PSYCHOLOGY ลุ้นตัวโก่ง เชียร์ลั่นบ้าน หัวร้อนเพราะทีมตรงข้าม? วิทยาศาสตร์อธิบาย “ทำไมคนเราชอบเชียร์กีฬา”

ลุ้นตัวโก่ง เชียร์ลั่นบ้าน หัวร้อนเพราะทีมตรงข้าม? วิทยาศาสตร์อธิบาย “ทำไมคนเราชอบเชียร์กีฬา”

ถ้าเราถามแฟนกีฬาว่า “ทำไมชอบดูกีฬา” หลายคนตอบว่าเพราะมัน “สนุกดี” 

ส่วนคนที่ปกติไม่ค่อยดูกีฬาเท่าไร แต่พอเข้าสู่ช่วงการแข่งระดับโลกอย่างโอลิมปิกทีไร ก็มักจะรู้สึกอินกับกีฬาเป็นพิเศษ จนรู้ตัวอีกทีก็นั่งเชียร์กับคนที่บ้านอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะแข่งวิ่ง กระโดดสูง แบดมินตันและว่ายน้ำ ดูได้ทุกอย่าง เชียร์ได้ทุกประเภท!

แฟนกีฬาก็ลุ้นจนตัวโก่ง หรือไม่ก็หัวเสียเมื่อทีมโปรดเล่นไม่เป็นท่า

ส่วนคนที่ไม่ใช่แฟนกีฬาก็เชียร์สุดใจ ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยเข้าใจกฎกติกาเท่าไร

ปัจจัยอะไรที่ทำให้คนเราสนุกกับการดูกีฬาขนาดนี้?

มาไขข้อสงสัยผ่านวิทยาศาสตร์เบื้องหลังการเชียร์กีฬาดีกว่า

เพราะการเชียร์กีฬาดีต่อสุขภาพจิต

การชมกีฬาก็ไม่ต่างจากการชมรายการบันเทิงรูปแบบอื่นๆ (และดูเหมือนว่าบางกีฬาจะคล้ายกับหนังแอ็กชันมากเป็นพิเศษเสียด้วย) เวลาที่เราทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่เราชอบ เรามักจะรู้สึกดีเป็นธรรมดาอยู่แล้วเพราะสมองมีการปล่อยสารโดพามีน

อย่างไรก็ตาม ความพิเศษของการชมกีฬาคือ เราได้รู้สึกเหมือนมีผู้ชมคนอื่นอยู่ด้วย แม้ว่าเราจะนั่งอยู่หน้าจอคนเดียว แต่ความลุ้นจากนักพากย์และเสียงเชียร์จากผู้ชมในจอ ทำให้เรารู้สึกราวกับว่ามีคนร่วมประสบการณ์นี้อยู่ด้วย

กิจกรรมนี้ยังเปิดโอกาสให้เราเป็นตัวเองมากขึ้นด้วย เราสามารถปลดปล่อยอารมณ์ได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสียงเชียร์ หัวเราะลั่น หรือตะโกนด้วยความหงุดหงิด 

และอีกความสุขที่เราได้จากการดูกีฬาคือ ความรู้สึกเอิบอิ่มในหัวใจ เมื่อเราได้เห็นความพยายามจนสุดความสามารถของนักกีฬา ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ เราก็แอบหัวใจพองโตและรู้สึกมีแรงบันดาลใจทันที จนอยากจะลุกไปทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จตามเขาบ้าง

เพราะเรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม

การมีทีมที่ชอบทำให้เรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนอะไรบางอย่าง และการที่คนเหล่านี้มีความคิดคล้ายเรา (เช่น ‘ทีม A เก่งที่สุด!’) และมีเป้าหมายเดียวกัน (เช่น ‘อยากให้ทีม A ชนะการแข่งนี้!’) ช่วยเติมเต็มความมั่นใจของเรา

อย่างที่เรารู้กันดีว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม ชอบอยู่กันเป็นเผ่า และชอบที่มีคนคิดเหมือนๆ กันมาตั้งแต่สมัยไหน การเชียร์แข่งกีฬานี้ตอบสนองทุกความต้องการพื้นฐานเหล่านี้หมดเลย 

