SOFT SKILL11 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการตัดสินใจ

11 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการตัดสินใจ

คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่าการตัดสินใจของคุณนั้นถูกต้อง?

คุณแน่ใจได้แค่ไหนว่าคุณไม่ต้องการความเห็นของคนอื่น?

คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่าการตัดสินใจของคุณนั้นไม่ได้อยู่บนความลำเอียง?

วันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับ 11 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการตัดสินใจที่อาจจะทำให้หลายๆ คนเลือกเส้นทางที่ผิด ซึ่งทั้ง 11 ข้อนี้ มาจากการเก็บข้อมูลของบริษัท Decisive บริษัทที่ศึกษาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ในการตัดสินใจมามากกว่า 20 ปี ที่ได้ชี้ว่าส่วนใหญ่แล้วคนเราจะมีความคิดและความเชื่ออย่างไรบ้างที่ใช้ในการประกอบการตัดสินใจ ไปดูกันเลย!

11 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการตัดสินใจ

1. การตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพคือการตัดสินใจที่เร็ว

หลายๆ คนอาจจะชอบคิดว่าการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพคือการตัดสินใจที่ ‘รวดเร็ว’ แต่ความจริงแล้วการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ คือการที่เรารู้และเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าเรากำลังตัดสินใจไปเพื่ออะไร การรีบตัดสินใจทำให้เราศึกษาข้อมูลหรือปัจจัยได้อย่างไม่เพียงพอ ส่งผลให้เราตัดสินใจผิดๆ ซึ่งสุดท้ายก็จะทำให้เราผิดหวังและเสียใจกับสิ่งที่เราได้เลือกไป

ลองนึกภาพว่าคุณอยู่ในโชว์รูมรถและอยากที่จะซื้อรถสักคันหนึ่ง เซลล์ขายรถก็พยายามที่จะพูดแต่ข้อดีของมันให้คุณฟัง บอกว่าถ้าคุณไม่ซื้อตอนนี้เดี๋ยวก็มีคนเข้ามาซื้อ ถ้าจะซื้อก็ต้องซื้อตอนนี้เลยไม่อย่างนั้นต้องรออีกนาน ซึ่งก็ทำให้คุณตัดสินใจซื้อรถคนนั้นมาเลย แต่จริงๆ แล้วคุณอาจจะไม่ได้ต้องการรถคันนั้นจริงๆ ทำให้คุณรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ทำการบ้านและศึกษาเกี่ยวกับมันให้เยอะกว่านี้

Advertisements

2. ยุ่งเกินไปยังไม่มีเวลาตัดสินใจ

การที่เราบอกว่าเรายังไม่ว่าง ยังไม่มีเวลาตัดสินใจเพราะยุ่งอยู่ เป็นการลดประสิทธิภาพและความเร็วในการตัดสินใจ ซึ่งนี่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องตัดสินใจทันที แต่ในเมื่อสุดท้ายคุณก็จะต้องกลับมาคิดทบทวนมันอยู่ดี แทนที่จะผัดมันออกไป ก็สามารถที่จะค่อยๆ ทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับข้อมูลที่ต้องใช้ในการประกอบการตัดสินใจไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะเป็นการประหยัดเวลา แทนที่เราจะต้องรีบหาและใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลรวดเดียว

3. จะต้องตัดสินใจเรื่องนี้ทันที

บางคนอาจจะมีความคิดที่ว่า เรื่องนี้จะต้องตัดสินใจเดี๋ยวนี้เท่านั้น การตัดสินใจเช่นนี้มักเกิดจากการที่เราไปโฟกัสกับปัญหาเล็กๆ จนลืมมองภาพรวมและทำความเข้าใจกับสถานการณ์ภาพใหญ่ๆ จนทำให้คุณนั้นรีบที่จะตัดสินใจ ส่งผลให้คุณแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดหรือแก้ไขปัญหาแค่เสี้ยวเดียวเท่านั้น

