SOFT SKILLคุณเป็นหนึ่งในนั้นหรือเปล่า? 5 ปัญหาการทำงานแบบ Matrix Structure ที่ใครๆ ก็เจอ 

คุณเป็นหนึ่งในนั้นหรือเปล่า? 5 ปัญหาการทำงานแบบ Matrix Structure ที่ใครๆ ก็เจอ 

คุณกำลังรู้สึกเบื่อกับการทำงาน จนเคยคิดจะลาออกใช่หรือไม่?

การทำงานแบบ Matrix Structure เป็นโครงสร้างการทำงานที่ไม่เปิดโอกาสให้พนักงานทำสิ่งที่ตนเองสนใจ แต่มุ่งไปที่เป้าหมายขององค์กรเท่านั้น การเอาแต่ฟังคำสั่งของเจ้านาย ทำให้เราทั้งรู้สึกเบื่อและไม่มีความสุขในการทำงาน 

โดยจะเป็นระบบที่พนักงานขึ้นตรงกับเจ้านาย 2 คนหรือมากกว่านั้น ด้วยโครงสร้างองค์กรที่มีความซับซ้อนเช่นนี้ ทำให้พนักงานอย่างเราๆ สับสน ไม่รู้ว่าจะต้องรายงานใครกันแน่ 

เพื่อให้เข้าใจที่มาของปัญหาได้ชัดเจนมากขึ้น มาดูกันทีละข้อเลยดีกว่าปัญหาอะไรบ้างที่ทำให้เราไม่มีความสุขในการทำงานรูปแบบนี้

ปัญหาจากการทำงานแบบ Matrix Structure

1) ไม่กล้าพูดหรือแสดงความคิดเห็น

การทำงานรูปแบบ Matrix ทำให้เสียงของเราเงียบลง มันเตือนเราว่า ถ้าเราพูดเสียงดังเกินไป เราอาจทำให้ใครบางคนขุ่นเคืองและอาจส่งผลต่อหน้าที่การงานของเราได้ ดังนั้นเราจึงสร้างนิสัยใหม่ คือการอยู่เงียบๆ ไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงไม่พูดความจริงเกี่ยวกับนายจ้างหรืองานที่ควรจะปรับปรุง 

2) ไม่มีอิสระในการนำเสนออะไรใหม่ๆ ต้องทำตามคำสั่งเจ้านายทุกอย่าง 

มนุษย์เราไม่ได้เกิดมาเพื่อทำตามคำสั่งใคร เรามีทักษะการรับมือกับปัญหาที่หลากหลาย และเรามีความคิดสร้างสรรค์ มีมุมมองที่แปลกใหม่อยู่เสมอ ในระหว่างการประชุมที่เรียกว่า “ช่วงระดมความคิด” เราจะเขียนความคิดของเราลงไป แต่ในตอนท้ายของการประชุม ความคิดที่เราตั้งใจจะนำเสนอกลับหายไป เหล่าหัวหน้าล้วนเห็น แต่พวกเขาจะไม่พูดถึงมันอีก เพียงแค่ฟังผ่านหูไปเท่านั้น เพราะฉะนั้น ความท้าทายของโครงสร้างองค์กรแบบ Matrix คือ ปัญหาจะไม่ได้รับการแก้ไขจนกว่าจะมีผู้ที่มีตำแหน่งงานสูงๆ จัดการกับมัน ข้อเสนอะแนะของเราจะไม่ถูกใช้พิจารณา เว้นเสียแต่ว่าเราจะเป็นหนึ่งในผู้ที่มีตำแหน่งสูงในองค์กร

3) ไม่ได้เลื่อนตำแหน่งสักที

ทำงานมาตั้งหลายปีแล้ว ทำไมยังไม่ได้เลื่อนตำแหน่งสักทีนะ?

โครงสร้างการทำงานแบบ Matrix จะชะลอความพึงพอใจของการเลื่อนตำแหน่งให้นานที่สุด การติดแหง็กอยู่กับตำแหน่งเดิมๆ จะกระตุ้นให้เราทะเยอทะยานและมีความพยายามมากขึ้น เราจะรู้สึกเหมือนการเล่มเกมที่ไม่ผ่านด่านสักที จิตใจเราจะรู้สึกว่าต้องชนะมันให้ได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะชนะเสียที จนบางทีเราก็เหนื่อยเหมือนกัน

4) ตัวเลขเงินเดือนไม่มีความสมเหตุสมผล

หลายคนคงคิดว่า “เงินเดือนไม่เพิ่มสักที แต่เราทำงานที่นี่มาหลายปีแล้ว ถ้าจะให้ย้ายงานแล้วเริ่มต้นทุกอย่างใหม่ก็ไม่น่าเวิร์ค” สิ่งนี้ทำให้เราจะตัดสินใจไม่ได้เสียทีว่าควรจะจัดการอย่างไร และองค์กรจะทำให้เราคิดว่าการจ่ายเงินนั้นยุติธรรมแล้ว ใช้การเปรียบเทียบตัวเลขแต่ละปีเพื่อแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างว่าองค์กรเล็งเห็นและให้ความสำคัญกับค่าตอบแทนของเรามากแค่ไหน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตัวเลขนี้ไม่ได้พิจารณาจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทุกปีเลยสักนิด 

5) กลัวที่จะลาออก

เราพบว่าตัวเองใช้ชีวิตอยู่กับการทำงานรูปแบบนี้ไม่ได้ แต่เพราะอะไรเราจึงไม่กล้าออกไปเสียที? เป็นเพราะเรา ‘กลัว’ อย่างไรเล่า เรากลัวการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ไม่รู้จัก กลัวความล้มเหลว คิดว่าที่ทำงานใหม่อาจแย่กว่าที่เก่า บางคน การย้ายที่ล้มเหลวหนึ่งครั้งสามารถกำหนดอาชีพที่เหลือของเขาได้ ฉะนั้น นกจึงเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ในกรงทองมากกว่าเลือกที่จะเสี่ยงออกจากกรงไปเผชิญโลกที่อาจจะโหดร้ายยิ่งกว่า และมันเชื่อว่าการอยู่ในกรงทองที่มีเจ้าของคอยเลี้ยงดู จะทำให้มันมีชีวิตรอดได้

เมื่ออ่านจบแล้ว คุณเริ่มมั่นใจแล้วใช่ไหมว่าคุณกับกำลังเจอปัญหากับการทำงานแบบ Matrix Structure คุณเริ่มมีความคิดที่จะลาออกหรือชั่งน้ำหนักว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตการทำงานของตัวเองอยู่ใช่ไหม หยุดก่อน! เรามาดูวิธีที่จะทำให้เรากลับมาแฮปปี้กับมันโดยที่ไม่ต้องลาออกกันเถอะ!

1) วางแผนการทำงานของตัวเอง

การวางแผนการทำงานของตัวเองเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ทำให้เรามีโอกาสทำสิ่งที่อยากทำ โดยสิ่งนั้นสามารถบรรลุเป้าหมายงานที่หัวหน้ามอบให้ได้เช่นกัน เพียงแต่วิธีที่แตกต่างกันออกไปเท่านั้น เช่น เรามีทางเลือกอะไรบ้าง? ใครที่เกี่ยวข้องกับงานชิ้นนี้บ้าง? หรือเราสามารถทำงานรูปแบบใดแทนได้? เป็นต้น การมีแผนงานเป็นของตัวเองจะทำให้เราลดความกังวลและสามารถหลีกหนีจากงานที่ไม่อยากทำได้ 

2) หาสิ่งที่อยากทำและทำเงินให้กับตัวเอง

เราไม่ได้บอกว่าให้คุณหางานนอกจนไม่มีเวลานอนหรือเวลาพักผ่อน เพราะการทำสิ่งที่ตนชอบนั้นไม่จำเป็นต้องทุ่มเทกับมันหลายชั่วโมง เราเพียงทำสิ่งที่อยากทำเพื่อเติมเต็มความสุขที่ขาดหายไปในช่วงการทำงาน และเมื่อเรามีความสุขกับสิ่งที่ทำ มันก็ไม่ยากและไม่เหนื่อยเลยที่เราจะต่อยอดให้มันเป็นงานที่ทำเงินกับเรา การทำงานจากสิ่งที่ชอบจะเป็นเงินทุนที่ทำให้เรามีเงินเก็บและรู้สึกมีคุณค่าจากการได้ทำสิ่งที่ชอบ

3) พูดความจริงกับหัวหน้าว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องการ

การพูดอย่างตรงไปตรงมากับหัวหน้าว่าเป้าหมายของเราคืออะไร อะไรคือสิ่งที่เราอยากทำ ระบายความคับข้องใจให้พวกเขาฟัง สิ่งนี้จะทำให้เขาเข้าใจเรามากขึ้น การเปิดอกคุยกันไม่ใช่เรื่องแย่หรอก ลองนำไปใช้ดูสิ เวิร์ค!

แต่บางครั้ง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือกระบวนการทำงานในองค์กรไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะทำได้ แม้ว่าเราจะพยายามปรับตัวสักแค่ไหนก็ไม่อาจมีความสุขกับงานที่ทำได้ ทางออกสุดท้ายอาจเป็นการลาออก ลองกลับมาทบทวนกับตัวเองว่าเราทนกับการทำงานที่บั่นทอนสุขภาพจิตได้นานแค่ไหน และเมื่อเข้าทำงานที่ใหม่ บอกกับนายจ้างอย่างตรงไปตรงมาว่าเราต้องการอะไร มองหาอะไร ถามขอบเขตและตกลงหน้าที่ที่ต้องทำให้ชัดเจน เพื่อตัดปัญหาที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต
 

แปลและเรียบเรียงจาก :
https://bit.ly/3mrjhL6

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#softskill

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

POPULAR

Pattraporn Hoy
นักศึกษาเอกวรรณกรรมจีนผู้เชื่อว่าวันที่ดีเริ่มต้นด้วยการกินของอร่อย