Tech Cleaning เทคโนโลยีที่มาแก้ไขข้อจำกัดของ “คน”

259

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่าง Robot หรือ Automation ต่างๆ ที่แต่ก่อนหลายคนอาจจะคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องไกลตัว แต่มาวันนี้เราอาจจะเริ่มค้นคุ้นเคย หรือได้พบเห็นหุ่นยนต์ในฟังก์ชั่นต่างๆ ในหลากหลายที่สถานที่มากขึ้น

โดยจุดเริ่มต้นของการพัฒนาหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ เกิดขึ้นในช่วงปลายยุค 40s และได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นอุตสาหกรรมผลิตและจำหน่ายหุ่นยนต์ขึ้นในหลายประเทศ และมีเม็ดเงินวิ่งเข้าสู่ธุรกิจเหล่านี้อย่างมหาศาล

ในทุกปี โลกมีการผลิตและจำหน่ายหุ่นยนต์ในหลากหลายประเภท และผลิตออกมาเป็นจำนวนมหาศาล เฉพาะในปี 2019 ปีเดียว มีการคาดการณ์ว่า ตลาดผลิตหุ่นยนต์ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 62,750 ล้านเหรียญ และคาดการณ์ว่าในปี 2027 ตัวเลขเติบโตอย่างก้าวกระโดดไปถึง 170,080 ล้านเหรียญ โดยในปัจจุบัน เราสามารถแบ่งหุ่นยนต์ออกมาได้เป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้

  • หุ่นยนต์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม

    หุ่นยนต์กลุ่มนี้ส่วนใหญ่เรามักพบเห็นในรูปแบบของ “แขนกลอุตสาหกรรม” ที่คอยทำสิ่งต่างๆ นิยมนำมาใช้ในโรงงาน เช่น อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการผลิตรถยนต์ ตั้งแต่ ประกอบ ผลิตชิ้นส่วน ไปจนถึงงานบางอย่างที่คนไม่สามารถเข้าไปทำได้ หรืองานที่จำเป็นต้องใช้ความละเอียดสูง

    ยกตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมปศุสัตว์ ที่เริ่มมีการนำหุ่นยนต์มาใช้ในการทำปศุสัตว์ด้วย และเกิดการคาดการณ์ว่าในอีกไม่กี่ปีต่อจากนี้ เราน่าจะได้เห็นหุ่นยนต์เข้าไปอยู่ในอุตสาหกรรมทุกรูปแบบ เพราะประสิทธิภาพในหุ่นยนต์เองก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

  • หุ่นยนต์ที่ใช้ในงานบริการ

    หุ่นยนต์ที่ใช้ในภาคบริการนั้นเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา และมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2019 ตลาดของหุ่นยนต์บริการมีมูลค่าสูงถึง 14,390 ล้านเหรียญ โดยมีการคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตในระดับ 20-25% ต่อปี ในอีกหลายปีต่อจากนี้

    ซึ่งเราสามารถพบเห็นหุ่นยนต์บริการ หรือ Service Robot ได้ในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่หุ่นยนต์ส่งของ, หุ่นยนต์ส่งยาในโรงพยาบาล, หุ่นยนต์ทำความสะอาด, หุ่นยนต์เก็บขยะ, หุ่นยนต์ต้อนรับ และอื่นๆ อีกมากมาย

    โดยรูปแบบของหุ่นยนต์ก็จะสามารถแบ่งได้ตามฟังก์ชั่นการทำงาน หรือการโต้ตอบที่หุ่นยนต์สามารถทำได้ เช่น แบบโต้ตอบได้ แบบมี AI แบบมีระบบ Sensor หรือแบบมีกล้องที่สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ เพื่อให้มีการ Movement หลบหลีกสิ่งของต่างๆ ได้

ทำความรู้จัก Tech Cleaning อนาคตของการทำความสะอาด

หนึ่งในหุ่นยนต์ที่พวกเราทุกคนน่าจะสามารถ พบเห็นได้ทั่วไปตามสถานที่ต่างๆ และหลายๆ บ้านก็มีเจ้าหุ่นยนต์ประเภทนี้อยู่ โดยจัดอยู่ในกลุ่มหุ่นยนต์ประเภท “Tech Cleaning” หรือ หุ่นยนต์ทำความสะอาด ที่เริ่มถูกใช้มาเป็นส่วนเสริมให้กับพนักงาน เพื่อใช้ในการทำความสะอาดพื้นที่ที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน เพื่อให้คนสามารถไปทำความสะอาดในส่วนที่ซับซ้อนได้

