SOFT SKILL4 Steps “เรียนภาษา” แบบให้พูดได้ภายใน 1 เดือน!

4 Steps “เรียนภาษา” แบบให้พูดได้ภายใน 1 เดือน!

ถ้าเรารู้ภาษาเกาหลี เราจะได้ดูซีรีส์แบบไม่ต้องเปิดซับไตเติล

ถ้าเรารู้ภาษาญี่ปุ่น เราจะได้อ่านมังงะเล่มใหม่ก่อนใคร โดยไม่ต้องรอฉบับแปล

ถ้าเรารู้ภาษาสเปน เราจะได้เข้าใจว่านักเตะคนโปรดพูดว่าอะไรในการสัมภาษณ์

Advertisements

ยังมีข้อดีมากมายที่ทำให้คนสนใจเรียนภาษาที่ 2 (หรือ 3, 4, 5)

ภาษาให้เรามากกว่าการสื่อสาร เราสามารถเรียนรู้วัฒนธรรม แนวคิด ผู้คนและวิถีชีวิตของประเทศนั้นผ่านภาษาได้ด้วย ภาษายังช่วยให้เราข้ามพรมแดนทางความคิดและอาจจะได้ข้ามพรมแดนประเทศจริงๆ เลยก็ได้หากโรคระบาดหมดไป เพราะเราคงมีโอกาสได้ไปเที่ยวแบบไม่ต้องพึ่งไกด์หรือแอปฯ แปลภาษา

การพูดภาษาอื่นได้ฟังดูเท่และน่าตื่นเต้น แต่การเรียนภาษานั้นไม่ง่ายเลย!

ผู้เขียนเองก็เป็นหนึ่งคนที่สนใจภาษาที่ 3 มาตั้งแต่เด็ก แต่ปัญหาที่พบเป็นประจำคือพอจบคอร์สก็ลืม แถมยังพูดไม่ได้สักที จนกระทั่งเมื่อสองปีก่อนได้พบกับวิดีโอที่ชื่อว่า ‘I Learn Italian in 7 Days’ โดย Nathaniel Drew บน Youtube

แม้ตอนแรกจะคิดในใจว่า ‘Clickbait หรือเปล่าเนี่ย แค่ 7 วันใครจะไปพูดได้’ แต่ด้วยความสงสัยจึงลองเปิดใจฟัง

และวิดีโอนั้นเองก็เป็นจุดเปลี่ยนในการเรียนภาษาของเราไปตลอดกาล

Step 0 : ตามหาแรงบันดาลใจ

ในการเรียนภาษาด้วยตัวเอง เราต้องเริ่มโดยการตามหา Passion และประโยชน์ของมันเสียก่อน ไม่เช่นนั้นเราจะถอดใจเอาง่ายๆ เพราะการเรียนด้วยตัวเองแตกต่างกับการถูกบังคับให้เรียนอย่างมาก

‘อยากไปเที่ยวรอบโลก’ ‘ชอบดูซีรีส์เกาหลี’ หรือ ‘ชอบฟังเพลงสเปน’ ไม่ว่าเป้าหมายของการเรียนภาษาของเราคืออะไร จดทุกอย่างลงไปในหน้าแรกของสมุดที่เราใช้เรียน 

เป้าหมายที่ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรนี้เองจะย้ำเตือนและเติมไฟให้เราในวันที่ท้อใจ

Step 1 : รวบรวมชิ้นส่วน

กฎ 80/20 ทำน้อยแต่ได้มากของพาเรโต สามารถนำมาปรับใช้กับหลายๆ อย่างได้ ไม่เว้นแม้แต่การเรียนภาษา

ในการเรียนภาษา การรู้คำศัพท์เป็นเรื่องสำคัญ แต่จะรู้ ‘ส่วนไหน’ นั้นสำคัญกว่า

ตั้งแต่เล็กจนโต เราท่องศัพท์มากมายในการเรียนภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ชื่อผัก อุปกรณ์ต่างๆ ไปจนถึงข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน รู้หมดเลยเพราะอาจารย์ให้ท่องประจำ แต่พอต้องสนทนากับเจ้าของภาษาจริงๆ เรากลับไปต่อไม่ถูกเสียอย่างนั้น!

นั่นเป็นเพราะเราท่องจำคำศัพท์ที่ไม่ได้ใช้ ‘เป็นประจำ’ ในบทสนทนา

อย่างในภาษาอังกฤษ มีคำศัพท์มากกว่า 170,000 คำ แต่โดยทั่วไปแล้ว เจ้าของภาษาเองรู้เพียง 15,000-20,000 คำเท่านั้น แล้วเราล่ะ ต้องรู้เป็นหมื่นๆ คำเลยไหมถึงจะสื่อสารกับเขาเข้าใจ?

