SOFT SKILLวิธีฝึกใจให้แข็งแกร่ง (Resilience) ล้มแล้วลุกได้ ถ้าใจเราไม่ท้อ

วิธีฝึกใจให้แข็งแกร่ง (Resilience) ล้มแล้วลุกได้ ถ้าใจเราไม่ท้อ

Mission To The Moon X MILO

สถานการณ์ในช่วงนี้อาจทำให้เรารู้สึกเหนื่อยและท้อแท้ได้ง่ายๆ การเปลี่ยนแปลงของโลกนั้นตามมาด้วยความเครียด และเราก็หวังว่าเราจะผ่านมันไปได้ แต่หลายๆ ครั้งปัญหาเหล่านั้นก็เป็นเหมือนคลื่นลูกยักษ์ที่สาดซัดเราจนล้มครืน ซึ่งคลื่นลูกนี้มันไม่ได้ทำให้เรารู้สึกสนุก เหมือนการได้วิ่งเข้าหาคลื่นที่ทะเลตอนเด็กๆ หลายๆ คนเมื่อถูกชนให้ล้ม จึงยากเหลือเกินที่จะลุกขึ้นตั้งหลักแล้วมาสู้ต่อ

ชีวิตที่โดนสาดซัดบ่อยครั้งของคนในปัจจุบัน ทำให้เกิดคำคำหนึ่งที่เราน่าจะคุ้นหูกันดี นั่นคือคำว่า “Resilience” ซึ่งแปลได้ว่า ทักษะการฝึกใจให้แข็งแกร่ง หรือทักษะการใช้ชีวิตอย่างยืดหยุ่น ล้มแล้วลุกสู้ขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง ซึ่งคำนี้เป็นคำที่ได้รับความสนใจมากขึ้น ในปัจจุบันมี Influencer หลายคนที่พูดถึงคำนี้ ล่าสุดทางแบรนด์ไมโลเอง ก็มีแคมเปญเกี่ยวกับ “Resilience” หรือทักษะการฝึกใจให้แข็งแกร่งเหมือนกัน ทักษะดังกล่าวนี้เป็น Soft-Skill บางคนจึงมีและบางคนจึงไม่มี แต่ในเมื่อมันเป็น ‘ทักษะ’ มันจึงเป็นสิ่งที่ฝึกฝนได้

Advertisements

และอย่างที่เราเห็นกันว่า การใช้ชีวิตทุกๆ วันมีเรื่องให้ล้ม ให้บาดเจ็บ ให้เสียใจอยู่เสมอ เราคงพอคาดเดาได้ว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปอีกกี่ปี ผู้คนก็ยังต้องเผชิญกับสิ่งนี้เหมือนเดิม และไม่จำกัดด้วยว่า ต้องเป็นผู้ใหญ่เท่านั้น ถึงจะเจอแบบทดสอบความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต แต่เด็กๆ รุ่นลูกของเราก็หลีกหนีไม่พ้น พวกเขาอาจต้องเผชิญกับความผิดหวังด้านการเรียน ความสัมพันธ์กับเพื่อน ความรักครั้งแรก ความพ่ายแพ้ในการแข่งกีฬา และอื่นๆ อีกมากมาย 

ทักษะการฝึกใจให้แข็งแกร่ง หรือ Resilience จึงเป็นสิ่งที่ควรปลูกฝังตั้งแต่เล็กๆ เพราะยิ่งเด็กๆ เรียนรู้การล้มแล้วลุกได้เร็วเท่าไร เขาก็จะมีภูมิต้านทานต่อปัญหา และสามารถมีจิตใจที่แข็งแกร่งได้เร็วขึ้นเท่านั้น เมื่อวันหนึ่งที่เขาเติบโตขึ้น เขาก็จะยิ่งสามารถรับมือกับคลื่นปัญหาที่สาดซัดเขาจนล้มได้

เพราะในการเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ การล้มไม่ได้หมายความว่าแพ้ แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะ ‘ล้มอย่างถูกท่า’ เจ็บตัวให้น้อย และลุกขึ้นได้ใหม่ต่างหาก ในบทความนี้เราจึงรวบรวมทริกเล็กๆ น้อยๆ ในการสร้างทักษะการฝึกใจให้แข็งแกร่งให้กับเด็กๆ ที่ทุกๆ คนสามารถนำไปปรับใช้ได้มาฝากกัน

4 วิธีฝึกทักษะการฝึกใจให้แข็งแกร่ง (Resilience) ให้กับเด็กๆ ล้มแล้วลุกได้ ถ้าใจเราไม่ท้อ

