SOCIETY'ให้ดอกทานตะวันงอกงาม เมื่อร่างของคุณถูกฝังภายใต้แผ่นดินนี้' เรื่องราวจากยูเครนภายใต้ภาวะสงคราม

‘ให้ดอกทานตะวันงอกงาม เมื่อร่างของคุณถูกฝังภายใต้แผ่นดินนี้’ เรื่องราวจากยูเครนภายใต้ภาวะสงคราม

เรื่องราวจากยูเครนภายใต้ภาวะสงคราม

** Trigger Warning: บางรูปภาพในอัลบั้มอาจมีความรุนแรง

ให้ดอกทานตะวันงอกงาม เมื่อร่างของคุณถูกฝังภายใต้แผ่นดินนี้

.

“Take these seeds and put them in your pockets, so at least sunflowers will grow when you all lie down here.”

 


หลายคนที่ติดตามข่าวสงครามอันดุเดือดระหว่างยูเครนและรัสเซียอาจได้เห็นวิดีโอที่เป็นที่พูดถึงไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ต เมื่อหญิงชาวยูเครนคนหนึ่งเดินเข้าไปถามทหารรัสเซีย ว่าพวกเขาเป็นใครและมาทำอะไรที่นี่ ก่อนจะยื่น ‘เมล็ดดอกทานตะวัน’ ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติของยูเครนให้ทหารคนนั้น

“รับเมล็ดพันธุ์นี้ไว้และใส่มันไว้ในกระเป๋า อย่างน้อยก็ให้ดอกทานตะวันงอกงาม เมื่อร่างของคุณถูกฝังภายใต้แผ่นดินนี้”

ภาพระหว่างผู้หญิงในชุดธรรมดาๆ ที่ไม่มีอะไรป้องกันตัวนอกจากเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ในมือ กับทหารในชุดเครื่องแบบเต็มยศพร้อมอาวุธปืนนั้นช่างดูตรงข้ามกันมาก ขั้วตรงข้ามระหว่างความอ่อนโยนกับความโหดร้าย ระหว่างความสงบกับสงคราม และระหว่างความเปราะบางกับความแข็งกร้าว ทำให้ ‘ดอกทานตะวัน’ กลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้กับรัสเซียอย่างรวดเร็ว

ในสงครามครั้งนี้ ความไม่ย่อท้อและสู้อย่างไม่เกรงกลัวของชาวยูเครนเป็นที่พูดถึงอย่างมาก บนโลกโซเชียลมีเดียมีคนแชร์ภาพและวิดีโอของการต่อสู้ในแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำระเบิดทำมือ การต่อสู้ด้วยระเบิดขวดของกลุ่มวัยรุ่น ไปจนถึงการสอนขับรถถัง สื่อเหล่านี้มักถูกแชร์พร้อมข้อความ ‘Ukranians are built different’ (หรือ ชาวยูเครนนั้นถูกสร้างมาอย่างไม่เหมือนใคร) จริงอยู่ที่การชื่นชมความกล้าหาญเป็นสิ่งจำเป็นในภาวะที่คนต้องการความหวังเช่นนี้

Advertisements

 

merlin 202943271 538ca820 5c6f 4223 a7cd 842abcac1984 superJumbo
ชายในหมู่บ้านช่วยกันนำไม้มาใช้สร้างด่านตรวจและหลุมหลบภัย
27Ukraine Photos superJumbo
คนในหมู่บ้านช่วยกันเตรียมระเบิดขวดทำมือสำหรับต่อสู้กับกองทัพรัสเซีย

แต่ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ควรลืม ‘ความโหดร้าย’ ของสงครามด้วย

บทความ ‘War Comes To Kyiv’ จากเว็บไซต์ The New Yorker ได้เล่าถึงสถานการณ์ในกรุงเคียฟหลังจากถูกโจมตีจากการลงพื้นที่จริงโดยผู้เขียน โจชัว ยาฟฟา ย้ำเตือนสายตาภายนอกถึงทุกด้านของสงครามอีกครั้ง ถึงความสูญเสียทั้งบ้านและครอบครัว ความหวาดกลัวสัญญาณเตือนที่ดังทุกๆ ชั่วโมง ความหิวโหยจากอาหารที่เริ่มขาดแคลน และชีวิตประจำวันใหม่ที่ชาวยูเครนต้องเผชิญ

