“Rest Area” พื้นที่ที่ทำให้ ‘การแวะพักระหว่างทาง’ มีความหมายมากยิ่งขึ้น

648

กลิ่นอายการเฉลิมฉลองสิ้นปีนั้นทำให้เดือนธันวาคมมีเสน่ห์มากกว่าที่เคย หลายๆ คนอาจฝันถึงการได้ไปเที่ยวพักผ่อนในช่วงหยุดยาวที่จะมาถึง อีกหลายคนนึกถึงการได้กลับบ้าน หลังจากผจญชีวิตทำงานในกรุงเทพฯ มายาวนาน แต่ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางแบบไหน สิ่งที่จะมาพร้อมกับการเดินทางไม่ว่าใกล้หรือไกลก็คือการวางแผน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่รถราน่าจะเต็มท้องถนน บางคนจึงคิดหาที่เที่ยวระหว่างทาง บ้างหาร้านอาหารอร่อย และมีอีกไม่น้อยที่มองหาที่พักสำหรับคนและรถ

เมื่อก่อนนั้นเราคงคุ้นชินกับการแวะพักตามปั๊มน้ำมัน แต่อย่างที่ทราบกันดีว่า การแวะพักที่ปั๊มอาจไม่ตอบโจทย์หลายๆ อย่าง เช่น ที่จอดรถไม่เพียงพอ อันตรายจากรถที่ถอยเข้า-ออกบริเวณคนเดิน รวมถึงร้านค้าร้านอาหารก็มีอย่างจำกัด และที่สำคัญคือห้องน้ำอาจไม่ได้สะอาดนัก

โจทย์ที่ท้าทายเหล่านี้ ทำให้เกิดจุดพักผ่อนระหว่างเดินทางในรูปแบบใหม่ขึ้นมา กับ Rest Area ที่รวบรวมทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ และห้องน้ำสะอาดๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความสุขให้กับนักเดินทางได้มากกว่าเดิม ซึ่งใครที่เดินทางขึ้นเหนือทางสายเอเชีย ก็น่าจะเคยแวะพักกันบ้างกับ “Porto Go บางปะอิน” รวมถึง “Porto Chino” Community Mall ทางเส้นทางลงใต้ ซึ่งมีร้านสตาร์บัคไดรฟ์ทรูตั้งโดดเด่น เป็นทั้งจุดแวะพักของนักเดินทาง และ Lifestyle Mall ของคนในย่านมหาชัยมานานหลายปีแล้ว

วันนี้ Mission To The Moon จึงชวนคุณมาถอดบทเรียนความสำเร็จของ Rest Area ดังกล่าว ในฐานะของพื้นที่ที่ทำให้ ‘การแวะพักระหว่างทาง’ มีความหมายมากยิ่งขึ้น

จุดเริ่มต้น “Porto Chino” สู่ “Porto Go”

Community Mall “Porto Chino” ที่อยู่คู่กับชาวสมุทรสาครมาเกือบ 8 ปีแล้ว และยังเป็นจุดแวะพักของคนที่ขับรถไปภาคใต้นั้นเป็นโครงการของ บริษัทดี-แลนด์พร็อพเพอร์ตี้  ซึ่งดำเนินงานโดยคนสมุทรสาครเอง จึงเข้าใจในความเป็นเมืองและมองเห็นโอกาสจากการขยายตัวของเมืองสมุทรสาครเป็นอย่างดี

ดี-แลนด์พร็อพเพอร์ตี้จึงเริ่มต้นด้วยการทำโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยก่อน จากนั้นจึงวางแผนสร้าง Community Mall อย่าง “Porto Chino” ขึ้น โดยหวังให้เป็น Community Mall ที่ดีที่สุดของคนสมุทรสาคร

นอกจากการเป็นแหล่งรวมร้านอาหารและที่พักผ่อนหย่อนใจของคนในพื้นที่แล้ว Porto Chino ยังมีทำเลที่ตั้งที่ดีมาก เพราะอยู่ในจุดที่เป็นเสมือนประตูสู่ภาคใต้ ซึ่งมีจำนวนรถผ่านหน้าโครงการมาก ด้วยการมองเห็นโอกาสนี้ จึงกำเนิดเป็น Starbucks Drive-Thu สาขาแรกในประเทศไทย ซึ่งกลายเป็นจุดฮอตฮิตของนักเดินทางจนถึงทุกวันนี้

