SOFT SKILLทำไมคนที่มี ‘Growth Mindset’ ถึงเป็นที่ต้องการขององค์กร? รู้จัก 5 วิธีพัฒนาทัศนคติที่พร้อมต่อการเติบโต

ทำไมคนที่มี ‘Growth Mindset’ ถึงเป็นที่ต้องการขององค์กร? รู้จัก 5 วิธีพัฒนาทัศนคติที่พร้อมต่อการเติบโต

Growth Mindset สำคัญอย่างไร?

‘ทัศนคติ’ จุดแรกเริ่มของทุกๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นก้าวแรกสู่ความสำเร็จทางหน้าที่การงาน ความสำเร็จจากการเริ่มธุรกิจของตัวเอง หรือแม้แต่ความสำเร็จจากการออกกำลังกายที่แสนจะเหนื่อยและยาก

สิ่งเหล่านี้ต้องเกิดจากการมีทัศนะคติที่ ‘ใช่’ ถึงจะสามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จได้

Advertisements

ในหนังสือ Mindset: The New Psychology of Success ของ Carol Dwek นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้ระบุถึงความแตกต่างระหว่างการมี ‘Fixed Mindset’ และ ‘Growth Mindset’ ที่แสดงให้เห็นว่าในทุกๆ ความสำเร็จในชีวิตของคนเรานั้นเป็นผลมาจากการที่เรามองว่าความสามารถของตัวเราเองว่าเป็นอย่างไร ทั้งนี้ จากการศึกษายังระบุไว้ว่า การมี Growth Mindset ยังเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เรานั้นประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอีกด้วย

Fixed Mindset และ Growth Mindset ต่างกันอย่างไร?

คนที่มี Fixed Mindset นั้นจะเชื่อว่าความรู้ของเรา ตัวตนของเรา และความสามารถของเรานั้น ‘หยุดนิ่ง’ และ ‘ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้’ เชื่อว่าแค่มีความสามารถที่ติดตัวมาก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องการที่จะพยายามพัฒนาทักษะใหม่ๆ หรือหาความรู้ใหม่ๆ อะไรเพิ่มเติม

ในอีกทางหนึ่ง Growth Mindset เชื่อว่าความสามารถของคุณเป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้และจะได้มาก็ต่อเมื่อคุณ ‘พยายาม’ และยังเชื่อว่าตัวเองสามารถเติบโตผ่านประสบการณ์และการฝึกฝนได้อีกด้วย ทำให้คนที่มี Growth Mindset มักจะเป็นคนที่อยากเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

และสำหรับคนที่มี Growth Mindset แล้ว พวกเขามองว่า ‘ความล้มเหลว’ ไม่ได้เป็นสิ่งที่เลวร้าย แต่มองว่าความล้มเหลวนั้นเป็นเป็น #บทเรียนสู่ความสำเร็จ เพราะความผิดพลาดนั้นเป็นอีกหนึ่งในรูปแบบของการเรียนรู้ ทำให้การพัฒนาตัวเองของคนที่มีทัศนคติเช่นนี้ไม่หยุดนิ่งและก้าวหน้าอยู่เรื่อยๆ ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่มี Growth Mindset ถึงเป็นที่ต้องการขององค์กร

เมื่อทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างสองทัศนคตินี้กันแล้ว หลายๆ คนคงอยากรู้แล้วว่า Growth Mindset จะสามารถพัฒนาได้อย่างไร ไปดูกันเลย!

mm2021

5 วิธีพัฒนา Growth Mindset

1. เผชิญหน้ากับความล้มเหลว

แน่นอนว่าในชีวิตของคนเราต้องเผชิญกับความล้มเหลวจำนวนนับไม่ถ้วน แต่การที่เราจะมี Growth Mindset นั้น อย่างแรกเลยคือการที่เราจะต้องปรับมุมมองที่เรามีต่อความล้มเหลว เมื่อผิดพลาดแล้ว เสียใจได้ไม่เป็นไร แต่อย่าให้มันมาฉุดรั้งชีวิตคุณไว้ เพราะไม่มีมนุษย์คนไหนเกิดมาสมบูรณ์แบบ ทุกคนล้วนมีข้อเสียกันทั้งนั้น ดังนั้น ประเด็นสำคัญคือเราต้องเผชิญหน้ากับมัน เรียนรู้จากทุกความล้มเหลวที่เกิดขึ้นในชีวิต และนำมันมาพัฒนาการตัดสินใจของเราในครั้งต่อไปไม่ให้ผิดพลาดเหมือนที่ผ่านมา

2. Lifelong Learner

สิ่งต่อไปคือการฝึกฝนให้ตัวเองเป็น Lifelong Learner คนที่เปิดโอกาสให้ตัวเองเรียนรู้ตลอดเวลาและตลอดชีวิตของเรา ยิ่งในยุคนี้ที่โลกของเรานั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เทคโนโลยีเข้ามีบทบาทในทั้งภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และการใช้ชีวิต ทำให้เราจะต้องเรียนรู้อยู่เรื่อยๆ และไม่หยุดนิ่งอยู่แค่ความรู้เดิมๆ ที่เรามี 

ซึ่งจากการสำรวจในหมู่ผู้บริหาร กว่า 30% ได้ระบุว่า การมีความพยายามที่จะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เป็นสิ่งสำคัญที่พนักงานควรที่จะมีที่สุดในการที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