26ukraine photos 4 superJumbo
อพาร์ตเมนต์ในกรุงเคียฟที่ถูกมิสไซล์ยิงใส่

26ukraine photos 3 superJumbo
ซากยานพาหนะไหม้หลังจากการต่อสู้อันดุเดือดในกรุงเคียฟ

War Comes To Kyiv : กรุงเคียฟยามสงครามมาเยือน

ในการเดินทางเข้าสู่กรุงเคียฟ โจชัวเล่าว่าเส้นทางนั้นเรียงรายไปด้วยด่านตรวจของทหาร ในขณะที่ยิ่งใกล้เมืองหลวง ด่านตรวจเหล่านี้จะประจำการด้วยทหารอาชีพ แต่เมืองที่ยังห่างจากเมืองหลวงอยู่นักไม่ได้มีทหารจริงๆ จังๆ แต่เป็น ‘อาสาสมัคร’ จากประชาชนในพื้นที่ที่ทางหลวงตัดผ่าน เขาหยุดรถเมื่อผ่านด่านด่านหนึ่งที่ทำขึ้นมาเองจากซีเมนต์บล็อกและกระสอบทราย

ชายวัยกลางคนร่างใหญ่ออกมาทักทายเขาด้วยความไม่ไว้ใจ หลังจากพูดคุยกันโจชัวจึงทราบว่าชายผู้นี้เป็นทหารผ่านศึกจากสงครามในดอนบัส และในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เขาได้เตรียมตัวสำหรับการบุกของรัสเซียโดยการรวบรวมทหารเก่าคนอื่นๆ ในพื้นที่ เตรียมเสบียง และแบ่งหน้าที่กันเองเมื่อเกิดสงครามขึ้นจริงๆ 

โจชัวถามว่าแล้วด่านกั้นทำเองนี้จะขัดขวางการโจมตีจากรัสเซียได้หรือ

“เราไม่ได้จะยิงจากจุดนี้อย่างเดียว” เขาตอบ “แต่จะยิงจากบ้านเรือน จากสนาม จากชั้นใต้ดิน เราจะกระจายตัวไปทุกที่เพราะเรารู้จักพื้นที่นี้เป็นอย่างดี พื้นที่ของเรา”

เมื่อเข้าสู่กรุงเคียฟ เมืองหลวงที่ครั้งหนึ่งเคยมีชีวิตชีวา ตอนนี้กลับเงียบสงัดและเต็มไปด้วยร่องรอยจากสงคราม กรุงเคียฟเป็นหนึ่งเมืองที่ถูกมิสไซล์โจมตีตั้งแต่วันแรกๆ ที่รัสเซียบุกยูเครนในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางตอนเหนือของประเทศมีเสียงปืนและการโจมตีดังอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นในการโค่นล้มประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ ซีเลนสกี

พวกเขาจอดรถอีกครั้งที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งบริเวณถนนทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง ซึ่งถูกโจมตีในตอน 8 โมงเช้าวันที่ 26 ถล่มส่วนบนของตึกและทิ้งซากราวกับรอยแผลเหวอะหวะ มีเสียงดังจากชิ้นส่วนของซากปรักหักพังตกลงมาด้านล่างเป็นครั้งคราว เศษกระจกกระจายไปทั่วพื้นถนน แม้ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีอยู่บ้าง เพราะในช่วงหลายคืนที่ผ่านมาเมืองหลวงถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง ผู้อาศัยส่วนใหญ่จึงไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ต่างหนีออกจากกรุงเคียฟไม่ก็อาศัยอยู่ตามหลุมหลบภัยเกือบหมดแล้ว

ณะที่โจชัวและทีมงานยืนดูอยู่นั้น มีหญิงชราในวัย 70 สองคนอยู่ด้วย พวกเธอเล่าว่าในอพาร์ตเมนต์ห้องที่โดนมิสไซล์นั้นมีครอบครัวกำลังทานอาหารเช้าอยู่ในครัว แต่มิสไซล์พุ่งทะลุไปที่ห้องนอน พวกเขาจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ เมื่อโจชัวถามว่าพวกเธอไม่อยากหนีไปอย่างคนอื่นบ้างหรือ

