SOFT SKILL9 เคล็ดลับการพรีเซนต์แบบมืออาชีพ รับประกันความปัง 10 10 10!

9 เคล็ดลับการพรีเซนต์แบบมืออาชีพ รับประกันความปัง 10 10 10!

กลัวการพรีเซนต์งาน ไม่กล้าพูดในที่สาธารณะ ทำอย่างไรดี?

เชื่อว่าปัญหาเรื่อง ‘การนำเสนอ’ คงเป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายๆ คน เมื่อต้องพรีเซนต์งาน เราจะรู้สึกกังวลไปหมด มือไม้สั่น เสียงสั่นจนควบคุมไม่ได้ ความกังวลเหล่านี้ทำให้เราพยายามหลีกเลี่ยงมัน ทว่า ในชีวิตการเรียนหรือชีวิตการทำงานล้วนต้องเจอทั้งสิ้น การหลีกเลี่ยงไม่ได้ช่วยให้เราเก่งขึ้น แล้วเราควรทำอย่างไรดี?

ถ้าคุณเป็นคนที่กังวลทุกครั้งเมื่อต้องพรีเซนต์งาน และอยากจะพัฒนาทักษะการนำเสนอ มาลองดูเคล็ดลับเหล่านี้ดูสิ มันจะช่วยทำให้การพรีเซนต์กลายเป็นเรื่องหมูๆ ไปเลย!

Advertisements

1) ตั้งเป้าหมายการพรีเซนต์ให้ชัดเจน

ก่อนที่จะพรีเซนต์งาน เราควรเขียนในกระดาษว่ามีเรื่องหลัก เรื่องย่อยอะไรที่เราต้องพูดบ้าง การทำเช่นนี้จะทำให้เรารู้ว่าควรวาง Timeline อย่างไร แต่ไม่จำเป็นต้องทำให้เป็นแบบแผนมากนัก เขียนออกมาเพื่อให้ตัวเองเข้าใจก็พอ โดยตั้งคำถามกับตัวเองว่า

– ประเด็นหลักที่เราจะพูดคืออะไร?

– เรามีวิธีหรือแนวทางในการนำเสนออย่างไร?

– คนฟังจะได้อะไรจากสิ่งที่เราพูด?

การจับคอนเซ็ปต์ของการพรีเซนต์จะทำให้เราไม่หลงประเด็น และสามารถสื่อสารมันออกมาอย่างตรงจุด นอกจากนี้ ยังทำให้คนฟังเข้าใจเนื้อหาที่เราพูดได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

2) เข้าใจผู้ฟัง

ศึกษาว่า ผู้ฟังของเราเป็นใคร? และต้องการอะไร?

เพราะคนฟังมีลักษณะนิสัยที่หลากหลาย บางคนชอบฟังเรื่องที่มีพลัง ต้องการพลังจากผู้พูด ชอบฟังแรงบันดาลใจ แต่สำหรับบางคน ก็ต้องการการนำเสนอที่มีหลักฐานพิสูจน์ประกอบ ชอบดูตัวเลขและแนวโน้มต่างๆ สนับสนุน ดังนั้น การเข้าใจคนฟังจะทำให้รู้ว่าควรนำเสนองานในรูปแบบใด

3) พูดให้เข้าใจง่ายและกระชับ เน้นใช้รูปภาพในการนำเสนอ

เนื้อหาที่เราจะกล่าวไม่ควรยาวเกินไป ส่วนเนื้อหาบนสไลด์ไม่ควรมีตัวอักษรเยอะจนเกินไป และถ้าเรากลัวลืมเนื้อหา สามารถจดโน้ตเล็กๆ ติดตัวได้ แต่ไม่ควรเป็นสคริปต์ที่เราเอาไว้อ่าน ควรเขียนแต่ประเด็นสำคัญๆ เท่านั้น