4. สามารถตัดสินใจเรื่องนี้คนเดียว

การตัดสินใจที่สำคัญนั้น ‘ต้อง’ ให้คนอื่นนั้นเข้ามามีส่วนร่วม การกันไม่ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาร่วมตัดสินใจจะสามารถแก้ไขปัญหาได้แค่ส่วนเดียวเท่านั้น หรือในอีกทางหนึ่ง ยิ่งเป็นการทำให้ปัญหานั้นถลำลึกเข้าไปอีก คุณควรที่จะรับฟังเสียงของคนอื่นและนำเหตุผลของพวกเขามานั่งคิดและตกผลึก เพราะการตัดสินใจแค่คนเดียว จะทำให้คุณมีมุมมองกับเรื่องนั้นๆ เพียงฝั่งเดียว ที่อาจจะส่งผลให้คุณนั้นตัดสินใจผิดพลาด

5. เชื่อในความคิดตัวเองแค่ต้องหาหลักฐานมารับรอง

การตัดสินใจที่มาจากการที่ตัวคุณเชื่อว่าความคิดของคุณนั้นถูกต้อง แต่แค่ต้องหาหลักฐานมาสนับสนุนว่าคุณนั้นคิดถูกแล้ว สิ่งนี้มีชื่อเรียกว่า ‘Confirmation Bias’ ซึ่งบางทีก็จะเกิดขึ้นพร้อมกับ ‘Groupthink’ ที่ทำให้เรารู้สึกไม่อยากที่จะค้าน เพราะว่ากลัวจะแปลกแยกไปจากคนอื่น

ซึ่งความเชื่อเช่นนี้อันตรายมาก และทำให้เกิดเหตุการณ์ที่เลวร้ายและเกิดความล้มเหลวมานักต่อนักแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลวของทหารสหรัฐฯ ในการบุกโจมตีอ่าวหมู (Bay of Pigs) หรือจะเป็นเหตุการณ์วิกฤติสินเชื่อซับไพรม์ รวมถึงการระเบิดของกระสวยอวกาศชาเลนเจอร์

โดยการที่จะแก้ปัญหานี้ คุณอาจจะลองตั้งสมมติฐานขึ้นมาเพื่อค้านกับความเชื่อแรกของคุณ และลองวิเคราะห์และประเมินว่าสมมติฐานนั้นจริงหรือไม่ เพื่อที่จะได้เห็นมุมมองจากทั้งสองด้าน และป้องกันไม่ให้เราต้องหลุมพรางของ Confirmation Bias

6. เชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง

ในการตัดสินใจเล็กๆ ที่ไม่สำคัญมากอย่างการเลือกร้านอาหารที่จะกิน เลือกซื้อของที่เราชอบ มันไม่ผิดถ้าเราจะใช้สัญชาตญาณของเราในการตัดสินใจ แต่ถ้าคุณจะต้องตัดสินใจเรื่องที่สำคัญหรือเรื่องที่มีความเสี่ยงสูง ถ้าหากว่าเราเชื่อในสัญชาตญาณของเรา นั่นก็แปลว่าเรากำลังทำการตัดสินใจบนความลำเอียงและความทรงจำที่ผิดๆ ของเราอยู่ ทำให้เรามักจะตัดสินใจผิดพลาด แต่จริงๆ แล้วการตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญจะต้องมาจาก ‘ข้อมูลเชิงลึก’ และ ‘ความเข้าใจอย่างถ่องแท้’ ที่จะทำให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น

