ENTERTAINMENTSUMO ทำไมนักซูโม่ถึงต้องทำตัวอ้วน

SUMO ทำไมนักซูโม่ถึงต้องทำตัวอ้วน

สาเหตุแท้จริงว่าทำไมนักซูโม่ถึงต้องทำตัวให้อ้วน?
 
‘ซูโม่’ กีฬาประจำชาติญี่ปุ่น ที่ถือเป็นประเพณีสืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุคสมัยในอดีต แต่คนไทยเรายังมีความเข้าใจกีฬานี้อยู่น้อยมา ทำไมนักกีฬาซูโม่ต้องขุนตัวเองให้อ้วน? ทำไมต้องส่งเสียง ฮึ ฮ้า! และทำไมต้องทำผมทรงเดียวกันเหมือนคนญี่ปุ่นสมัยโบราณ? วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟัง
 
คำว่า ‘ซูโม่’ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล ย้อนกลับไปในคริสต์ศตวรรษที่ 8 หรือเมื่อ 1,300 ปีที่แล้ว แรกเริ่มเกิดจากการทำพิธีกรรมทางการเกษตร ที่ต้องการ บูชาเทพเจ้า เพื่อให้ผลผลิตการเก็บเกี่ยวข้าวในปีนั้นงอกเงย
 
แต่หลังจากนั้นไม่นาน ซูโม่ถูกตีความเพิ่มเติมไปจากแค่การเรียกขานพิธีกรรม แต่ถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นประเพณีแห่งการเสี่ยงทายผลผลิตทางการเกษตรทั้งหมดของประเทศ (คล้ายคลึงกับการเลือกพระโคของประเทศไทย) จนพัฒนาอย่างต่อเนื่องและได้รับความนิยมในสำนักราชวังญี่ปุ่นภายหลังถูกจัดตั้งเป็น กีฬาที่ให้นักมวยปล้ำผู้เก่งกาจที่สุดในกองทัพแต่ละหมู่เหล่ามาประลองฝีมือกัน โดยคัดเลือกจากนักรบชั้นสูงในสมัยก่อนอย่าง ‘ซามูไร’
 
และนี่เป็นเหตุผลของการไว้ทรงผม ‘จนมาเกะ’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ‘ซามูไร’ ในอดีต และเพื่อคงไว้ซึ่งประเพณี ให้เหมือนกับต้นฉบับให้มากที่สุด จวบจนมาถึงยุคปัจจุบัน
 
กีฬาซูโม่ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายมาเป็นกีฬาอาชีพ ความเป็นจริงแล้ว นักซูโม่ไม่ได้มีการจำกัดน้ำหนักในการเข้าแข่งขัน หมายความว่า แม้คุณตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็สามารถเข้าแข่งขันกีฬานี้ได้หมด แต่ด้วยกระแสนิยมช่วงแรก ที่นักซูโม่ในวงการ เชื่อว่าตัวใหญ่กว่าย่อมได้เปรียบ การมีโครงสร้างสรีระร่างกายที่แข็งแกร่งดั่งหินผา และไม่ล้มลงในสนามง่ายๆ จากน้ำหนักตัวที่มาก ทำให้เกิดเป็นแฟชั่นการทำให้น้ำหนักตัวเยอะๆ มากกว่า 90 – 100 กิโลกรัม ขึ้นไป เพื่อกลายร่างเป็นรถถังเดินได้ยังไงอย่างงั้น!
 