ในขณะเดียวกัน เราควรเน้นการใช้รูปภาพให้มากขึ้น เพราะการใช้รูปภาพในการนำเสนอจะทำให้คนฟังจดจำเนื้อหาได้ดีกว่าการใช้ตัวอักษร นักชีววิทยาระดับโมเลกุล John Medina กล่าวว่า คนเรามีความสามารถในการจดจำรูปภาพได้อย่างดีเยี่ยม  จากการทดสอบการฟังข้อมูลเพียงอย่างเดียว เมื่อผ่านไปสามวัน เราจะจำเนื้อหาได้เพียง 10%  แต่เมื่อเพิ่มรูปภาพในการนำเสนอ เราจะจำเนื้อหาได้ถึง 65% เห็นแบบนี้แล้ว ลองลดตัวอักษรแล้วเพิ่มรูปภาพเข้าไปในการนำเสนอให้มากขึ้นดูสิ!

4) นำเสนอเนื้อหาที่มีสาระและสนุก

เวลาที่เราไปฟังบรรยายใครสักคน ส่วนใหญ่แล้ว เราไม่ได้จำเนื้อหาบนสไลด์หรือคำทุกคำที่เขาพูด แต่เราจะจำความรู้สึกนั้นได้ว่า “คนคนนั้นเจ๋งมากๆ” “เขาพูดดีมากเลย” เราจะรู้สึกว่าได้อะไรกลับมา การใส่ความสนุกและความตลกลงไป จะสร้างความประทับใจให้กับผู้ฟังได้ แต่เราต้องมั่นใจว่าความสนุกนั้นยังมีเนื้อหาสาระซ่อนอยู่ ไม่ใช่เพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว

Advertisements

5) นำเสนอเนื้อหาเป็นเรื่องเล่า

คนส่วนใหญ่มักจะชอบฟังเรื่องเล่า เราจึงสามารถใช้สิ่งนี้ดึงความสนใจจากผู้ฟังได้ โดยการนำเสนอแบบเรื่องเล่าจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถ้าเราหาจุดเชื่อมโยงที่ทำให้คนฟังรู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปกับสิ่งนั้นๆ ได้ เช่น การหยิบยกสถานการณ์ที่ผู้คนส่วนใหญ่พบเจอ เป็นต้น แต่วิธีการนำเสนอที่มีการเล่าเรื่องต้องมีเนื้อหาที่ค่อนข้างเป๊ะ เหมือนกับการที่เราเข้าใจและจำเรื่องราวนั้นได้จริงๆ และถ่ายทอดมันออกมาให้ผู้ฟังเข้าใจมากที่สุด

6) ใช้โทนเสียงที่แตกต่างกัน

งานวิจัยของศาสตราจารย์ด้านการตลาดจาก Wharton และ Jonah Berger ระบุว่า ผู้ที่เพิ่ม ลดระดับเสียง และใช้โทนเสียงที่แตกต่าง จะมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น และมีพลังในการโน้มน้าวใจคนฟังได้มากกว่าผู้ที่ใช้เสียง Monotone โดยเราสามารถทำได้โดย ขึ้นเสียงเมื่อเน้นข้อความสำคัญ หรือหยุดพูดหลังจากกล่าวประเด็นสำคัญ เป็นต้น 

7) สบตาผู้ฟังเป็นระยะ

ในบรรดาผู้ฟังทั้งหมด จะมีผู้ฟังบางคนที่เรารู้สึกว่าเขากำลังมองเราอยู่ ให้มองเขากลับไปเหมือนที่พักสายตา มองไปหลายๆ จุด หลายๆ คนทั่วห้อง เวลาเรามองหน้าคน เราจะรู้สึกว่ากำลังพูดอยู่กับเขา และเราจะคิดว่าพูดเพื่อให้เขาฟัง เมื่อทำเช่นนี้ ท่าทางและภาษาที่เราใช้จะเป็นธรรมชาติมากขึ้น 

