SOFT SKILLใครเป็นบ้าง? Work From Home แล้วเหนื่อยยาวนาน แต่งานกลับไม่มีประสิทธิภาพ

ใครเป็นบ้าง? Work From Home แล้วเหนื่อยยาวนาน แต่งานกลับไม่มีประสิทธิภาพ

เมื่อเช้าวันเสาร์มาถึง แทนที่เราจะได้นอนอยู่บนเตียงเพิ่มอีกสักหน่อย หรือได้เปิดซีรีส์ทีเราดูค้างไว้ แต่กิจกรรมยามเช้าเรากลับกลายเป็นการแก้งาน เพราะเจ้านายรู้ว่าเราต้องทำงานที่บ้าน อยู่แล้ว

รู้สึกเหมือนกันหรือไม่? ตั้งแต่เราทำงานจากบ้าน เวลาที่เราทุ่มให้กับงานกลับไม่ได้ลดลงเลย หนำซ้ำกลับเพิ่มขึ้นอีกด้วย ทั้งสละวันหยุด เวลาส่วนตัวที่เราปกติไว้ใช้พักผ่อนเพื่อมาทำงานเพิ่ม แต่การทำงานกลับไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับตอนที่ไปออฟฟิศ

คำถามคือ ‘ทำไมเราใช้เวลาทำงานมากขึ้น แต่ประสิทธิภาพน้อยลง?’

ในช่วงที่ผู้คนเริ่ม Work From Home ในปี 2020 มีผลสำรวจออกมาว่า การทำงานจากบ้านไม่ได้มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานเลย แต่ก็ได้มีข้อมูลงานวิจัยออกมาใหม่เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยได้สำรวจพนักงานจากบริษัทในภูมิภาคเอเชียจำนวน 10,000 คน พบว่าพนักงานทำงานเป็นเวลายาวนานขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับการทำงานที่ออฟฟิศ และยังใช้ชั่วโมงทำงานนอกเวลาเพิ่มขึ้นถึง 18% เลยทีเดียว

Advertisements

อย่างไรก็ตาม การทำงานที่นานขึ้น ไม่ได้แปลว่าจะได้ผลผลิตเยอะขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจากข้อมูลในผลสำรวจดังกล่าว ถ้าเราคำนวณประสิทธิภาพการทำงาน โดยการวัดปริมาณงานที่ผลิตออกมาต่อจำนวนชั่วโมงทำงาน จะทำให้เห็นว่าปริมาณงานที่สำเร็จลดลงถึง 20%

มีหลายเหตุผลที่ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ หนึ่งในนั้นคือ เวลาทำงานจำนวนมากถูกใช้เพื่อการประชุมหรือการคุยงานอื่นๆ นอกจากนี้ บางบริษัทยังใช้การประชุมเพื่อเป็นการตรวจสอบพนักงานว่า กำลังทำงานอยู่หรือไม่ และใช้เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนทำงานอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย ทำให้เวลาที่พนักงานคนหนึ่งจะสามารถโฟกัสกับงานงานหนึ่งจนเสร็จมีน้อยลงมาก เพราะเมื่อจะเริ่มมีสมาธิกับงาน ก็มักจะมีคนโทรมาคุยงาน มีเสียงอีเมลแจ้งเตือน หรือต้องเตรียมตัวประชุมครั้งต่อไป

นอกจากนี้ พนักงานส่วนใหญ่ยังไม่ได้ค่าตอบแทนเพิ่มเมื่อต้องทำงานนอกเหนือเวลาทำงานปกติ และถึงแม้ว่าพนักงานจะไม่ต้องเผื่อเวลาเพื่อเดินทาง แต่เวลาที่เหลือนั้นกลับถูกใช้ในการประชุมเพิ่มขึ้น บางคนที่อยู่ที่บ้านหรือหอพักก็ต้องเผชิญกับสิ่งรบกวน ไม่ว่าจะเป็นเสียงการก่อสร้าง หรือแม้แต่เสียงครอบครัวที่อยู่ด้วย ทำให้การทำงานยากขึ้นทั้งนั้น

Work From Home ส่งผลอย่างไรบ้าง?

ผลกระทบจากการทำงานที่บ้าน ไม่ได้มีแค่เรื่องของประสิทธิภาพงานเท่านั้น แต่การทำงานอยู่ที่บ้านคนเดียว ยังทำให้เราพัฒนาตนเองน้อยลงด้วย เพราะขาดการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างาน ที่จะช่วยให้ข้อเสนอแนะปรับปรุงงานของเรา

จากเหตุผลทั้งหมดที่เราเจอในระหว่างวัน คงไม่แปลกที่เราจะรู้สึกเหนื่อยจากการทำงาน แม้ไม่จะไม่ต้องออกเดินทางไปไหนเลย และในบางที ยังรู้สึกว่าทำงานที่บ้านนั้นยากกว่าเข้าออฟฟิศด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องปกติที่พอเราต้องเปลี่ยนวิธีการทำงาน ย่อมมีอุปสรรคต่างๆ และต้องใช้เวลาปรับตัวไม่น้อยเลย โดยเฉพาะถ้าต้องเปลี่ยนการทำงานทั้งบริษัท แต่ถ้าอยากที่จะให้พนักงานสามารถที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมาพร้อมประสิทธิผลที่มากขึ้น บริษัทควรจะคำนึงถึงการให้เวลาพนักงานมากขึ้น เพื่อพวกเขาจะได้มี ‘Focus Time’ หรือเวลา ‘จดจ่อ’ ดังนั้น สิ่งที่ควรแก้อย่างเร่งด่วนคือการลดการประชุมที่ไม่จำเป็น ลดการรบกวนพนักงานระหว่างวัน เพื่อที่พวกเขาจะสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง และผลิตผลลัพธ์ออกมาได้อย่างน่าพึงพอใจมากขึ้น

