NEWS"ความเพิกเฉย" ไม่ใช่คำตอบ

“ความเพิกเฉย” ไม่ใช่คำตอบ

ความเพิกเฉยนำมาซึ่งการไร้คำตอบ

ความเพิกเฉยไม่ใช่คำตอบ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นเสียด้วยซ้ำ แต่เป็นจุดจบ

.

ดังนั้น ความเพิกเฉยจึงเปรียบเหมือนการเลือกอยู่ฝ่ายตรงข้าม

เพราะคนที่ได้ประโยชน์จากความเพิกเฉยคือผู้กระทำ มิใช่ผู้ถูกกระทำ

มิใช่ผู้เคราะห์ร้ายที่ต้องเจ็บปวดรวดร้าวเป็นทวีคูณเมื่อถูกลืมเลือน

.

ไม่ว่าจะเป็นนักโทษทางการเมืองในคุก เด็กน้อยผู้หิวโหย หรือผู้ลี้ภัยไร้บ้าน

หากเราเพิกเฉยต่อความยากลำบากที่เขาเหล่านี้ต้องเผชิญ

หากเราไม่หยิบยื่นความหวัง และปล่อยให้พวกเขาต้องโดดเดี่ยว

ก็ไม่ต่างจากการเนรเทศคนเหล่านี้ออกจากความทรงจำของเราทุกคน

.

การมองข้ามความเป็นมนุษย์ของพวกเขานั่นแหละ

คือการทรยศความเป็นมนุษย์ของเราเอง

Elie Wiesel

“INDIFFERENCE ELICITS NO RESPONSE. INDIFFERENCE IS NOT A RESPONSE. INDIFFERENCE IS NOT A BEGINNING; IT IS AN END. AND, THEREFORE, INDIFFERENCE IS ALWAYS THE FRIEND OF THE ENEMY, FOR IT BENEFITS THE AGGRESSOR — NEVER HIS VICTIM, WHOSE PAIN IS MAGNIFIED WHEN HE OR SHE FEELS FORGOTTEN. THE POLITICAL PRISONER IN HIS CELL, THE HUNGRY CHILDREN, THE HOMELESS REFUGEES — NOT TO RESPOND TO THEIR PLIGHT, NOT TO RELIEVE THEIR SOLITUDE BY OFFERING THEM A SPARK OF HOPE IS TO EXILE THEM FROM HUMAN MEMORY. AND IN DENYING THEIR HUMANITY, WE BETRAY OUR OWN.”

คำพูดดังกล่าวเป็นหนึ่งในสุนทรพจน์ที่ดีที่สุดแห่งศตวรรษ ผู้กล่าวคือ “Elie Wiesel” นักเขียนเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 1986 ผู้เคยเป็นเหยื่อที่รอดชีวิตจากค่ายกักกันนาซีเอาชวิตซ์ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเขาได้ถ่ายทอดคำพูดอันทรงพลังนี้ ต่อหน้าอดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน และผู้ทรงคุณวุฒิที่คราคร่ำอยู่ในทำเนียบขาว เนื่องในโอกาสของการเปลี่ยนสหัสวรรษเข้าสู่ปี 2000

Elie Wiesel ต้องการถ่ายทอดความเลวร้ายของมนุษย์ ในวันที่ชาวยิวถูกกักขัง พรากเสรีภาพในการมีชีวิต ด้วยการย่ำยีอย่างทารุณ ซึ่ง Elie Wiesel และครอบครัวเป็นหนึ่งในเหยื่อของสงครามนั้น ทว่าความทุกข์ทรมานและความตายของคนกลุ่มหนึ่ง กลับถูกเพิกเฉยจากมนุษย์คนอื่นๆ ที่บอกว่าตัวเอง ‘เป็นกลาง’ ด้วยการเงียบงัน ไม่แยแสต่อเสียงร้องขอความช่วยเหลือเหล่านั้น

Advertisements

“สิ่งที่ตรงกันข้ามกับความรักไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่เป็นความเฉยเมย…”

“THE OPPOSITE OF LOVE IS NOT HATRED, IT’S INDIFFERENCE…”



แปลและเรียบเรียงจาก

https://bit.ly/3ztRL4i

Advertisements

https://bit.ly/3zsCsch

#missiontothrmoon

#missiontothemoonpodcast

#society

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/online-content/

Advertisements

Lastest

Metaverse กับการช่วยเหลือจิตใจ มุมมองที่หลายคนอาจมองข้ามไป

“แต่จริงๆ แล้ว Metaverse อาจช่วยชีวิตคนก็เป็นได้” นี่อาจฟังดูเป็นประโยคที่เป็นไปไม่ได้จากอีลิตที่ชื่นชอบในเทคโนโลยี แต่จริงๆ แล้ว Metaverse สามารถทำให้เราเข้าใจและรับมือกับความเจ็บปวด ความเศร้าและอคติในสังคมได้มากขึ้น

Arcane ผลงาน ‘มาสเตอร์พีซ’ จากค่ายเกมที่ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม!?

เปิดจักรวาลความบันเทิงครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม กับซีรีส์ที่หยิบยกเนื้อหามาจากเกม LoL (League of Legends) โดย Riot Games ค่ายเกมผู้ถูกตั้งแง่โดยแฟนๆ ว่า “ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม” แต่ตามทฤษฎีได้บอกไว้ว่า “เกมไหนกาก แปลว่าเกมนั้นดัง” ดังนั้นจึงไม่น่าห่วงอะไร (มั้ง!?)

ไม่แปลกที่จะ “แปลก” เมื่อความแปลกมีพลังกว่าที่คิด!

วันนี้ Mission To The Moon จึงอยากมาแนะนำหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าจะช่วยให้เรารับมือกับความรู้สึกเหล่านี้ได้ดี กับหนังสือที่มีชื่อว่า “Weird: The Power of Being an Outsider in an Insider World” โดย Olga Khazan ที่จะมาเปลี่ยน “ความแปลก” ของเราให้กลายเป็นพลัง และสอนให้เราเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ ไปดูเรื่องราวโดยสรุปของหนังสือเล่มนี้กัน
Manlika Klinprayong
I write, therefore I am. เราเขียน เราจึงมีอยู่