แต่ทว่านักซูโม่ตัวใหญ่มากๆ หรือในสายตาบางคน อาจมองว่าอ้วนมีแต่ไขมัน แท้จริงแล้ว คือ กล้ามเนื้อที่ผสมไขมันเข้าไว้ด้วยกัน และนักซูโม่จะกินเยอะมากๆ ซึ่งกินจุมากกว่า 7,000 แคลลอรี่ต่อวัน กินกันเป็นกะละมัง และฝึกฝนกันอย่างหนักมากๆ เพราะต้องการให้ตัวเองตัวใหญ่แข็งแกร่งมีรากฐานที่มั่นคงในการต่อสู้กับคู่แข่งและไม่ถูกผลักล้มจนแพ้
 
ทำไมต้องส่งเสียง ฮึ ฮ้า! ก่อนการแข่งขัน นักซูโม่มีพิธีกรรมคล้ายกับการไหว้ครูมวยไทยในบ้านเรา เช่น การกำเกลือมาโรยลงพื้น เป็นสัญลักษณ์ว่าพวกเขาจะต่อสู้กันด้วยความบริสุทธิ์ โปร่งใส เหมือนดั่งเกลือที่โรย หลังจากนั้นจะยกขาทีละข้างให้สูงที่สุด เพื่อกระทืบลงพื้นให้ดังตึ้ม! เพื่อเป็นการข่มขวัญคู่ต่อสู้ ให้ดูน่าเกรงขาม จากนั้นจะค่อยๆ นั่งยองจ้องหน้าคู่ต่อสู้ กำหมัดลงแตะพื้นเล็กน้อย อยู่ในท่าเตรียมพุ่งเข้าใส่กัน และรอฟังกรรมการให้สัญญาณ
 
เมื่อกรรมการดูว่าทั้งคู่พร้อมที่จะสู้กันอย่างเต็มที่ กรรมการจะให้สัญญาณเริ่มการแข่งขัน ทั้งคู่ก็จะพุ่งเข้าต่อสู้กันทันทีแบบไม่คิดชีวิต จนบางครั้งตัวกระแทกกันเสียงดังสนั่นหวั่นไหว และบางครั้งก็เกิดอุบัติเหตุหัวชนกันจนหัวแตก คิ้วแตก หมอไม่รับเย็บ แอนตาซิลจ่าย 5 เข็ม (ว่าไปนั่น…)
 
หากชื่นชอบความเป็นมาของกีฬาและวัฒนธรรมซูโม่แห่งญี่ปุ่น และอยากรู้เรื่องราวมันส์ๆ เพิ่มเติม สามารถติดตามฟังต่อได้ใน
 
Sport Journey Podcast EP.2 – SUMO กีฬาของผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนปลาดิบ
 
ช่องทางในการรับฟังรายการ #SportJourneyPodcast
Soundclound: https://bit.ly/3kHEspy
 
Apple Podcast: https://apple.co/2RP9ort
 
Author: Supakorn Thepvichaisinlapakun
Illustrator: Kannala Pooriruktananon
 
อ้างอิง:
Advertisements

Lastest

Poor Boy’s Riverside มีดกรีดหัวใจ ตัวฉันกำลังจะตาย

เมื่อบ้านไม่ใช่ “บ้าน” ที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น เด็กหนุ่มผู้อ่อนต่อโลก จึงต้องหันไปพึ่งพิง “เพื่อนรัก” ในคราบปีศาจ ที่พร้อมจะบดขยี้ชีวิตได้ทุกเมื่อ

ผู้นำก็ต้องปรับตัว! ถอดบทเรียน “การลาออกครั้งใหญ่” (The Great Resignation) เป็นหัวหน้าอย่างไรไม่ให้ลูกน้องลาออก?

ปัญหาที่หลายคนต้องพบเจอหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 คือเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา ไปจนถึงสไตล์การทำงาน รูปแบบงาน และสายงานที่ทำอยู่ ทำให้หลายๆ คนกลับมานั่งแล้วไตร่ตรองว่า พวกเขามีความสุขกับงานที่ทำอยู่ในตอนนี้ไหม ถ้าไม่ แล้วมันคุ้มค่าที่จะทนอยู่ในงานนี้ต่อไปไหม หรือเกิดความรู้สึกอยากทำงานกับบริษัทที่ไม่กำหนดเวลาเข้างาน รู้สึกหมดไฟทำงาน หรือไม่ชอบการปฏิบัติตนของหัวหน้า ฯลฯจากเหตุผลดังกล่าว จึงเกิดการลาออกของพนักงานเป็นจำนวนมากในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ จนเกิดกระแส “The Great Resignation” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ชาวสหรัฐฯ พากันลาออกจากงานมากกว่า 4 ล้านคนในเดือนเมษายนปี...