Advertisements

แปลและเรียบเรียงจาก:

https://econ.st/3iPDRVb

#missiontothemoon 

#missiontothemoonpodcast

#teammanagement

#selfimprovement

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

Advertisements

Lastest

Poor Boy’s Riverside มีดกรีดหัวใจ ตัวฉันกำลังจะตาย

เมื่อบ้านไม่ใช่ “บ้าน” ที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น เด็กหนุ่มผู้อ่อนต่อโลก จึงต้องหันไปพึ่งพิง “เพื่อนรัก” ในคราบปีศาจ ที่พร้อมจะบดขยี้ชีวิตได้ทุกเมื่อ

ผู้นำก็ต้องปรับตัว! ถอดบทเรียน “การลาออกครั้งใหญ่” (The Great Resignation) เป็นหัวหน้าอย่างไรไม่ให้ลูกน้องลาออก?

ปัญหาที่หลายคนต้องพบเจอหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 คือเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา ไปจนถึงสไตล์การทำงาน รูปแบบงาน และสายงานที่ทำอยู่ ทำให้หลายๆ คนกลับมานั่งแล้วไตร่ตรองว่า พวกเขามีความสุขกับงานที่ทำอยู่ในตอนนี้ไหม ถ้าไม่ แล้วมันคุ้มค่าที่จะทนอยู่ในงานนี้ต่อไปไหม หรือเกิดความรู้สึกอยากทำงานกับบริษัทที่ไม่กำหนดเวลาเข้างาน รู้สึกหมดไฟทำงาน หรือไม่ชอบการปฏิบัติตนของหัวหน้า ฯลฯจากเหตุผลดังกล่าว จึงเกิดการลาออกของพนักงานเป็นจำนวนมากในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ จนเกิดกระแส “The Great Resignation” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ชาวสหรัฐฯ พากันลาออกจากงานมากกว่า 4 ล้านคนในเดือนเมษายนปี...

อาจถึงกับต้องหยุดบิน?! สายการบินสหรัฐฯ พบสัญญาณ 5G เข้าไปรบกวนการทำงานของเครื่องบิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหล่า CEO ของสายการบินชั้นนำของสหรัฐฯ อย่าง American Airlines, Delta Air Lines, United Airlines, Alaska Airlines และสายการบินอื่นๆ อีกมากมาย ได้ร่วมกันยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่กำกับดูแลด้านการบินหลายหน่วยงานเพื่อ แจ้งเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตั้งเสาปล่อยสัญญาณ 5G
Apichaya Jatutain
หญิงสาวผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวและหาเพลงฟังเป็นชีวิตจิตใจ หลงใหลในการกินชานม

Related Articles

Poor Boy’s Riverside มีดกรีดหัวใจ ตัวฉันกำลังจะตาย

เมื่อบ้านไม่ใช่ “บ้าน” ที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น เด็กหนุ่มผู้อ่อนต่อโลก จึงต้องหันไปพึ่งพิง “เพื่อนรัก” ในคราบปีศาจ ที่พร้อมจะบดขยี้ชีวิตได้ทุกเมื่อ

ผู้นำก็ต้องปรับตัว! ถอดบทเรียน “การลาออกครั้งใหญ่” (The Great Resignation) เป็นหัวหน้าอย่างไรไม่ให้ลูกน้องลาออก?

ปัญหาที่หลายคนต้องพบเจอหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 คือเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา ไปจนถึงสไตล์การทำงาน รูปแบบงาน และสายงานที่ทำอยู่ ทำให้หลายๆ คนกลับมานั่งแล้วไตร่ตรองว่า พวกเขามีความสุขกับงานที่ทำอยู่ในตอนนี้ไหม ถ้าไม่ แล้วมันคุ้มค่าที่จะทนอยู่ในงานนี้ต่อไปไหม หรือเกิดความรู้สึกอยากทำงานกับบริษัทที่ไม่กำหนดเวลาเข้างาน รู้สึกหมดไฟทำงาน หรือไม่ชอบการปฏิบัติตนของหัวหน้า ฯลฯจากเหตุผลดังกล่าว จึงเกิดการลาออกของพนักงานเป็นจำนวนมากในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ จนเกิดกระแส “The Great Resignation” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ชาวสหรัฐฯ พากันลาออกจากงานมากกว่า 4 ล้านคนในเดือนเมษายนปี...

อาจถึงกับต้องหยุดบิน?! สายการบินสหรัฐฯ พบสัญญาณ 5G เข้าไปรบกวนการทำงานของเครื่องบิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหล่า CEO ของสายการบินชั้นนำของสหรัฐฯ อย่าง American Airlines, Delta Air Lines, United Airlines, Alaska Airlines และสายการบินอื่นๆ อีกมากมาย ได้ร่วมกันยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่กำกับดูแลด้านการบินหลายหน่วยงานเพื่อ แจ้งเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตั้งเสาปล่อยสัญญาณ 5G

ฝึกสมองให้สร้างสรรค์กว่าใคร! สรุปบทเรียนจากหนังสือ “Creative Acts For Curious People”

ในยุคที่เต็มไปด้วยความผันผวนทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่ความขาดแคลน โลกร้อน ความขัดแย้งทางการเมือง ไปจนถึงโรคระบาด แม้เทคโนโลยีใหม่ๆ จะถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังช้ากว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของปัญหาอยู่ดี

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า