คำตอบคือไม่ เพราะเพียงเรารู้ “คำศัพท์ที่ใช้บ่อยที่สุด 1000 คำ” เราก็สามารถเข้าใจ 80% ของภาษาอังกฤษที่พูดกันในชีวิตประจำวันได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าการมีคลังคำศัพท์หลากหลายนั้นไม่ดี ยิ่งรู้เยอะย่อมดีกว่าเสมอ แต่ถ้าหากเป้าหมายของเราคือสื่อสารให้รู้เรื่องในภาษานั้นๆ การเริ่มจากส่วนที่สำคัญ อย่างศัพท์ที่ใช้บ่อย ก็จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายได้เร็วกว่า

Step 2 : ติดกาว ประกอบร่าง สร้างประโยค

การจะสร้างประโยคสักประโยคนั้น ต้องเรียนรู้ Verb (กริยา) และการผันกริยาด้วย แต่ในการสื่อสารให้คนเข้าใจ เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจกฎของแกรมมาร์ทุกอย่าง หรือการผันทุกรูปแบบ แค่เบื้องต้นที่ใช้บ่อยๆ ก็พอแล้ว

เรียนภาษาให้เหมือน ‘เด็กเล็ก’ ที่กำลังหัดพูด เริ่มจากคำศัพท์ ตามด้วยประโยคง่ายๆ จะพูดถูกบ้างผิดบ้างก็ไม่เป็นไร อย่าลืมว่ามนุษย์เรานั้นเรียนรู้ได้ดีกว่าจากความผิดพลาด

Step 3 : เปิดประตูเข้าสู่โลกของภาษานั้น

จากนั้นก็ถึงเวลาของการฝึกฟัง พูด อ่าน และเขียน

สิ่งที่สำคัญคือเราต้องฝึกเป็นประจำทุกๆ วันและอย่าละเลยทักษะด้านใดด้านหนึ่ง หากเรากลัวการพูด เลยเอาแต่เขียน ก็คงจะสื่อสารไม่ได้สักที อย่ากลัวความผิดพลาดจนไม่กล้าเริ่มใช้ภาษา จำไว้เสมอว่านี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของเราเท่านั้น

แน่นอนว่าการฝึกทักษะต่างๆ ก็มีหลายวิธี วันนี้เราเลยได้รวบรวม ‘เทคนิค’ ที่ตัว Nathaniel Drew ใช้เอง และเทคนิคจากผู้เรียนภาษาคนอื่นๆ ที่ปรับเอาวิธีของเขาไปใช้ 

–  ดูหนัง ฟังเพลง หรือฟังพอดแคสต์ โดยช่วงแรกไม่ต้องพยายามจับใจความหรือฟังให้เข้าใจ แค่จับ ‘คำศัพท์’ ที่เราเรียนมาให้ได้ก็พอ เพราะจุดประสงค์ของการฟังในช่วงแรกนี้คือการทำความคุ้นชินกับภาษา

– ฟังเป็นประจำ ฟังให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้หูของเราได้ยินเสียงของภาษานั้น ราวกับว่าเราได้ ‘ย้ายประเทศ’ ไปอยู่ที่นั่นแล้ว

Advertisements

– ประเภทสื่อที่ดูช่วงแรกๆ อาจเป็น ‘การ์ตูนสำหรับเด็ก’ เพราะเราสามารถเข้าใจเนื้อเรื่องจากบริบท (Context) สีหน้า ท่าทางได้ และอาจจะได้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่สอนในเรื่องด้วย

– ทำ Flashcard คำศัพท์ที่ใช้บ่อย 1,000 คำ และทบทวนทุกวัน

– ฝึกเขียนโดยการเขียนไดอารี เล่าชีวิตประจำวันในภาษานั้นๆ ทุกวัน

– ดู Vlogs ของเจ้าของภาษาเพื่อจะได้คำศัพท์ที่ใช้จริงและวิธีออกเสียงแบบเจ้าของภาษาจริงๆ

– เล่นเกมทดสอบความจำหรือความเข้าใจ ผ่านแอปฯ และเว็บไซต์ (เช่น Quizlet หรือ Duolingo)

– พูดคุยกับเจ้าของภาษาผ่านเว็บไซต์หรือแอปฯ สำหรับคนที่ต้องการเรียนภาษา (เช่น แอปฯ HelloTalk)

– แปะโน้ตคำศัพท์บนสิ่งของรอบๆ ห้อง

– ซื้อหนังสือแบบฝึกหัดมาทำบ้างเป็นตัวช่วยเสริม พยายามเลือกเล่มที่เน้นการพูดและการฟัง เพราะถ้าหากเราเรียนรู้ผ่านแกรมมาร์เป็นหลักก็ไม่ต่างจากการเรียนแบบเดิมๆ ในโรงเรียนเลย