อาจถึงกับต้องหยุดบิน?! สายการบินสหรัฐฯ พบสัญญาณ 5G เข้าไปรบกวนการทำงานของเครื่องบิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหล่า CEO ของสายการบินชั้นนำของสหรัฐฯ อย่าง American Airlines, Delta Air Lines, United Airlines, Alaska Airlines และสายการบินอื่นๆ อีกมากมาย ได้ร่วมกันยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่กำกับดูแลด้านการบินหลายหน่วยงานเพื่อ แจ้งเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตั้งเสาปล่อยสัญญาณ 5G
Mission To The Moon
พื้นที่ที่สร้างขึ้นเพื่อแบ่งบันเรื่องราวเกี่ยวกับการทำธุรกิจ การตลาด แรงบันดาลใจ และข้อคิดในการใช้ชีวิต

Related Articles

Poor Boy’s Riverside มีดกรีดหัวใจ ตัวฉันกำลังจะตาย

เมื่อบ้านไม่ใช่ “บ้าน” ที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น เด็กหนุ่มผู้อ่อนต่อโลก จึงต้องหันไปพึ่งพิง “เพื่อนรัก” ในคราบปีศาจ ที่พร้อมจะบดขยี้ชีวิตได้ทุกเมื่อ

ผู้นำก็ต้องปรับตัว! ถอดบทเรียน “การลาออกครั้งใหญ่” (The Great Resignation) เป็นหัวหน้าอย่างไรไม่ให้ลูกน้องลาออก?

ปัญหาที่หลายคนต้องพบเจอหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 คือเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา ไปจนถึงสไตล์การทำงาน รูปแบบงาน และสายงานที่ทำอยู่ ทำให้หลายๆ คนกลับมานั่งแล้วไตร่ตรองว่า พวกเขามีความสุขกับงานที่ทำอยู่ในตอนนี้ไหม ถ้าไม่ แล้วมันคุ้มค่าที่จะทนอยู่ในงานนี้ต่อไปไหม หรือเกิดความรู้สึกอยากทำงานกับบริษัทที่ไม่กำหนดเวลาเข้างาน รู้สึกหมดไฟทำงาน หรือไม่ชอบการปฏิบัติตนของหัวหน้า ฯลฯจากเหตุผลดังกล่าว จึงเกิดการลาออกของพนักงานเป็นจำนวนมากในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ จนเกิดกระแส “The Great Resignation” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ชาวสหรัฐฯ พากันลาออกจากงานมากกว่า 4 ล้านคนในเดือนเมษายนปี...

อาจถึงกับต้องหยุดบิน?! สายการบินสหรัฐฯ พบสัญญาณ 5G เข้าไปรบกวนการทำงานของเครื่องบิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหล่า CEO ของสายการบินชั้นนำของสหรัฐฯ อย่าง American Airlines, Delta Air Lines, United Airlines, Alaska Airlines และสายการบินอื่นๆ อีกมากมาย ได้ร่วมกันยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่กำกับดูแลด้านการบินหลายหน่วยงานเพื่อ แจ้งเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตั้งเสาปล่อยสัญญาณ 5G

ฝึกสมองให้สร้างสรรค์กว่าใคร! สรุปบทเรียนจากหนังสือ “Creative Acts For Curious People”

ในยุคที่เต็มไปด้วยความผันผวนทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่ความขาดแคลน โลกร้อน ความขัดแย้งทางการเมือง ไปจนถึงโรคระบาด แม้เทคโนโลยีใหม่ๆ จะถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังช้ากว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของปัญหาอยู่ดี

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า