Advertisements

3. ก้าวออกไปเจอความท้าทาย

‘ความท้าทาย’ สิ่งที่เราหลายๆ คนกลัว และทำให้เราไม่กล้าที่จะก้าวออกไปจาก Comfort Zone แต่อย่างไรก็ตาม ความท้าทายก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งสำคัญที่จะทำให้เรานั้นก้าวเข้าใกล้เป้าหมายของเรามากขึ้น และทำให้เราได้เติบโตไปอีกขั้นหนึ่ง และเมื่อเผชิญกับอุปสรรค ก็อย่าที่จะดูถูกความสามารถของตัวเองว่าจะก้าวข้ามผ่านมันไปไม่ได้ ถ้าคุณยังไม่ลองลงมือทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ลองรวบรวมความกล้าสักฮึบหนึ่ง สิ่งดีๆ อาจจะเกิดขึ้นเมื่อคุณก้าวข้ามความท้าทายนี้ไปได้แล้ว

4. พยายามทำให้ดีกว่าที่ตัวเองคาดหวัง

อีกหนึ่งวิธีที่จะพัฒนา Growth Mindset คือการผลักตัวเองให้ทำได้ดีกว่าที่ตัวเองคิดว่าจะทำได้ บางทีเราคิดว่าตัวเองสามารถทำได้ดีแค่ถึงจุดหนึ่งคาดหวังกับตัวเองไว้แค่เท่านี้ แต่ลองที่จะผลักตัวเองไปให้ไกลกว่านั้น เชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง คุณอาจจะได้ผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหวังที่คุณตั้งไว้ก็เป็นได้

5. เปิดรับต่อความคิดเห็นและคำติชม

คนที่มี Growth Mindset มักจะขอฟีดแบกจากคนอื่นๆ ต่อการกระทำหรือการทำงานของเขา โดยเฉพาะคนที่อยากจะเติบโตและพัฒนามากๆ แล้ว พวกเขาจะไม่กลัวการได้รับคำติหรือการตัดสิน เพราะว่าพวกเขารู้ว่าพวกเขาจะได้รับผลประโยชน์กับคำเหล่านั้น เพื่อที่จะนำคำวิจารณ์และข้อผิดพลาดเหล่านี้ไปปรับปรุง พัฒนา และท้าทายตัวเองต่อไป 


แปลและเรียบเรียง:

https://bit.ly/3cYQcTd

#missiontothemoon 

#missiontothemoonpodcast

#selfimprovement #softskill

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

Advertisements

Lastest

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงไหม? ในวันที่ “ต้นทุนชีวิต” (Socioeconomic Status) ต่างกัน

มีงานวิจัยหนึ่งจากสหรัฐฯ เมื่อปี 2013 ที่พบว่า เด็กจากครอบครัวที่ร่ำรวย (รายได้มากกว่าหรือเท่ากับ 3,595,500 บาทต่อปี) มีโอกาสเรียนจบได้มากกว่า 8 เท่าของเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,129,380 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก National Student Clearing House ในปี 2020 ที่เผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อัตราการเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐฯ ลดต่ำจนถึงติดลบ 21.7% เพราะพวกเขาแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเรียนต่อไม่ไหว

From Pandemic to Endemic: เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ถ้าโควิด-19 กลายเป็น “โรคประจำถิ่น”?

จากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างโอมิครอน ที่แม้จะก่อให้เกิดการติดต่ออย่างรวดเร็ว แต่ก็มีแนวโน้มการก่อความรุนแรงลดลง ทำให้ทั่วโลกต่างออกมาคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจเปลี่ยนไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในที่สุด ซึ่งเกิดคำถามตามมาว่า หากรูปแบบของโรคระบาดเปลี่ยนไป จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? | 5M EP.1086

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? ‘ความกลัว’ มีหลายรูปแบบด้วยกัน บางคนกลัวความล้มเหลว บางคนกลัวสัตว์อันตราย หรือบางคนกลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
Apichaya Jatutain
หญิงสาวผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวและหาเพลงฟังเป็นชีวิตจิตใจ หลงใหลในการกินชานม

Related Articles

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงไหม? ในวันที่ “ต้นทุนชีวิต” (Socioeconomic Status) ต่างกัน

มีงานวิจัยหนึ่งจากสหรัฐฯ เมื่อปี 2013 ที่พบว่า เด็กจากครอบครัวที่ร่ำรวย (รายได้มากกว่าหรือเท่ากับ 3,595,500 บาทต่อปี) มีโอกาสเรียนจบได้มากกว่า 8 เท่าของเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,129,380 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก National Student Clearing House ในปี 2020 ที่เผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อัตราการเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐฯ ลดต่ำจนถึงติดลบ 21.7% เพราะพวกเขาแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเรียนต่อไม่ไหว

From Pandemic to Endemic: เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ถ้าโควิด-19 กลายเป็น “โรคประจำถิ่น”?

จากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างโอมิครอน ที่แม้จะก่อให้เกิดการติดต่ออย่างรวดเร็ว แต่ก็มีแนวโน้มการก่อความรุนแรงลดลง ทำให้ทั่วโลกต่างออกมาคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจเปลี่ยนไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในที่สุด ซึ่งเกิดคำถามตามมาว่า หากรูปแบบของโรคระบาดเปลี่ยนไป จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? | 5M EP.1086

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? ‘ความกลัว’ มีหลายรูปแบบด้วยกัน บางคนกลัวความล้มเหลว บางคนกลัวสัตว์อันตราย หรือบางคนกลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

ทักทายจากสหรัฐอเมริกา #2 ว่าด้วยการพักผ่อนของชีวิต | MM EP.1388

ทักทายจากสหรัฐอเมริกา #2 ว่าด้วยการพักผ่อนของชีวิต ทักทายอีกครั้งจากสหรัฐอเมริกา อัปเดตชีวิตประจำวันในต่างแดน พร้อมเรื่องราวของการพักผ่อนในอุทยานแห่งชาติ Yosemite ท่ามกลางอากาศหนาว -2 องศา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า