หากเราดูกีฬากับเพื่อนหรือคนในครอบครัว นี่จะเป็นโอกาสให้เราได้รู้สึกผูกพันกับคนเหล่านี้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเป็นการเชียร์พร้อมกับคนหมู่มากอย่างในสเตเดียมอาจจะมีเรื่องที่ต้องระวังอยู่บ้าง

เพราะเมื่อทีมของเราชนะ ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) มักจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งฮอร์โมนส์นี้มักจะทำให้มนุษย์เรา โดยเฉพาะเพศชาย รู้สึกมีอำนาจ (Dominant) และก้าวร้าว (Aggressive) นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมถึงเกิดเหตุจลาจลหลังการแข่งกีฬาอยู่บ่อยครั้ง

เพราะชัยชนะของเขา = ชัยชนะของเรา

เมื่อเราดูกีฬา เซลล์สมองที่เรียกว่า “เซลล์สมองกระจกเงา” (Mirror neurons) จะทำงาน เซลล์สมองเหล่านี้นอกจากจะทำให้เราหาวตาม เวลาเห็นคนอื่นหาว ยังทำให้เรารู้สึก ‘เห็นอกเห็นใจ’ และรู้จัก ‘เอาใจเขามาใส่ใจเรา’ ด้วย

นี่คือเหตุผลที่เรารู้สึกตื่นเต้นไปกับเหตุการณ์บนสนาม ราวกับว่าเรากำลังลงแข่งเอง และรู้สึกดีใจสุดขีดเมื่อทำแต้มได้!

เพราะชัยชนะของเขา ก็คือชัยชนะของเรา

ชัยชนะที่สะท้อนกลับมา (Reflected glory) เปลี่ยนความสำเร็จ ‘ของเขา’ ให้เป็น ‘ของเรา’ เราจึงรู้สึกดีและภาคภูมิใจขึ้นมาโดยง่ายๆ แม้จะไม่ได้ลงแรงอะไรเลย ในขณะเดียวกัน หากทีมของเราแพ้ เราก็สามารถปฏิเสธได้ง่ายๆ ว่า ‘พวกเขาแพ้’ ไม่ใช่ ‘พวกเราแพ้’ ถึงจะผิดหวังแต่เราก็ทำใจกับมันง่ายๆ ไม่เหมือนกับการที่เราทำอะไรพลาดเสียเอง

พอจะเข้าใจเหตุผลที่เราชอบเชียร์แข่งกีฬากันแล้วใช่ไหม? ทีนี้ก็ไปสนุกกับการแข่งโอลิมปิกต่อได้เลย! และถ้าเกิดคนรอบตัวสงสัย ถามว่า “ทำไมอินจัง” ก็อธิบายให้ฟังอย่างละเอียดให้เขาเข้าใจ ว่าการเชียร์กีฬาให้อะไรมากกว่าความสนุกเยอะ


อ้างอิง

https://bit.ly/3xlXyHZ

https://bit.ly/3jlMVjl

#missiontothemoon 

#missiontothemoonpodcast

#behavior

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

POPULAR

รีวิวหนังสือ: Principles

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ดีที่สุดเล่มนึงที่ผมเคยอ่านมาในชีวิต หนังสือเล่มนี้พลาดแล้วจะ”เสียใจ”ครับ

10 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต

บิล เกตส์ เขียนถึง 10 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตที่จะมาเปลี่ยนแปลง และพัฒนาโลกของเราให้ดียิ่งขึ้น

13 ข้อที่คนเข้มแข็งไม่ทำกัน

แท้จริงแล้วความเข้มแข็งของจิตใจคน ไม่ได้มาจากสิ่งที่เราทำ แต่มาจากสิ่งที่เรา "ไม่ได้ทำ" ต่างหาก
Tanyaporn Thasak
ผู้โดยสารคนหนึ่งบนยาน Mission To The Moon ที่หลงใหลในวรรณกรรม ภาพยนตร์ บทกวี การอ่าน การเขียน และการนอน