SOCIETYรู้จักกับ Doomsday Clock นาฬิกาบอกหายนะวันสิ้นโลก

รู้จักกับ Doomsday Clock นาฬิกาบอกหายนะวันสิ้นโลก

“ถ้าเรารู้จุดสิ้นสุดของเราจะดีแค่ไหนกันนะ?”

มันคงจะดีใช่ไหมล่ะ ถ้ามีอะไรสักอย่างคอยบ่งบอกว่า ‘เมื่อไหร่’ ที่มนุษยชาติกำลังจะถึงจุดสิ้นสุดเผ่าพันธุ์ และเราอาจใช้ประโยชน์จากมัน เพื่อคอยย้ำเตือนถึง ‘หายนะ’ ที่มาจากฝีมือมนุษย์ด้วยกัน

วิกฤตมหันตภัยต่างๆ รอบโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสงคราม ภัยธรรมชาติ สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง (Climate Change) ภัยจากเทคโนโลยี หรือแม้แต่ความตึงเครียดทางการเมืองระดับประเทศ ก็ล้วนอาจเกิดเป็นภัยคุกคามที่สั่นคลอนความเป็นอยู่ของมวลมนุษยชาติได้

วันนี้เราจะพามารู้จักสิ่งประดิษฐ์ และแนวคิดเกี่ยวกับวันสิ้นโลก ผ่านมุมมองของผู้คนที่หวาดกลัวต่อสงครามนิวเคลียร์ในยุคสงครามเย็นจนถึงปัจจุบัน ว่าช่วงเวลาไหนบ้างที่มวลมนุษยชาติกำลังพาตัวเองมาใกล้จุดสิ้นสุด

Doomsday Clock นาฬิกาบอกวันสิ้นโลก

“Doomsday Clock” คือ นาฬิกาเชิงสัญลักษณ์ที่คอยย้ำเตือนถึงมหันตภัยที่อาจเกิดขึ้น เป็นมาตรวัดเพื่อบ่งบอกว่า เราเข้าใกล้หายนะระดับวันสิ้นโลก (Global Catastrophe) ที่ส่งผลต่อการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์มากน้อยขนาดไหน

หากโลกอยู่ใกล้สถานการณ์เสี่ยง เวลาจะถูกบวกเพิ่มไป หากสามารถคลี่คลายสถานการณ์ต่างๆ ได้ เวลาจะถูกลบออก และหากเมื่อใดก็ตามที่เข็มนาฬิกาชี้ไปที่เวลา “เที่ยงคืน” นั่นเท่ากับว่าวันโลกาวินาศได้มาถึงแล้ว

ในช่วงแรก Doomsday Clock ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนของสงครามนิวเคลียร์ทั่วโลก นาฬิกานี้ถูกจัดตั้งอยู่ที่สำนักงานจดหมายข่าวฯ ในมหาวิทยาลัยชิคาโกในปี 1947 โดยมีสมาชิกคณะกรรมการวิทยาศาสตร์และความมั่นคงของ จดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ (Bulletin of the Atomic Scientists) เป็นผู้ดูแล

เนื่องจากในช่วงเวลาก่อนหน้านั้นเป็นช่วงเวลาของสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เป็นที่แน่นอนว่าทั่วโลกรับรู้ถึงการมีอยู่ของ “ระเบิดนิวเคลียร์” เป็นอย่างดี และเมื่อสงครามจบลง สมาชิกคณะกรรมการวิทยาศาสตร์และความมั่นคงของจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ และ คณะกรรมการผู้ได้รับรางวัลโนเบล 18 คน ได้เห็นพ้องต้องกันว่า ควรมีสัญลักษณ์บางอย่างที่บ่งบอกถึง “หายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นจากระเบิดนิวเคลียร์และจุดจบของมนุษย์” เนื่องจากแต่ละประเทศก็คิดอยากครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ไว้เป็นของตัวเอง จึงเป็นที่มาของการสร้าง Doomsday Clock นั่นเอง

ในปี 2007 มหันตภัยต่างๆ ที่อาจเกิดกับมวลมนุษยชาติ เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ถูกเพิ่มเข้ามาเป็น ‘ปัจจัย’ ในการเพิ่มเวลาบน Doomsday Clock นอกเหนือจากระเบิดนิวเคลียร์

Doomsday Clock มีจุดสิ้นสุดอยู่ที่เวลา 00.00 น. หรือเที่ยงคืน ที่นับว่าเป็น “จุดหายนะ” โดยจะมีคณะกรรมการคอยพิจารณาและขยับเข็มนาฬิกา เมื่อเกิดเหตุการณ์ตึงเครียดขึ้น เช่น มีสงครามความขัดแย้ง หรืออะไรก็ตามที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เข็มนาฬิกาจะขยับเข้าใกล้เที่ยงคืนมากขึ้น แต่ถ้าหากสถานการณ์คลี่คลายลง เข็มนาฬิกา ก็จะขยับออกห่างจากเที่ยงคืน

Doomsday Clock เคยขยับจากเหตุการณ์อะไรบ้าง

มาดูกันว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา Doomsday Clock มีการขยับปรับเปลี่ยนเข็มนาฬิกาครั้งสำคัญตอนไหนกันบ้าง