– ฝึกอ่านนิทานเด็กคลาสสิกที่เรารู้จักดีอยู่แล้ว (อย่างกระต่ายกับเต่า เจ้าหญิงนิทรา หรือราชสีห์กับหนู) ในภาษาที่เราเรียน

ยังมีอีกหลายวิธีในการผนวกภาษาที่เราเรียนเข้ากับชีวิตประจำวัน  แต่วิธีที่ได้ผลสำหรับคนหนึ่ง อาจไม่ได้ผลสำหรับอีกคนก็เป็นได้ ทั้งนี้เราต้องลองเรียนรู้และปรับให้เข้ากับสไตล์การเรียนของเราเอง

Nathaniel Drew เจ้าของวิดีโอใช้เวลาเรียนภาษาอิตาเลียนเพียงแค่ 7 วัน ส่วนคนอื่นๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวิดีโอของเขาและนำไปใช้ตามก็ทำสำเร็จได้ ไม่ว่าจะภายใน 2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน แต่สิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันคือ “ความสม่ำเสมอ”

พวกเขาฝึก ฝึก และฝึกทุกวัน

นอกเหนือจากความสามารถในการสื่อสาร ภาษาให้อะไรกับเรามากมาย ราวกับเป็นประตูที่เปิดไปสู่โลกอีกใบ ถ้าหากเราอยากสัมผัสประสบการณ์เช่นนี้บ้างก็หมั่นฝึกฝนเป็นประจำ และอย่าลืมสนุกไปกับมันด้วยนะ

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

5 Minutes Podcast | กฎ 80/20 ของพาเรโต

‘ภาษาพูดเปลี่ยน บุคลิกก็เปลี่ยน’ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น 



อ้างอิง

https://bbc.in/37yH8RT

https://bit.ly/3yGq9ZI

https://bit.ly/2VIERB8

#missiontothemoon

#missiontothemoonpodcast

#softskill

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

Advertisements

Lastest

13 พฤติกรรมเล็กๆ ที่กินเวลาคุณโดยไม่รู้ตัว

เลย เวลาแสนมีค่าของเราหมดไปกับอะไรกันนะ ถ้าเรากำลังสงสัยว่า “เวลาหายไปไหน”ลองมาดูสถิติจาก Statista (2021) กันหน่อยดีกว่า… Statista บอกว่า คนทั่วโลกใช้เวลาบนโซเชียลมีเดียเฉลี่ยเกือบ 3 ชั่วโมงต่อวัน แต่นอกจากโซเชียลมีเดียแล้ว พฤติกรรมเล็กๆ ที่เราอาจคิดไม่ถึง ก็สามารถกินเวลาเราไปเรื่อยๆ เมื่อมันประกอบกับพฤติกรรมอื่นๆ ในชีวิต

ธุรกิจเสริม ช่องทางการเงินที่ 2 เส้นทางสู่เป้าหมายในชีวิตของมนุษย์เงินเดือน

คุณมีความฝันกันหรือไม่?ฝันที่อยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองฝันที่อยากจะสร้างรายได้ทางการเงินเองเชื่อว่าหลายคนที่เป็นชาวออฟฟิศ เป็นมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งที่อยากจะเติมเต็มความฝันเหล่านี้ของตัวเอง จึงพยายามที่จะหารายได้เสริมจากงานประจำ ผ่านการทำ “งานเสริม” นั่นเองการทำงานเสริมจริงๆ แล้วก็ไม่ได้พึ่งเกิดขึ้นมาใหม่อะไร แต่แค่ประจวบเหมาะกับการเข้ามาของเทคโนโลยีที่ทำให้อาชีพของการทำงานเสริมนั้นหลากหลายและเข้าถึงได้มากขึ้น บางคนตอนกลางวันอาจจะเป็นพนักงานกินเงินเดือนธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่ตกเย็นก็มีอีกบทบาทหนึ่งที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นติวเตอร์สอนหนังสือ หรือเป็นคนขับดิลิเวอรี โดยเฉพาะอาชีพสุดฮิตที่คนจำนวนไม่น้อยได้เข้าทำเป็นงานเสริม อย่างการขายของออนไลน์ ที่ในปัจจุบันมีขายแทบจะทุกอย่างที่สามารถขายได้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องสำอาง หรือสินค้าเครื่องใช้ของตกแต่งบ้าน รวมถึงการใช้ประโยชน์จากทักษะที่ตัวเองมี อย่างการทำขนม หรืออาหารขายผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่แปลกเลยว่าทำไมยุคนี้ เวลาเราหันไปทางไหนๆ...

