NEWSWORLD NEWS“โลกร้อน” ตัวการใหญ่ ทำให้เกิดน้ำมันรั่วที่รัสเซีย

“โลกร้อน” ตัวการใหญ่ ทำให้เกิดน้ำมันรั่วที่รัสเซีย

มีเวลาไม่เยอะอยากอ่านสั้นๆ
  • เกิดเหตุการณ์น้ำมันดีเซลกว่า 2 หมื่นตันรั่วไหลลงสู่แม่น้ำ Ambarnaya ในไซบีเรีย ซึ่งเป็นแม่น้ำที่เชื่อมไปสู่มหาสมุทรอาร์กติก ทำให้ตอนนี้น้ำมันบางส่วนเริ่มไหลออกสู่มหาสมุทรอาร์กติกแล้ว
  • บริษัท Norilsk Nickel สันนิษฐานว่า การพังทลายของคลังน้ำมันนี้เกิดจากชั้นดิน Permafrost ที่เคยทับถมมานานหลายปีเกิดทรุดตัว เพราะสภาพอากาศของโลกร้อนขึ้น
  • องค์กร Greenpeace Russia กล่าวว่า นี่เป็นเหตุการณ์น้ำมันรั่วที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์อาร์กติก เพราะน้ำมันที่รั่วไหลคือน้ำมันดีเซล ซึ่งมีความเป็นพิษสูง

ถือว่าเป็นข่าวที่กระทบต่อวงการสิ่งแวดล้อมอย่างมาก สำหรับเหตุการณ์น้ำมันดีเซลกว่า 2 หมื่นตันรั่วไหลลงสู่แม่น้ำ Ambarnaya ในไซบีเรีย ทางตอนเหนือของรัสเซีย ทำให้แม่น้ำทั้งสายกลายเป็นสีแดง และมีคราบน้ำมันเกาะตลอดแนว ก่อนที่น้ำมันบางส่วนจะเริ่มไหลออกสู่มหาสมุทรอาร์กติก

โดยต้นเหตุของน้ำมันรั่วในครั้งนี้มากจากคลังเก็บน้ำมันในโรงไฟฟ้าใกล้เมือง Norilsk พังทลายในวันที่ 29 พฤษภาคม แต่ทางบริษัท Norilsk Nickel ซึ่งเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า รายงานทางการช้าไป 2 วัน ทำให้การแก้ไขเป็นไปด้วยอย่างยากลำบาก เพราะการรั่วไหลลุกลามไปมากแล้ว

ตอนนี้ยังไม่มีการชี้แจงถึงสาเหตุของน้ำมันรั่วที่ชัดเจน แต่บริษัท Norilsk Nickel สันนิษฐานว่า การพังทลายของคลังน้ำมันนี้อาจเกิดจาก ชั้นดิน Permafrost ทรุดตัว จากสภาพอากาศที่อบอุ่นขึ้น 

Advertisements

อธิบายง่ายๆ ได้ว่า Permafrost เป็นพื้นดินที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส และถูกทับถมมาเป็นเวลานาน สามารถพบได้บริเวณขั้วโลกเหนือ ขั้วโลกใต้ และพื้นที่ที่หนาวเย็นจัด เมื่ออุณภูมิโลกเริ่มร้อนขึ้น ทำให้ชั้นดินเหล่านี้ทรุดตัว เป็นผลให้คลังน้ำมันขนาดใหญ่พังทลายไปด้วย

ทาง Greenpeace Russia ให้ข้อมูลกับสำนักข่าว Forbes ว่า นี่เป็นเหตุการณ์น้ำมันรั่วที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์อาร์กติก และจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างมาก เพราะน้ำมันที่รั่วคือ น้ำมันดีเซล ซึ่งมีความเป็นพิษสูงกว่าน้ำมันทั่วไป

Advertisements

สำหรับแนวทางในการกำจัดน้ำมันที่รั่วออกมานี้ก็ทำได้ยาก เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเขตหนาว ทำให้การกำจัดน้ำมันลำบากกว่าเขตร้อน และไม่ว่าจะแก้ปัญหาด้วยวิธีไหน ก็ไม่สามารถกู้ระบบนิเวศให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ 