Advertisements

“จริงอยู่ที่สถานการณ์มันย่ำแย่” หญิงวัย 70 กล่าว “แต่เราอยู่เผื่อช่วยอะไรได้บ้าง ถ้าช่วยไม่ได้ อย่างน้อยทำแซนด์วิชให้คนอื่นก็ดี”

การสู้รบในคืนวันศุกร์ที่ 25 นั้นดุเดือดเป็นอย่างยิ่ง อย่างที่ประธานาธิบดีซีเลนสกีได้เตือนไว้ก่อนหน้านั้นว่า ‘คืนนี้ศัตรูจะใช้ทุกกองกำลังที่มีในการทลายการขัดขวางของเรา’ แม้ในเช้าตรู่วันถัดมาจะเห็นได้ชัดว่ากรุงเคียฟและชาวยูเครนไม่ได้พ่ายแพ้ แต่ร่องรอยการต่อสู้ก็น่าสลดใจเป็นอย่างยิ่ง ระหว่างเดินทางไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน โจชัวได้เห็นซากยานพาหนะพังยับเยินและไหม้เกรียม 2 คันถูกทิ้งไว้บนถนน รอยไหม้ เศษโลหะ และเศษแก้วกระจายตามทางเป็นครึ่งไมล์ ชิ้นส่วนบิดเบี้ยวที่เหลือจากกระสุนระเบิดอยู่ตามถนนเป็นจุดๆ 

บนทางเท้า เขาเห็นอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นชิ้นส่วนมนุษย์ เลยพยายามไม่เพ่งมองมากนัก

merlin 203118501 50a5e8e2 2550 44e6 829b 93fbe6f19bf6 superJumbo
เด็กและผู้หญิงนับร้อยอัดกันแน่นขณะรอขึ้นรถไฟออกจากประเทศ ณ สถานีรถไฟแคว้นลวีฟ
Yaffa KyivDispatch02
รถไฟฟ้าใต้ดินสถานี Beresteiska ที่ผู้เขียนบทความและทีมงานได้ลงพื้นที่สัมภาษณ์ กำแพงของสถานีตกแต่งด้วยงานโมเสกเป็นรูปนักวิทยาศาสตร์และพนักงานโรงงาน เป็นศิลปะที่หลงเหลือจากสมัยสหภาพโซเวียตในต้นยุค 70

ณ สถานีรถไฟใต้ดิน มีคนจำนวนมากใช้สถานที่เหล่านี้เป็นที่หลบภัย โดยเฉพาะในยามค่ำคืน แต่ในตอนกลางวันคนเริ่มบางตาไปบ้างเพราะบางส่วนกลับขึ้นไปเอาของใช้ส่วนตัว ไม่ก็ไปซื้อของกินของใช้ ซึ่งตอนนี้กลายเป็น ‘เรื่องยุ่งยาก’ อย่างมากในกรุงเคียฟ ร้านอาหารปิดหมด มีเพียงซูเปอร์มาร์เก็ตบางส่วนเท่านั้นที่เปิดให้บริการ แต่ละแห่งเลยคิวยาวจนต้องต่อแถวเป็นหลายชั่วโมง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการหาอาหารในเมืองใหญ่ที่มีประชากรมากกว่ากรุงโรมและปารีสเช่นนี้

เด็กแฝดวัยสามขวบเล่นไล่จับบนชานชาลา ส่งเสียงร้องแหลมและหัวเราะคิกคักขณะไล่จับกัน โจชัวได้สัมภาษณ์วิกตอเรีย แม่ของเด็กทั้งสองถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เธอเล่าว่าครอบครัวของเธอลงมาอยู่ใต้ดินได้ 2 วันแล้ว มุมเล็กๆ ของครอบครัวเธอมีผ้าห่มอยู่หลายผืนและมีถุงพลาสติกใส่อาหารวางอยู่ พวกเด็กๆ มีชีวิตประจำวันใหม่ ณ ที่หลบภัยด้านล่างนี้ ในแต่ละวัน พวกเธอจะตื่นมาล้างไม้ล้างมือ แปรงฟัน ทานโยเกิร์ตหรือพาสตา จากนั้นก็จะอ่านหนังสือเกี่ยวกับไดโนเสาร์