1. เคียงข้างและพร้อมให้ความช่วยเหลือ

การเป็นคนมีทักษะการฝึกใจให้แข็งแกร่งเกิดจากการได้รับความช่วยเหลือประมาณหนึ่ง ไม่ใช่การเติบโตอย่างโดดเดี่ยว เด็กๆ ที่ถูกปล่อยให้พึ่งพาตัวเองมากเกินไปในการผ่านปัญหาต่างๆ นั้น มีโอกาสเกิดทักษะความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตน้อยกว่าคนที่มีผู้ใหญ่เป็นที่ปรึกษาหรือเคียงข้าง เด็กๆ นั้นยังมีเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และร่างกาย เขาจึงจำเป็นต้องมีครอบครัว ครู หรือผู้ใหญ่อยู่เคียงข้าง และทำให้เขารู้ว่าเขาสามารถขอความช่วยเหลือได้ทุกเมื่อ แต่อย่ารีบเข้าไปช่วยเหลือในทันที ให้เขาได้ลองแก้ปัญหาดูก่อนจะช่วยให้เขาผ่านความแปรปรวนทั้งภายในและภายนอกไปได้

จากนั้นผู้ปกครองหรือครอบครัวควรซัพพอร์ตเขาในด้านอื่นๆ อย่างการให้คำชมเมื่อลูกตัดสินใจเรื่องยากๆ หรือย้ำว่าสิ่งที่เขาเลือกหรือทำนั้นดีแล้ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้เด็กๆ เมื่อเขาค่อยๆ เติบโตขึ้น เขาจะควบคุมอารมณ์ความรู้สึก เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหาได้ดียิ่งขึ้น

2. สอนให้เขามีมุมมองต่อโลกที่หลากหลาย

อีกสิ่งหนึ่งที่สามารถปลูกฝังได้คือ การสอนให้เขามีมุมมองต่อโลกที่หลากหลาย ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่การมองโลกในแง่ดีเท่านั้น แต่เป็นการเห็นและเข้าใจโลกในแง่อื่นๆ ด้วย เช่น เย็นหลังเลิกเรียนที่เราและลูกนัดกันไปปั่นจักรยาน แต่กลับเจอฝนตกอย่างหนัก แน่นอนว่าเด็กๆ จะรู้สึกผิดหวังในตอนแรก แต่เราสามารถชวนเขาคิดว่า ถ้าเราออกไปปั่นจักรยานกันไม่ได้ มีกิจกรรมอะไรที่เราสามารถทำได้อีกบ้าง หรือถ้าหากเขาอยากปั่นจักรยานมากๆ เราจะปั่นตรงไหนที่เราจะไม่เปียก ในเมื่อเราควบคุมฝนไม่ได้ แล้วมีอะไรที่เราสามารถควบคุมได้ในสถานการณ์นี้

ฝึกให้เขาได้เรียนรู้อารมณ์ความผิดหวัง ความโกรธ และค่อยๆ สอนการปรับมุมมอง ด้วยการชี้ให้เขาเห็นถึงความเป็นไปได้อื่นๆ หรือถ้าหากมันเป็นไปไม่ได้แน่ๆ เราจะทำอย่างไรต่อไป การฝึกฝนในเรื่องประจำวันทีละนิด แต่สม่ำเสมอ จะหล่อหลอมวิธีการมองโลกของเขาให้กว้างขึ้น ยอมรับในการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายขึ้น

3. ฝึกสมาธิเพื่อสติที่มั่นคง

การฝึกสมาธิก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยสร้างทักษะการฝึกใจให้แข็งแกร่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ การมีสมาธินั้นตามมาด้วยสติที่มั่นคง ซึ่งจะดีต่อสมองในการรับมือกับความเครียดและช่วยให้คิดอย่างมีเหตุมีผลขึ้นได้ แต่การฝึกสมาธิในเด็กอาจไม่ใช่ให้เขานั่งสมาธิแบบที่เรารู้จักกัน เพราะมีหลายวิธีที่จะช่วยดึงความสนใจของเด็กผ่านเกมสมาธิ เช่น การฝึกหายใจเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ เมื่อหายใจเข้าให้จินตนาการว่ามีเมฆก้อนเล็กๆ ก่อตัวขึ้นเหนือศีรษะ และเมื่อหายใจออก เมฆก่อนนั้นก็จะลอยออกไป การจดจ่ออยู่กับเมฆในจินตนาการไปพร้อมๆ กับการควบคุมการหายใจ จะสามารถสร้างสมาธิได้ ขอเพียงให้เขาได้ทำอย่างต่อเนื่องเป็นกิจวัตรก็พอ

4. สร้างทักษะการฝึกใจให้แข็งแกร่งผ่านการเล่นกีฬา

การพัฒนาทักษะการฝึกใจให้แข็งแกร่งให้กับลูกอย่างได้ผลและปฏิบัติได้จริง คือการให้เขาได้เล่นกีฬา ไม่ว่าจะเป็นกีฬาที่เล่นคนเดียวอย่างการวิ่ง ปั่นจักรยาน กีฬาที่เล่นเป็นคู่อย่างแบดมินตัน หรือการตีสควอซ ไปจนถึงกีฬาที่ต้องเล่นเป็นทีมอย่างเช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล

Advertisements

คนที่เล่นกีฬาคงคุ้นเคยกับการทำให้ร่างกายยืดหยุ่นอยู่เป็นประจำ เพราะกีฬาต้องอาศัยการเคลื่อนไหวของร่างกายอยู่ตลอด ทุกๆ ส่วนของร่างกายเรา ไม่ว่าจะเป็นแขน ขา ลำตัว ศีรษะ ล้วนต้องขยับบิดหรือหมุนไปตามสถานการณ์ ถ้าหากเราไม่ได้ฝึกให้ร่างกายยืดหยุ่น เวลาเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อภายในก็อาจเจ็บตัวได้ง่าย และเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือการปะทะแรงๆ เราก็เสี่ยงจะล้มกลิ้ง เกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บได้ตลอดเวลา

การฝึกทักษะการฝึกใจให้แข็งแกร่งก็ไม่ต่างกับการฝึกความยืดหยุ่นของร่างกายแต่นี่เป็นความยืดหยุ่นของการใช้ชีวิต เราต้องเรียนรู้วิธีฝึกให้ชีวิตของเรายืดหดได้ ฝึกการล้มเพื่อหาว่าล้มองศาไหนจะเจ็บน้อย และลุกให้เร็ว เพื่อทำแผล ดูแลร่างกาย หรือลุกแล้ววิ่งไปต่อก็แล้วแต่ ว่าเราไหวแค่ไหน

นอกจากนี้ การที่พ่อแม่ได้อยู่ข้างๆ คอยส่งแรงเชียร์สร้างความมั่นใจให้เขา คอยปลอบใจตอนเขาล้ม มองดูเขาลุกขึ้นเองใหม่เป็น “แรงสนับสนุน” ให้ทุกๆ สนามของลูก ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน

เหมือนอย่างที่ “ไมโล” เครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ที่ทุกคนรู้จักและคุ้นเคยกันมานาน ได้สนับสนุนให้มีการปลูกฝังเด็กๆ ให้มีทักษะการฝึกใจให้แข็งแกร่ง หรือ Resilience ผ่านการเล่นกีฬา เพื่อก้าวข้ามความท้าทาย และไปได้ไกลขึ้น 

วันนี้เรามาเตรียมพร้อมและเสริมสร้างใจของลูกให้แกร่งเอาไว้ ด้วยการฝึกซ้อมจิตใจในสนามกีฬา และเมื่อไรที่อุปสรรคเข้ามาในสนามของชีวิต แม้ยามเด็กหรือยามที่เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เขาจะได้เปลี่ยนอุปสรรคเป็นแรงผลักดัน สามารถลุกขึ้นสู้ต่อไปได้ในเส้นทางของเขาอย่างแน่วแน่และมั่นคง

#MILOThailand #MILOกีฬาคือครูชีวิต #MILOลุกสู้ด้วยใจแกร่ง #กีฬาคือครูชีวิต


อ้างอิง:
https://bit.ly/3F45RwO
https://bit.ly/3oiRuyW

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#softskill

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

Advertisements

Lastest

Metaverse กับการช่วยเหลือจิตใจ มุมมองที่หลายคนอาจมองข้ามไป

“แต่จริงๆ แล้ว Metaverse อาจช่วยชีวิตคนก็เป็นได้” นี่อาจฟังดูเป็นประโยคที่เป็นไปไม่ได้จากอีลิตที่ชื่นชอบในเทคโนโลยี แต่จริงๆ แล้ว Metaverse สามารถทำให้เราเข้าใจและรับมือกับความเจ็บปวด ความเศร้าและอคติในสังคมได้มากขึ้น

Arcane ผลงาน ‘มาสเตอร์พีซ’ จากค่ายเกมที่ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม!?

เปิดจักรวาลความบันเทิงครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม กับซีรีส์ที่หยิบยกเนื้อหามาจากเกม LoL (League of Legends) โดย Riot Games ค่ายเกมผู้ถูกตั้งแง่โดยแฟนๆ ว่า “ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม” แต่ตามทฤษฎีได้บอกไว้ว่า “เกมไหนกาก แปลว่าเกมนั้นดัง” ดังนั้นจึงไม่น่าห่วงอะไร (มั้ง!?)

ไม่แปลกที่จะ “แปลก” เมื่อความแปลกมีพลังกว่าที่คิด!

วันนี้ Mission To The Moon จึงอยากมาแนะนำหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าจะช่วยให้เรารับมือกับความรู้สึกเหล่านี้ได้ดี กับหนังสือที่มีชื่อว่า “Weird: The Power of Being an Outsider in an Insider World” โดย Olga Khazan ที่จะมาเปลี่ยน “ความแปลก” ของเราให้กลายเป็นพลัง และสอนให้เราเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ ไปดูเรื่องราวโดยสรุปของหนังสือเล่มนี้กัน
Manlika Klinprayong
I write, therefore I am. เราเขียน เราจึงมีอยู่