จำนวนประชากรเกิดใหม่ลดลง ทำไมถึงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายประเทศ?

จำนวนประชากรเกิดใหม่ลดลง ทำไมถึงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายประเทศ? สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ (25 ม.ค. 22) ดร.ธันยวัต สมใจทวีพร ผอ.ศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ได้เปิดเผยข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก Por Tunyawat ที่แสดงให้เห็นว่าอัตราการเกิดใหม่ของเด็กมีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะในปี 2021 ที่มีเด็กเกิดใหม่เพียงแค่ 500,000 คนเท่านั้น
Tanyaporn Thasak
ผู้โดยสารคนหนึ่งบนยาน Mission To The Moon ที่หลงใหลในวรรณกรรม ภาพยนตร์ บทกวี การอ่าน การเขียน และการนอน

Related Articles

13 พฤติกรรมเล็กๆ ที่กินเวลาคุณโดยไม่รู้ตัว

เลย เวลาแสนมีค่าของเราหมดไปกับอะไรกันนะ ถ้าเรากำลังสงสัยว่า “เวลาหายไปไหน”ลองมาดูสถิติจาก Statista (2021) กันหน่อยดีกว่า… Statista บอกว่า คนทั่วโลกใช้เวลาบนโซเชียลมีเดียเฉลี่ยเกือบ 3 ชั่วโมงต่อวัน แต่นอกจากโซเชียลมีเดียแล้ว พฤติกรรมเล็กๆ ที่เราอาจคิดไม่ถึง ก็สามารถกินเวลาเราไปเรื่อยๆ เมื่อมันประกอบกับพฤติกรรมอื่นๆ ในชีวิต

ธุรกิจเสริม ช่องทางการเงินที่ 2 เส้นทางสู่เป้าหมายในชีวิตของมนุษย์เงินเดือน

คุณมีความฝันกันหรือไม่?ฝันที่อยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองฝันที่อยากจะสร้างรายได้ทางการเงินเองเชื่อว่าหลายคนที่เป็นชาวออฟฟิศ เป็นมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งที่อยากจะเติมเต็มความฝันเหล่านี้ของตัวเอง จึงพยายามที่จะหารายได้เสริมจากงานประจำ ผ่านการทำ “งานเสริม” นั่นเองการทำงานเสริมจริงๆ แล้วก็ไม่ได้พึ่งเกิดขึ้นมาใหม่อะไร แต่แค่ประจวบเหมาะกับการเข้ามาของเทคโนโลยีที่ทำให้อาชีพของการทำงานเสริมนั้นหลากหลายและเข้าถึงได้มากขึ้น บางคนตอนกลางวันอาจจะเป็นพนักงานกินเงินเดือนธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่ตกเย็นก็มีอีกบทบาทหนึ่งที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นติวเตอร์สอนหนังสือ หรือเป็นคนขับดิลิเวอรี โดยเฉพาะอาชีพสุดฮิตที่คนจำนวนไม่น้อยได้เข้าทำเป็นงานเสริม อย่างการขายของออนไลน์ ที่ในปัจจุบันมีขายแทบจะทุกอย่างที่สามารถขายได้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องสำอาง หรือสินค้าเครื่องใช้ของตกแต่งบ้าน รวมถึงการใช้ประโยชน์จากทักษะที่ตัวเองมี อย่างการทำขนม หรืออาหารขายผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่แปลกเลยว่าทำไมยุคนี้ เวลาเราหันไปทางไหนๆ...

จำนวนประชากรเกิดใหม่ลดลง ทำไมถึงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายประเทศ?

จำนวนประชากรเกิดใหม่ลดลง ทำไมถึงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายประเทศ? สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ (25 ม.ค. 22) ดร.ธันยวัต สมใจทวีพร ผอ.ศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ได้เปิดเผยข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก Por Tunyawat ที่แสดงให้เห็นว่าอัตราการเกิดใหม่ของเด็กมีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะในปี 2021 ที่มีเด็กเกิดใหม่เพียงแค่ 500,000 คนเท่านั้น

คดีหักมุม หนุ่มใหญ่ลอบยิงเพื่อนซี้ เหตุตีท้ายครัว แต่ “ความจริงตอนจบ” นั้นอึ้งยิ่งกว่า!

ขึ้นชื่อว่า “ความรัก” เป็นความรู้สึกที่แสนจะซับซ้อน ซึ่งทุกคนต้องคุ้นเคยเป็นอย่างดี และมันจะยิ่งชวนปวดหัว เมื่อมีตัวแปรเพิ่มขึ้นจาก “คู่” เป็น “คี่”

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า