วิกตอเรียบอกความจริงกับลูกทุกอย่างโดยไม่ได้แต่งนิทานโลกสวยให้พวกเธอฟัง แม้เด็กๆ จะไม่ได้ดูเข้าใจนักเพราะพวกเธอยังเรียกเสียงไซเรนว่า ‘วัว’ เพราะเสียงมันดังคล้ายวัวที่ร้องมูๆ “ฉันบอกว่าเสียงไซเรนนี้มีที่มาที่ไป มีรถถังและการยิงกันเกิดขึ้น ดังนั้นลูกต้องหลบเพื่อความปลอดภัย”

อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นว่าทั่วโลกชื่นชมความกล้าหาญของชาวยูเครน โจชัวเล่าว่าชาวยูเครนในเคียฟก็ภูมิใจเช่นกันที่พวกเขาช่วยกันต่อต้านกองทัพรัสเซียจนมาถึงตอนนี้ได้ กระทรวงกลาโหมของยูเครนประกาศว่าประชาชนคนไหนต้องการ ‘ปืนไรเฟิล’ ไว้ป้องกันตัว สามารถมารับได้เพียงแสดงพาสปอร์ต
แม้การที่ประชาชนนับพันสะพายปืนกันคนละกระบอกนั้นอาจหยุดการบุกรุกไม่ได้ แต่มันสร้างความลำบากให้แก่ฝ่ายศัตรูได้อย่างแน่นอน

ระหว่างไปดูศูนย์ที่ทางรัฐบาลใช้แจกปืนให้แก่ประชาชน โจชัวบังเอิญเจอกับหญิงวัย 40 กว่าๆ สองคนชื่อ ‘โอเลนา’ และ ‘อ็อกซานา’ คนแรกเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัย ส่วนอีกคนเป็นเจ้าของธุรกิจแปรรูปไม้ เป็นสองอาชีพที่ห่างไกลจากการสู้รบมาก แต่ทั้งสองก็สะพายปืน AK-47 ที่พึ่งไปรับมาวันก่อนหน้าไว้บนไหล่ โอเลนาบอกว่าสงครามนั้นน่ากลัว แต่เธอต้องทำอะไรสักอย่าง เช่นเดียวกับอ็อกซานาที่มีสามีเป็นทหาร

“ฉันทิ้งเขาและแผ่นดินของฉันไว้เพียงลำพังไม่ได้” เธอกล่าว

เรื่องราวจากบทความ ‘War Comes To Kyiv’ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ความรุนแรงเท่านั้น ยังมีผู้คนจำนวนมากในหลายๆ เมืองของยูเครนต้องอยู่ในความหวาดกลัวและความสูญเสีย แม้ตอนนี้สงครามจะยังดำเนินต่อไป แต่หวังว่าการเจรจาครั้งถัดไประหว่างตัวแทนจากรัสเซียและยูเครนจะนำไปสู่ข้อสรุปได้ เพื่อที่เสียงปืนและเสียงระเบิดจะได้ดับลงในที่สุด

เพื่อที่ท้องฟ้าจะได้กลับมาสดใสและดอกทานตะวันแห่งความหวังจะเบิกบานได้อีกครั้ง

(หมายเหตุ: บทความนี้เขียน ณ วันที่ 2 มีนาคม 2565)
อ้างอิง
https://bit.ly/3Iv4M2B
https://bit.ly/3tmX8Rx
https://bit.ly/3tjeizz

เครดิตรูปภาพ : https://nyti.ms/3HzI3B7
.

#missiontothemoon 

#missiontothemoonpodcast

#society

Advertisements
Mission To The Moon
พื้นที่ที่สร้างขึ้นเพื่อแบ่งบันเรื่องราวเกี่ยวกับการทำธุรกิจ การตลาด แรงบันดาลใจ และข้อคิดในการใช้ชีวิต

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า