ปี 1947 หรือปีแรกของ Doomsday Clock เข็มนาฬิกาถูกตั้งไว้อยู่ที่ 23:53 น. หรือ 7 นาทีก่อนถึงเที่ยงคืน หลังจากที่ทั้งโลกอ่วมหนักไปด้วยบาดแผลจากสงคราม บางประเทศถือโอกาสนี้ เริ่มทำการทดลองอาวุธนิวเคลียร์และพยายามหามาไว้ในครอบครองให้ได้ เพื่อที่ประเทศของตนจะได้เป็นผู้นำของโลก เพราะช่วงนั้นอาวุธนิวเคลียร์คือเครื่องหมายของการมีอำนาจ

ปี 1949 นาฬิกาถูกปรับเป็นเวลา 23:57 น. หรือ อีก 3 นาทีจะถึงเที่ยงคืน เพราะสหภาพโซเวียตทดลองระเบิดนิวเคลียร์ลูกแรกและเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามเย็น

ปี 1953 เข็มเคลื่อนไปยังเวลา 23:58 น. อีก 2 นาทีจะถึงเที่ยงคืน ถือเป็นช่วงเวลาที่ใกล้วันโลกาวินาศมากที่สุดในยุคสงครามเย็น เพราะช่วงเวลานั้น สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตต่างทดลองอุปกรณ์เทอร์โมนิวเคลียร์ ในเวลาที่ห่างกันไม่ถึง 9 เดือน (ในช่วงที่ต่างฝ่ายพร้อมทำสงคราม)

ปี 1991 นาฬิกาถูกถอยกลับมาเป็นเวลา 23:43 น. หรืออีก 17 นาทีจะถึงเที่ยงคืน เป็นช่วงเวลาที่เข็มนาฬิกาอยู่ห่างจากเที่ยงคืน (หรือก็คืออยู่ห่างจากวันสิ้นโลก) มากที่สุด จากการที่สหภาพโซเวียตล่มสลายและสงครามเย็นถึงจุดสิ้นสุด

Advertisements

ปัจจุบันนาฬิกาเรือนนี้อยู่ที่เลขไหน

ถ้าหากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วหลายคนอาจสงสัยว่า แล้วปัจจุบันล่ะ นาฬิกาอยู่ที่เลขไหน? เราเข้าใกล้หายนะมากแค่ไหนกัน ท่ามกลางวิกฤตรอบตัวขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด สงคราม หรือความล้มเหลวในการจัดการภาวะโลกร้อน

คำตอบก็คือตอนนี้ Doomsday Clock ได้ถูกตั้งเวลาไว้ที่ 23:58 น. กับอีก 20 วินาที หรือหมายความว่า เราเหลือ 100 วินาทีก่อนเที่ยงคืนเท่านั้น ซึ่งนี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่นาฬิกาถูกขยับให้ใกล้กับวันโลกาวินาศมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา มากกว่าปี 1953 ถึง 20 วินาที!

โดย Doomsday Clock ในครั้งนี้ถูกขยับตั้งแต่ปี 2020 แล้ว หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะโรคระบาดที่ทำให้เข็มนาฬิกาขยับเข้ามาใกล้ขนาดนี้ แต่ความจริงที่น่าตกใจก็คือ การระบาดไม่ใช่เหตุผลหลักของเรื่องทั้งหมด

Advertisements

ทำไมเราถึงอยู่ใกล้จุดหายนะขนาดนี้? เพราะโควิด-19 งั้นหรือ?

เหตุผลที่แท้จริงก็คือ สนธิสัญญานิวเคลียร์พิสัยกลางระหว่างสหรัฐอเมริกากับรัสเซีย ที่พังลงในเดือนสิงหาคม ปี 2019 ทำให้ทั้งสองประเทศสามารถยิงขีปนาวุธใส่กันได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงสงครามอิหร่านที่เกิดขึ้น และความล้มเหลวของการจัดการกับภาวะโลกร้อน แปลว่าการขยับของนาฬิกาในครั้งนี้ยังคงเป็นเรื่องของ “ความขัดแย้ง” กับ “ภาวะโลกร้อนเป็นหลัก” ไม่เกี่ยวกับโรคระบาดครั้งใหญ่อย่างโควิด-19

และหากถามว่าทั้งๆ ที่โลกวุ่นวายขึ้นทุกวัน แต่ทำไมนาฬิกาไม่ขยับอีกเลยตั้งแต่ปี 2020 จนถึงปัจจุบัน? อาจเป็นเพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีทั้งความขัดแย้งที่ทุเลาลง แต่ก็มีความขัดแย้งใหม่เกิดขึ้นมาทดแทนอยู่เรื่อยๆ ทั้งสงครามอิสราเอล – ปาเลสไตน์ และล่าสุดอย่าง รัสเซีย – ยูเครน รวมถึงเรื่องของภาวะโลกร้อนที่ไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น

จึงไม่แปลกที่เข็มนาฬิกา Doomsday Clock จะไม่ขยับมาเป็นเวลากว่า 2 ปี แล้ว สิ่งที่หลายคนทั่วโลกตอนนี้กังวลก็คือ เมื่อมันขยับอีกครั้ง มันจะขยับเข้าใกล้เวลาเที่ยงคืนขึ้นกว่าเดิม!

 

อ้างอิง:
https://n.pr/39gxpUF
https://bit.ly/39gxqrH
https://bit.ly/3rLxSVf
https://bit.ly/3K6Ae7h

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#society

Advertisements
Thongtong Mahavichit
Thongtong Mahavichit
Don't try this at home

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า