จากความสำเร็จของ Porto Chino ทำให้ดี-แลนด์พร็อพเพอร์ตี้อยากขยายพื้นที่ความสุขสำหรับการพักผ่อนในระยะเวลาสั้นๆ ให้กับคนเดินทางอย่างเต็มรูปแบบ โดยสิ่งหนึ่งที่บริษัทฯ ได้จากการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค คือพบว่า คนเดินทางที่แวะพักระหว่างทางนั้นต้องการเข้าห้องน้ำ พักสายตา ยืดเส้นยืดสาย และหาอะไรรองท้อง หรือแก้ง่วงเพื่อเดินทางต่อ มากกว่าจะเป็นการแวะเพื่อเติมน้ำมัน

ประกอบกับ GDP การท่องเที่ยวของประเทศไทยโตขึ้นทุกปี มีคนเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น ส่งผลให้จำนวนรถบนถนนมีมากขึ้น จุดแวะพักต่างๆ จึงเริ่มมีความจำเป็นในการเดินทางแต่ละทริป  รวมทั้งข้อมูลจากการศึกษาดูงาน Rest Area ในต่างประเทศ ซึ่งเน้นการสร้าง Emotional ให้กับคนเดินทางมากกว่า REST AREA ในประเทศไทย

           บริษัทฯจึงมุ่งหน้าพัฒนารูปแบบของจุดแวะพักให้ตอบโจทย์กับคนไทยให้มากที่สุด ซึ่งในประเทศไทยยังมีรูปแบบดังกล่าวค่อนข้างน้อย ช่องว่างตรงนี้คือ Blue Ocean ที่น่าสนใจ และสามารถสร้างความแตกต่างจากปั๊มน้ำมัน และ Rest Area ทั่วไปได้

ดังนั้น เป้าหมายที่ดีแลนด์พร้อพเพอร์ตี้หยิบยกมาเป็นประเด็นสำคัญก็คือ การสร้าง Rest Area ที่มอบความสุข ความสะดวกสบาย และความสวยงามที่สร้างความรื่นรมย์ให้กับผู้ใช้งานอย่างแท้จริง เพื่อหวังให้นักเดินทางที่เหนื่อยล้าได้เติมความสดชื่นไปกับโมเมนต์เล็กๆ ที่ได้จากสถานที่แห่งนี้ และทำให้การเดินทางทริปนั้นมีความหมายมากกว่าที่เคย จนเกิดเป็น “Porto go บางปะอิน

ถอดรหัสความสำเร็จด้วยจุดแข็งของ “Porto Go บางปะอิน

ถนนสายเอเชียช่วงบางปะอินเป็นจุดที่ออกมาจากกรุงเทพฯ เล็กน้อย ซึ่งเป็นระยะทางที่กำลังเหมาะสมในการพักผ่อนก่อนเริ่มเดินทางไกล ด้วยทำเลที่ดีนี้ “Porto Go บางปะอินจึงเปิดรอต้อนรับนักเดินทาง ด้วยคอนเซปต์ที่ต่างจากปั๊มน้ำมันและ Rest Area ทั่วไป คือการมุ่งเน้นให้คนได้พักเป็นหลัก ส่วนรถเป็นเรื่องรองลงมา โดยตั้งใจให้ Porto Go เป็นที่เติมเต็มการเดินทางให้มีความสุขและปลอดภัย’ (Fulfill your trip with happiness and safety) ในการเดินทาง

สำหรับโครงการ Rest Area “Porto Go บางปะอินนั้นได้รับผลตอบรับผลตอบรับที่ดีเยี่ยม เพราะ Key success 5 ข้อนี้

  1. Smart Toilet 

    แน่นอนว่า เรื่องหลักในการแวะพัก หรือการพักผ่อนในการเดินทาง ที่ขาดไม่ได้คือการเข้าห้องน้ำ Porto Go จึงมีการออกแบบห้องน้ำให้มีขนาดใหญ่ กว้างขวาง และยังมีระบบ Zero touch เพื่อลดการสัมผัส ทั้งประตูทางเข้า และระบบ Flushing รวมถึงก๊อกน้ำล้างมือ ซึ่งเริ่มทำมาก่อนสถานการณ์ COVID-19 จึงยิ่งเป็นการสร้างความแตกต่างจากสถานที่อื่นๆ และที่สำคัญคือเป็นห้องน้ำติดแอร์ให้บริการฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
  2. Safe parking

    Porto Go มีที่จอดรถสะดวกสบายกว่า 250 คัน จึงไม่ต้องกังวลว่าจะเข้ามาแล้วไม่มีที่จอดรถ และมีการเดินรถแบบทางเดียวลดความสับสน และลดการเกิดอุบัติเหตุ มีการแบ่งประเภทช่องจอดพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ หรือครอบครัวที่มีเด็ก รวมถึงมีจุด EV Charge รองรับรถใช้ไฟฟ้า และ Service station เพื่อคอยช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน อาทิ แบตเตอรี่หมด หรือ เติมลมอีกด้วย
  3. Story telling Architecture