อย่างในกรณีของการทำความสะอาดพื้น โดยปกติแล้วค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดกว่า 95% จะตกเป็นค่าแรงคน ด้วยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตรงนี้ ทำให้เหล่าผู้ผลิต ได้ทำการคิดค้นหุ่นยนต์ทำความสะอาดมาลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ และเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนมีผู้เล่นหลายรายกระโดดเข้ามาในธุรกิจนี้ เพื่อหาโซลูชั่นในการแก้ไขปัญหาในแง่ต่างๆ ผ่านหุ่นยนต์ทำความสะอาด

ในอนาคต เราจะได้เห็นการออกแบบสิ่งปลูกสร้าง อาคารต่างๆ ที่ถูกออกมาแบบมาเพื่อให้เอื้อต่อการใช้หุ่นยนต์ทำความสะอาดมากขึ้น และนอกจากหุ่นยนต์ทำความสะอาดภายในอาคารสำนักงานแล้ว หุ่นยนต์ทำความสะอาดที่ใช้ภายในบ้านก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่เราสามารถพบเห็นได้บ่อยๆ และเชื่อว่าหลายๆ บ้านก็มีหุ่นยนต์ทำความสะอาดใช้อยู่

โดยในปี 2019 หุ่นยนต์ทำความสะอาดในบ้านทั่วโลกมีมูลค่าอยู่ที่ 2,560 ล้านเหรียญ และคาดว่าจะเติบโตที่ 17.7% ต่อปีจนถึงปี 2027 โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลทำให้หุ่นยนต์ทำความสะอาดในบ้านกลุ่มนี้เติบโต นอกจากเรื่องของความสะดวกสบายแล้ว อาจเป็นเพราะคนยุคใหม่ใช้เวลาในการทำกิจกรรมต่างๆ นอกบ้านมากขึ้น และใช้เวลาในบ้านลดลง การเลือกเอาหุ่นยนต์มาเป็นตัวช่วยในการทำความสะอาด จึงตอบโจทย์อย่างมากในแง่ของความสะดวกสบาย

ความน่าสนใจในแง่ของธุรกิจ Tech Cleaning

ในแง่ประสิทธิภาพในเชิงธุรกิจ ต้องบอกว่าหุ่นยนต์ทำความสะอาดมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าและทำงานได้เยอะกว่าแรงคน มีการคาดการณ์ว่าการใช้หุ่นยนต์ทำความสะอาดในธุรกิจนั้น สามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนของการทำความสะอาดลงไปได้ประมาณ 25% ในขณะเดียวกันสิ่งที่หุ่นยนต์สามารถทำได้เหนือกว่า คือ เรื่องของการเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์ และประเมินผลหลังจากทำความสะอาดทุกครั้ง

เรื่องนี้จำเป็นมากๆ สำหรับกลุ่มธุรกิจที่ต้องการความสะอาดมากเป็นพิเศษ เช่น สถานพยาบาล คลังยา หรือสถานที่ที่ใช้ในการผลิตอาหาร รวมไปถึงธุรกิจในกลุ่มของโรงแรมที่ความสะอาดมีผลต่อความพึงพอใจของลูกค้า

และสำหรับใครที่สนใจนำเรื่องของ Tech Cleaning ไปปรับใช้ในธุรกิจ ในบ้านเราเองก็มีผู้เล่นรายสำคัญอย่าง Smart Tech Cleaning บริษัท Tech Cleaning ในเครือของ One to One Group ซึ่ง Smart Tech Cleaning เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการทำความสะอาดโดยใช้หุ่นยนต์ Cleaning Robot มาทำงานร่วมกับคน เพื่อที่จะสามารถทำงานได้อย่างครบวงจรในพื้นที่ขนาดใหญ่

โดย 2 ส่วนสำคัญที่น่าสนใจ คือ 1.Smart Tech Cleaning สามารถใช้เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการทำความสะอาดมากขึ้นถึง 12 เท่า และลดการใช้คนได้ได้ถึง 90% และ 2.สามารถทำความสะอาดได้อย่างดีเพียงแค่หุ่นยนต์เดินผ่าน ด้วยหุ่นยนต์ที่มีฟังก์ชั่นการทำความสะอาดแบบพร้อมกันถึง 4 ฟังก์ชั่น สำหรับใครที่สนใจก็สามารถข้าไปดูรายละเอียดที่ https://www.smarttechcleaning.com/

ด้วยข้อจำกัดหลายอย่างของ “คน” ตั้งแต่เรื่องของการสัมผัสน้ำยา แรงที่ใช้ในการทำความสะอาด หรือระยะเวลา แน่นอนว่าคนไม่สามารถทำได้ต่อเนื่อง และไม่ได้ “อึดถึกทน” เท่ากับหุ่นยนต์อย่างแน่นอน ทำให้หุ่นยนต์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำความสะอาดไปได้อย่างมหาศาล