8) ฝึกพรีเซนต์บ่อยๆ 

การพึมพำ หรือท่องจำเนื้อหาในใจไม่ใช่การฝึกฝนที่มีประสิทธิภาพ เราต้องพูดออกมาดังๆ และฝึกฝนเหมือนกำลังนำเสนอจริงๆ ตั้งแต่เริ่มขึ้นเวที แนะนำตัว นำเสนองานไปจนถึงขั้นตอนสุดท้าย การฝึกซ้อมที่เหมือนจริง จะทำให้เราคุ้นเคยกับทุกกระบวนการนำเสนอได้มากขึ้น

9) ขอ Feedback จากคนรอบข้าง

เมื่อเราฝึกฝนการนำเสนอจนมั่นใจแล้ว ให้ลองนำเสนอแบบมีผู้ชม โดยอาจจะให้คนใกล้ชิดมานั่งฟังเราขณะนำเสนอ หรือลองอัดคลิปและส่งให้พวกเขาดูก็ได้เช่นกัน เพื่อที่จะให้พวกเขาได้เห็นข้อบกพร่องในส่วนที่เราไม่เห็น เห็นมุมต่างๆ เพื่อนำมาแก้ไข หลังจากนั้น นำข้อติชมที่ได้ไปแก้ไขและพัฒนาเพื่อการนำเสนอในรูปแบบที่ดีขึ้น

การพรีเซนต์งานเป็นทักษะที่เราสามารถฝึกฝนกันได้ เราอาจจะรู้สึกว่ามันยาก เพราะเราไม่ค่อยได้ใช้มัน การฝึกฝนบ่อยๆ ทำความเข้าใจคอนเซ็ปต์ของมัน จะทำให้เราสามารถพัฒนา ‘`ทักษะแห่งการนำเสนอ’ จนกลายเป็นหนึ่งในทักษะที่เราชำนาญได้ 

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

– พูดไม่เก่ง กลัวการพรีเซนต์งาน ไม่กล้าออกไอเดีย ฝึกอย่างไรดี? | 5M EP.875

– เคล็ดลับการพรีเซนต์แบบมืออาชีพ | Mission To The Moon Remaster EP.3

อ้างอิง
https://bit.ly/3aMSraY
https://bit.ly/3BVOsof

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#softskill

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

Advertisements

Lastest

Metaverse กับการช่วยเหลือจิตใจ มุมมองที่หลายคนอาจมองข้ามไป

“แต่จริงๆ แล้ว Metaverse อาจช่วยชีวิตคนก็เป็นได้” นี่อาจฟังดูเป็นประโยคที่เป็นไปไม่ได้จากอีลิตที่ชื่นชอบในเทคโนโลยี แต่จริงๆ แล้ว Metaverse สามารถทำให้เราเข้าใจและรับมือกับความเจ็บปวด ความเศร้าและอคติในสังคมได้มากขึ้น

Arcane ผลงาน ‘มาสเตอร์พีซ’ จากค่ายเกมที่ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม!?

เปิดจักรวาลความบันเทิงครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม กับซีรีส์ที่หยิบยกเนื้อหามาจากเกม LoL (League of Legends) โดย Riot Games ค่ายเกมผู้ถูกตั้งแง่โดยแฟนๆ ว่า “ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม” แต่ตามทฤษฎีได้บอกไว้ว่า “เกมไหนกาก แปลว่าเกมนั้นดัง” ดังนั้นจึงไม่น่าห่วงอะไร (มั้ง!?)

ไม่แปลกที่จะ “แปลก” เมื่อความแปลกมีพลังกว่าที่คิด!

วันนี้ Mission To The Moon จึงอยากมาแนะนำหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าจะช่วยให้เรารับมือกับความรู้สึกเหล่านี้ได้ดี กับหนังสือที่มีชื่อว่า “Weird: The Power of Being an Outsider in an Insider World” โดย Olga Khazan ที่จะมาเปลี่ยน “ความแปลก” ของเราให้กลายเป็นพลัง และสอนให้เราเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ ไปดูเรื่องราวโดยสรุปของหนังสือเล่มนี้กัน
Pattraporn Hoy
นักศึกษาเอกวรรณกรรมจีนผู้เชื่อว่าวันที่ดีเริ่มต้นด้วยการกินของอร่อย