ก่อนหน้านี้ มีการเสนอให้จุดไฟเผา เพื่อผลาญเชื้อเพลิงทิ้งจนหมด แต่วิธีดังกล่าวจะส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมชนิดที่ว่าต่อให้ใช้เวลาหลายสิบปีก็ไม่อาจกลับมาสมบูรณ์เช่นเดิมได้ เพราะนอกจากจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังกระทบต่อสัตว์ในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นสปีชีส์หายาก และยังไม่มีการเพาะพันธ์ุทดแทน เรียกได้ว่าหากสูญพันธ์ุไป คงไม่สามารถประเมินความเสียหายทางระบบนิเวศได้แน่นอน

นี่เป็นอีกครั้งที่ “ภาวะโลกร้อน” สร้างความเสียหายให้กับโลกของเรา ซึ่งล้วนเป็นผลกระทบจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น การเผาถ่านหินและเชื้อเพลิง การใช้สารเคมีที่มีส่วนผสมของก๊าซเรือนกระจก และอื่นๆ จนทำให้ก๊าซเรือนกระจกเพิ่มสูงขึ้น และเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน

แน่นอนว่าปัญหาใหญ่ระดับโลกนี้ คงไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยใครเพียงคนเดียว แต่ต้องมีการร่วมมือกันจากทุกฝ่าย ทั้งภาคประชาชน และภาครัฐบาล รวมถึงในระดับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ได้เห็นความพยายามของนานาชาติให้การเข้ามาแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง และเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ เราจะสามารถหาทางออกในเรื่องนี้ให้กับโลกได้อย่างแน่นอน

Advertisements

Lastest

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงไหม? ในวันที่ “ต้นทุนชีวิต” (Socioeconomic Status) ต่างกัน

มีงานวิจัยหนึ่งจากสหรัฐฯ เมื่อปี 2013 ที่พบว่า เด็กจากครอบครัวที่ร่ำรวย (รายได้มากกว่าหรือเท่ากับ 3,595,500 บาทต่อปี) มีโอกาสเรียนจบได้มากกว่า 8 เท่าของเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,129,380 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก National Student Clearing House ในปี 2020 ที่เผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อัตราการเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐฯ ลดต่ำจนถึงติดลบ 21.7% เพราะพวกเขาแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเรียนต่อไม่ไหว

From Pandemic to Endemic: เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ถ้าโควิด-19 กลายเป็น “โรคประจำถิ่น”?

จากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างโอมิครอน ที่แม้จะก่อให้เกิดการติดต่ออย่างรวดเร็ว แต่ก็มีแนวโน้มการก่อความรุนแรงลดลง ทำให้ทั่วโลกต่างออกมาคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจเปลี่ยนไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในที่สุด ซึ่งเกิดคำถามตามมาว่า หากรูปแบบของโรคระบาดเปลี่ยนไป จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? | 5M EP.1086

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? ‘ความกลัว’ มีหลายรูปแบบด้วยกัน บางคนกลัวความล้มเหลว บางคนกลัวสัตว์อันตราย หรือบางคนกลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
Prasert Hongsuwan
ชื่นชอบเรื่องของธุรกิจเป็นชีวิตจิตใจ ชอบอ่านหนังสือ และเชื่อว่าหนังสือดีๆ สักเล่มสามารถเปลี่ยนชีวิตของคนได้จริงๆ

Related Articles

สมาชิก EU เสียงแตก ทำแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจยุโรปชะงัก

สหภาพยุโรปประสบปัญหาไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องเงินกู้ ที่จะใช้ในแผนสนับสนุนฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19

ย้อนรอย CPTPP ก่อนเตรียมเข้าสภาฯ เป็นครั้งแรก

ส.ส.ภูมิใจไทย ได้ยื่นญัตติด่วน เพื่อให้รัฐสภาตั้ง กมธ. พิจารณาการเข้าร่วม CPTPP โดยการประชุมหารือจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้

ราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้น หลัง OPEC+ ประกาศลดกำลังการผลิตต่อ

OPEC+ ประกาศยืดแผนลดการผลิตน้ำมัน และเผยรายชื่อประเทศที่จะโดนลงโทษ เหตุไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของกลุ่ม

Google ถูกฟ้อง 5,000 ล้านเหรียญ ข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัวผู้ใช้ใน “Incognito Mode”

โจทก์ยื่นฟ้อง Google หลังเก็บข้อมูลการใช้งานจากผู้ใช้ Incognito Mode กว่า 1 ล้านราย แต่ Google ยืนยันว่าแจ้งผู้ใช้งานแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า