VinGroup บริษัทที่ทำให้เวียดนามกลายเป็น “เสือตัวสำคัญ” แห่งอาเซียน

3388

VinGroup บริษัทผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเวียดนาม | รูปภาพจาก Number 24 x Shutterstock Thailand

VinGroup กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ของเวียดนามที่ผงาดขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในประเทศโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี หากจะถามว่า VinGroup นั้นลงทุนกับอะไรถึงประสบความสำเร็จขนาดนี้ คงจะไม่ใช่คำถามที่ถูกต้องหนัก แต่ต้องถามว่าอะไรที่ VinGroup ยังไม่ลงทุนอาจจะง่ายกว่า

เพราะปัจจุบัน VinGroup มีธุรกิจครอบคลุมทุกวงการ ทั้งค้าปลีก, โรงแรม, อสังหาฯ, ศูนย์การค้า, ร้านสะดวกซื้อ, โรงเรียน, โรงพยาบาล, สวนสนุก และล่าสุดคือ รถยนต์ เรียกได้ว่ารวบยอดทุกธุรกิจของเวียดนามเลยก็ว่าได้

ถ้าหากย้อนกลับไปดูรายได้ย้อนหลังของ VinGroup จะเห็นว่าที่ผ่านมามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ปี 2015 รายได้ 47,000 ล้านบาท กำไร 1,700 ล้านบาท

ปี 2016 รายได้ 79,000 ล้านบาท กำไร 3,300 ล้านบาท

ปี 2017 รายได้ 120,000 ล้านบาท กำไร 6,100 ล้านบาท

ปี 2018 รายได้ 136.337 ล้านบาท กำไร 7,600 ล้านบาท

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ อะไรเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ VinGroup สามารถยืนหนึ่งได้อย่างยาวนานท่ามกลางบริษัทต่างชาติ ที่หลั่งไหลเข้ามาลงทุนในเวียดนาม แม้แต่คู่แข่งที่น่ากลัวอย่างเกาหลีใต้ ก็ยังไม่สามารถเอาชนะ VinGroup ได้

VinGroup ก่อตั้งโดย Pham Nhat Vuong (ฝ่าม เญิตเวือง) ซึ่งก่อนหน้านั้น เขาทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารแห้ง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในชื่อ LLC Technocom ที่ยูเครน และส่งขายไปทั่วยุโรป ต่อมา Pham Nhat Vuong ขายกิจการให้กับบริษัท Nestle ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ราคาสูงถึง 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Pham Nhat Vuong นำเงินทั้งหมดกลับมาทำธุรกิจในประเทศ โดยเริ่มต้นจากการ​เปิดบริษัท Vinpearl ธุรกิจการท่องเที่ยว-โรงแรม และ Vincom ธุรกิจห้างสรรพสินค้า จากนั้นก็ได้ควบรวมกิจการของทั้งสองบริษัทมาเป็น VinGroup และเริ่มขยายกิจการไปในวงการอื่นๆ จน VinGroup กลายเป็นธุรกิจที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในประเทศ

เบื้องหลังความสำเร็จของ VinGroup จะอยู่ที่ใครไม่ได้เลยนอกจาก Pham Nhat Vuong เพราะสิ่งเขาทำนั้นแตกต่างจากนักลงทุนรายอื่น คือ เขามักจะทุ่มเงินมหาศาลในทุกโครงการที่เขาทำ แม้จะไม่สามารถสร้างกำไรได้ในระยะสั้นนี้ก็ตาม

ย้อนไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประเทศเวียดนามยังไม่มีนักลงทุนเข้ามามากนัก และโครงสร้างพื้นฐานยังไม่ค่อยสู้ดี เศรษฐกิจย่ำแย่ รายได้ต่อหัวของประชากรก็ยังถือว่า ค่อนข้างต่ำ แต่ Pham Nhat Vuong เลือกที่ลงทุนในทุกธุรกิจอย่างกล้าได้กล้าเสีย เพราะเขามองว่านี่คือการวางรากฐานให้ประเทศชาติ และที่สำคัญ เป็นการสร้างฐานให้ธุรกิจแข็งแกร่งขึ้นด้วย

Pham Nhat Vuong เริ่มสร้างแลนด์มาร์คใหม่ๆ ในประเทศ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ศูนย์การค้า รวมถึงสวนสนุก จนสามารถดึงเงินในกระเป๋าของนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากขึ้น ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเวียดนามเริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดี นักลงทุนชาวต่างชาติหันมาลงทุนในเวียดนามมากขึ้น เกิดการจ้างงานในประเทศสูง ประชาชนก็มีกำลังซื้อ ซึ่งประโยชน์ทั้งหมดล้วนกลับมาส่งผลดีต่อ VinGroup นั่นเอง

นี่เป็นเพียงความสำเร็จในพาร์ทหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้ VinGroup สามารถครองอันดับหนึ่งอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะ วิธีการดำเนินธุรกิจของ VinGroup สามารถเข้าไปครองใจคนเวียดนามได้ ซึ่งผู้ประกอบการอื่นๆ ไม่สามารถแข่งขันจนเทียบชั้นได้เลย

จากการพูดคุยกับชาวเวียดนาม เขามองว่า VinGroup คือส่วนสำคัญที่ทำให้คนเวียดนามมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะในช่วงวิกฤต VinGruop ได้เข้ามาซื้อกิจการของห้างสรรพสินค้าทั้งเล็ก และใหญ่ เพื่อช่วยเหลือ SMEs คอยสร้างความเชื่อมั่นใจกับลูกค้า และให้เซอร์วิสที่ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับคนเวียดนามมาก่อน

คนเวียดนามมองว่า ความสำเร็จของ VinGroup นั้นเกิดจากความผูกพันธ์ระหว่างธุรกิจ กับคนในประเทศ ที่มีมาอย่างยาวนาน จน VinGroup กลายมาเป็นธุรกิจที่คนเวียดนามนึกถึงอยู่ตลอด

ถึงขนาดมีสโลแกนว่า “อยู่บ้าน Vinhomes, ขับรถ Vinfast, ซื้อของ Vinmart, ช้อปปิ้งที่ Vincom, ท่องเที่ยว Vinpearl, กินข้าว VinEco, ไปเรียนที่ Vinschool, หาหมอที่ Vinmec และจ่ายเงินด้วย VinID”