Advertisements

7. การตัดสินใจเป็นเส้นตรง

ความเชื่อที่ว่าการตัดสินใจเป็นเส้นตรง หรือหากพูดง่ายๆ คือถ้าหากว่าเราตัดสินใจไปแล้วก็คือตัดสินใจไปเลย ไม่มีการย้อนกลับมา แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป การตัดสินใจนั้นเป็นเหมือนกับวงจร ที่จะเดินทางผ่าน Feedback Loop หมายความว่า เมื่อเราได้ตัดสินใจไปแล้ว และเราได้ข้อมูลเพิ่มเติมที่เรามองข้ามไปในการตัดสินใจครั้งแรก เราก็สามารถที่จะวนกลับมาตัดสินใจใหม่ เพื่อที่จะหาการตัดสินใจที่ดีสุด เพราะจริงๆ แล้วหนึ่งการตัดสินใจใหญ่ๆ คือการรวมกันของการตัดสินใจเล็กๆ หลายๆ อัน ซึ่งการเดินทางของการตัดสินใจเล็กๆ นี้ก็จะผ่าน Feedback Loop เป็นวงจรอยู่เรื่อยๆ จนเราได้การตัดสินใจที่ดีที่สุดออกมา

8. สามารถเชื่อมโยงไอเดียต่างๆ อยู่แค่ในหัว

อย่างที่กล่าวไปในข้อที่แล้วว่า การตัดสินใจใหญ่ๆ นั้นเกิดขึ้นจากการตัดสินใจเล็กๆ รวมกัน ดังนั้นเมื่อเราพยายามที่จะร้อยเรียงความคิดเหล่านั้นภายในหัวของเรา มันกลายเป็นว่าความคิดของเรานั้นยุ่งเหยิงและทำให้เกิดความทรงจำที่ผิดๆ ดังนั้น ในการที่จะคิดวิเคราะห์และทำการตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น เราจะต้องเอาความคิดต่างๆ ออกมาจากหัวของเราและจดบันทึกมันลงไป เพื่อที่จะเห็นภาพรวมของมันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

9. มีข้อมูลที่ต้องการครบแล้ว

บางทีเราก็คิดว่าเรามีข้อมูลที่ครบแล้ว โดยไม่คิดว่าการตัดสินใจนั้นมันเหมาะกับเราหรือไม่ อย่างเช่นถ้าคุณต้องการจะซื้อรถสักหนึ่งคัน แล้วคุณไปขอคำปรึกษาเพื่อนของคุณว่ารถคันไหนดี แต่เพื่อนของคุณกับตัวคุณนั้นมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันมาก เพื่อนของคุณนั้นเป็นคนที่ลุยๆ เล่นกีฬา และมีครอบครัว แต่คุณนั้นอยู่คนเดียวแถมยังไม่ได้มีไลฟ์สไตล์ที่ลุยๆ หรือต้องขนของชิ้นใหญ่ๆ อะไร เมื่อเพื่อนของคุณแนะนำรถ SUV มา คุณก็คิดว่าคุณนั้นได้ข้อมูลที่ต้องการครบแล้ว และก็ตัดสินใจซื้อตามเพื่อนของคุณ โดยไม่ได้ดูว่าสิ่งนั้นตอบโจทย์ความต้องการของตัวคุณเองหรือไม่

10. สามารถตัดสินใจอย่างเป็นเหตุเป็นผล

จากที่ Amos Tversky และ Daniel Kahneman นักจิตวิทยาทั้งสองคนได้ระบุไว้ว่า มนุษย์เราไม่มีใครมีเหตุผล เราทุกคนมีความลำเอียงที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์เก่าๆ ที่เราเคยเจอและจากอารมณ์ส่วนตัวของเรา ทำให้การตัดสินใจของเรานั้นไม่ได้มาจากความเป็นเหตุเป็นผลซะทีเดียว

11. มีการตัดสินใจแค่แบบเดียวเท่านั้น

แต่ละทุกการตัดสินใจ มันมีหนทางมากกว่าหนึ่งทางที่เราสามารถที่จะเลือกเดิน อย่าพึ่งปักใจกับทางใดทางหนึ่งเท่านั้น เรามักจะถูกขังอยู่ในกรอบความคิดของตัวเอง กรอบข้อมูลที่ตัวเองมี และกรอบที่คนอื่นได้สร้างไว้ ทำให้เรามองไม่เห็นทางเลือกอื่นๆ ดังนั้น ลองก้าวออกมาจากกรอบนั้นๆ และมองการตัดสินใจในมุมที่ต่างออกไป ก็อาจจะทำให้เราได้พบกับทางเลือกที่มากขึ้นกว่าเดิม


