวด้วยเช่นกัน ปัจจุบันนี้เราจึงได้ยินคำว่า Smart City กันอยู่บ่อยๆ ซึ่งกลายมาเป็นเทรนด์สำคัญของโลกที่ขับเคลื่อนไปด้วยความเป็นดิจิทัล

Zipmex หนึ่งในผู้ผลักดันวงการ Cryptocurrency ไทย | MM EP.1250

หลายๆ คนเกิดคำถามว่าคริปโตเคอรร์เรนซีคืออะไร ปลอดภัยหรือไม่และต้องลงทุนผ่านอะไร? ทาง Mission To The Moon จึงได้รับเกียรติพูดคุยกับคุณ แบงค์ ดร.เอกลาภ ยิ้มวิไล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Zipmex ประเทศไทย ที่จะพาทุกคนไปรู้จักการเทรดคริปโตเคอร์เรนซีกันให้มากขึ้น รวมถึงยังพาไปดูแนวโน้มของตลาดในช่วงนี้อีกด้วย!

รู้จัก ttb smart port ตัวช่วยเรื่องลงทุน ไม่มีเวลา ไม่มีเงินก้อน ก็มีโอกาสไปถึงเป้าหมายได้!

‘การลงทุน’ ก็คงเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนคิดอยู่ตลอดเวลา แต่ยังไม่ได้ลงมือทำสักทีไปรู้จักกับ ttb smart port ตัวช่วยให้เราลงทุนเพื่ออนาคตโดยไม่ต้องใช้เวลาเยอะ มีโอกาสได้รับ Passive Income และผลตอบแทนโดยไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีเวลามาดูแล

ถอดบทเรียน 8 วิธีคิดเพื่อพลิกธุรกิจในแบบ Sabina

ถ้าพูดถึงแบรนด์ชุดชั้นในของไทย ชื่อของ “Sabina” คงเป็นที่รู้จักของใครหลายๆ คน ไม่ใช่แค่บราที่ตอบโจทย์ผู้หญิงทั่วไป แต่ยังรวมถึงบราที่ออกแบบมาเพื่อความต้องการที่แตกต่างกันตามความหลากหลายของผู้คนด้วย พร้อมนวัตกรรมที่ทำให้เราได้ตื่นตาตื่นใจ ไปพร้อมๆ กับการเสริมความมั่นใจให้ผู้สวมใส่มาอย่างยาวนาน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า