    การพักผ่อนนั้น นอกจากต้องการความสะดวกสบายข้างต้นแล้ว ส่วนที่ขาดไม่ได้เรื่องหนึ่งคือ ความสวยงามของการตกแต่งอาคารสถานที่ที่ Porto Go ใส่ใจในการออกแบบให้มีเอกลักษณ์เป็นที่จดจำ สามารถเป็นจุดถ่ายรูป สร้างบรรยากาศให้ร่มรื่น ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีในการเดินทางได้
  4. All day food

    เพราะพฤติกรรมในการเดินทางหลายๆครั้งที่ไม่สามารถกะเวลาได้ว่าจะรับประทานอาหารเวลาไหน ทาง Porto Go พยายามรวบรวมร้านอาหารที่หลากหลาย ทั้งร้าน 7-Eleven ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชม., ร้านอาหารสดอร่อย, McDonald’s , KFC , ร้านซาลาเปาวราภรณ์ , ร้าน Amazon และร้านอื่นๆ อีกมากมาย
  5. Drive thru

    นอกจากร้านค้าที่ให้บริการข้างในแล้ว Porto Go ยังมีบริการ Drive thru จากร้านดังยอดฮิต ทั้ง McDonald , Starbucks, Dunkin Donut และ KFC ทำให้โครงการมีความโดดเด่น และตอบโจทย์สำหรับคนเดินทางที่ต้องการความรวดเร็ว พร้อมไปต่อ

จุดพักใหม่ของนักเดินทางกับ “Porto Go ท่าจีน”

จากโมเดลความสำเร็จของ Porto Go บางปะอิน ดีแลนด์พร้อพเพอร์ตี้จึงได้ขยายสาขาเพื่อให้ครอบคลุมกับเส้นทางของนักเดินทางมากยิ่งขึ้น สู่ “Porto Go ท่าจีน” ที่รองรับคนเดินทางเส้นเพชรเกษม หรือลงภาคใต้

ที่จุดหมายใหม่นี้ บริษัทฯ ยังคง Key success ทั้ง 5 ข้อไว้เช่นเคย แต่ด้วยต้นแบบที่ประจักษ์ชัด จึงทำให้มีทั้งคู่ค้ารายเดิม และรายใหม่เข้าร่วมเปิดบริการมากยิ่งขึ้น อย่างปั๊ม Caltex และยังมีร้านไดร์ฟทรูจากร้านค้าสัญชาติไทย ที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ของการบริการ กับซาลาเปาวราภรณ์ และชาตรามือ แบรนด์ยอดฮิตของคนไทยอีกด้วย

นอกจากการไม่หยุดพัฒนาด้านสถานที่แล้ว ดีแลนด์พร้อพเพอร์ตี้ยังเดินหน้าพัฒนาบริการให้ตอบสนองกับยุคสมัยแห่งเทคโนโลยีอีกด้วย กับการพัฒนาแอปพลิเคชัน เพื่อเป็นอีกช่องในการอำนวยความสะดวกรวดเร็ว ด้วยฟังก์ชัน Pick up service ที่ช่วยให้สามารถสั่งอาหารโดยตรงจากร้านค้าไว้ก่อนมาแวะรับ และเดินทางต่อได้ทันที (Grab & Go)

จากการมองเห็นช่องทางของการตลาด สู่การพัฒนาบริการเพื่อตอบโจทย์ให้ตรงใจกับนักเดินทาง Rest Area ทั้ง Porto Go บางปะอิน และท่าจีน จึงสามารถออกแบบมาได้ครบทั้งเรื่องความสะดวกสบายและตรงกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน ในการเป็นจุดแวะพักสำหรับคนเดินทาง ที่ทำให้การแวะพักระหว่างทางมีความหมายยิ่งขึ้น

ด้วยการพัฒนาจนโครงการฯ กลายเป็นจุดพักผ่อนที่มีศักยภาพ จึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ผู้ประกอบการน่าลงทุนสำหรับเปิดร้านค้าและบริการต่างๆ เพื่อรอรับการเติบโตของผู้ใช้บริการทั้งสองสาขานี้ซึ่งจะมีมากขึ้นในอนาคต

หากคุณสนใจเปิดร้าน หรือทำธุรกิจร่วมกับ Porto Go สามารถติดต่อเพื่อพูดคุยรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Facebook: Portogoclub
Line: @portogo
Phone: 063-2064514