แปลและเรียบเรียง:
https://bit.ly/3unaSef

เนื้อหาบางส่วนถอดมาจาก Mission To The Moon EP.1121 : 11 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการตัดสินใจ
https://spoti.fi/3tosyoo

#MissionToTheMoonPodcast

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

Advertisements

Lastest

From Pandemic to Endemic: เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ถ้าโควิด-19 กลายเป็น “โรคประจำถิ่น”?

จากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างโอมิครอน ที่แม้จะก่อให้เกิดการติดต่ออย่างรวดเร็ว แต่ก็มีแนวโน้มการก่อความรุนแรงลดลง ทำให้ทั่วโลกต่างออกมาคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจเปลี่ยนไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในที่สุด ซึ่งเกิดคำถามตามมาว่า หากรูปแบบของโรคระบาดเปลี่ยนไป จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? | 5M EP.1086

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? ‘ความกลัว’ มีหลายรูปแบบด้วยกัน บางคนกลัวความล้มเหลว บางคนกลัวสัตว์อันตราย หรือบางคนกลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

ทักทายจากสหรัฐอเมริกา #2 ว่าด้วยการพักผ่อนของชีวิต | MM EP.1388

ทักทายจากสหรัฐอเมริกา #2 ว่าด้วยการพักผ่อนของชีวิต ทักทายอีกครั้งจากสหรัฐอเมริกา อัปเดตชีวิตประจำวันในต่างแดน พร้อมเรื่องราวของการพักผ่อนในอุทยานแห่งชาติ Yosemite ท่ามกลางอากาศหนาว -2 องศา
Apichaya Jatutain
หญิงสาวผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวและหาเพลงฟังเป็นชีวิตจิตใจ หลงใหลในการกินชานม

Related Articles

From Pandemic to Endemic: เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ถ้าโควิด-19 กลายเป็น “โรคประจำถิ่น”?

จากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างโอมิครอน ที่แม้จะก่อให้เกิดการติดต่ออย่างรวดเร็ว แต่ก็มีแนวโน้มการก่อความรุนแรงลดลง ทำให้ทั่วโลกต่างออกมาคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจเปลี่ยนไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในที่สุด ซึ่งเกิดคำถามตามมาว่า หากรูปแบบของโรคระบาดเปลี่ยนไป จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? | 5M EP.1086

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? ‘ความกลัว’ มีหลายรูปแบบด้วยกัน บางคนกลัวความล้มเหลว บางคนกลัวสัตว์อันตราย หรือบางคนกลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

ทักทายจากสหรัฐอเมริกา #2 ว่าด้วยการพักผ่อนของชีวิต | MM EP.1388

ทักทายจากสหรัฐอเมริกา #2 ว่าด้วยการพักผ่อนของชีวิต ทักทายอีกครั้งจากสหรัฐอเมริกา อัปเดตชีวิตประจำวันในต่างแดน พร้อมเรื่องราวของการพักผ่อนในอุทยานแห่งชาติ Yosemite ท่ามกลางอากาศหนาว -2 องศา

ชีวิตและธุรกิจจะเปลี่ยนไปอย่างไร? ในวันที่โลก Metaverse มาถึง | Metaverse Podcast EP.2

ชีวิตและธุรกิจจะเปลี่ยนไปอย่างไร? ในวันที่โลก Metaverse มาถึง นี่คงเป็นคำถามที่ติดอยู่ในใจเราหลายคน ว่าสิ่งที่เรียกว่า Metaverse จะเข้ามามีผล ต่อการดำเนินชีวิต ต่อการทำงานในทางใดบ้าง และถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ เทคโนโลยีจะล้ำแค่ไหน และจะสามารถผสานโลกจริงกับโลกเสมือน ได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยหรือไม่?

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า