PSYCHOLOGY ‘Revenge Bedtime Procrastination’ อาการของคนที่เหนื่อยแต่ไม่ยอมนอน ขอใช้เวลาชีวิตของตัวเองก่อน!

‘Revenge Bedtime Procrastination’ อาการของคนที่เหนื่อยแต่ไม่ยอมนอน ขอใช้เวลาชีวิตของตัวเองก่อน!

ตี 1 ก็แล้ว

ตี 2 ก็แล้ว

ตี 3 ก็แล้ว..แต่ก็ยังไม่อยากนอน เพราะยังไม่ได้ใช้เวลาชีวิตให้หนำใจเลย!

เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงเป็นอาการนี้ ที่ทั้งง่วง ทั้งเหนื่อย แต่ก็ยังไม่อยากนอน ยังอยากที่จะทำนู่นทำนี่ ไถโทรศัพท์ ดูหนัง ดูซีรีส์ก่อนนอนอยู่

แต่ใครจะไปรู้ว่ามันมีคำศัพท์ที่อธิบายอาการนี้อยู่ด้วย โดยเรียกว่า ‘Revenge Bedtime Procrastination’ หรือแปลตรงตัวว่า ‘การไม่ยอมนอนเพื่อล้างแค้น’ นั่นเอง!

โดยทาง Sleep Foundation ได้นิยามคำคำนี้ว่า ‘เป็นการตัดสินใจที่จะสละเวลานอน เพื่อที่เราจะได้มีเวลาว่างไปทำสิ่งต่างๆ เป็นผลมาจากการที่ในระหว่างวันเรายุ่ง เราเครียด หรือเรายังไม่ได้มีเวลาเป็นของตัวเองเลย’

การแก้แค้นเพื่อเวลาของตัวเอง

ด้วยเหตุนี้ทำให้หลายๆ คนที่ไม่มีเวลาว่างหรือคนที่เจอกับเรื่องเครียดๆ ระหว่างวัน ทั้งจากเรื่องงานหรือเรื่องเรียน ก็มักจะใช้การ ‘แก้แค้น’ นี้ ไม่ยอมนอนและฝืนไม่ให้ตัวเองหลับ ทั้งๆ ที่เหนื่อยและอยากนอนมากแค่ไหน เพื่อที่จะได้ใช้เวลาของตัวเองในการทำสิ่งที่อยากทำ เสพสื่อบันเทิงใจ และอยู่กับเวลาที่เราสามารถจะเป็นอิสระได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีสิ่งอื่นมารบกวน

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าตอนกลางวัน แน่นอนว่าเป็นเวลาที่ทุกคนกำลังใช้ชีวิต ทำให้ชีวิตเราติดอยู่กับกรอบหลายๆ อย่าง เช่น เวลาทำงาน เวลาครอบครัว เวลาเรียน เวลาที่ต้องทำสิ่งอื่นอยู่ตลอดเวลา 

แต่พอเมื่อตกดึก เป็นเวลาที่ทุกคนก็ต่างกลับเข้าไปใช้ชีวิตในพื้นที่ของตัวเอง ไม่มีหน้าที่ ไม่มีกรอบใดๆ ทำให้เราจะรู้สึกเป็นอิสระทุกครั้งเมื่อเวลาวนมาถึงตอนกลางคืน และกำลังจะได้ทำสิ่งที่อยากทำมาทั้งวัน นั่นก็คือการได้ใช้ชีวิตของเราจริงๆ สักที! 

รู้ทั้งรู้ว่าไม่ดีแต่ก็ยังฝืนทน

แน่นอนว่า Revenge Bedtime Procrastination มักจะเกิดขึ้นในหมู่คนทำงาน บางคนใช้เวลาไปกับการทำงานเกินกว่า 8-10 ชั่วโมงต่อวัน พร้อมยังมีของแถมอย่าง ‘ความเครียด’ กลับมาด้วย ยิ่งในช่วงนี้ที่เราต้อง Work from Home ทำให้เส้นแบ่งเวลางานและเวลาชีวิตลบเลือนหายไป บางคนต้องทำงานในชั่วโมงงานที่มากกว่าเดิม และรู้สึกว่าต้องคอยสแตนบายตัวเองให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งเวลาพักเที่ยง ทำให้หลายๆ คนเกิดความคิดที่ว่า..

‘ถ้าเรานอนเร็ว พรุ่งนี้เราก็จะตื่นขึ้นมาเจอกับความเครียดอีกแล้วล่ะสิ งั้นขอหาอะไรบันเทิงใจทำก่อนละกันนะ’ 

เชื่อว่าทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าการนอนดึกนั้นไม่ดีต่อสุขภาพ รู้อยู่แล้วว่าถ้านอนช้า พรุ่งนี้ตื่นมาจะรู้สึกเหนื่อยและไม่สดใส และก็รู้อยู่แล้วว่าตัวเองนั้นง่วงและเหนื่อยจากสูญเสียพลังงานไปกับการทำงานมากเพียงใด แต่ก็ยอมที่จะสละเวลาพักผ่อน และใช้เวลาเล็กๆ น้อยๆ นี้ เพื่อเป็นการฮีลตัวเองและหลบหนีจากความวุ่นวาย

ผลเสียระยะยาวต่อร่างกาย

แน่นอนว่าตั้งแต่เล็กจนโต เราทุกคนถูกสอนมาว่าต้องนอนเยอะๆ ต้องนอนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่านอนแล้วมันดีอย่างไร..แต่ก็ยังไม่อยากนอน

แต่ก็ต้องเข้าใจว่าถ้าเราทำเช่นนี้อยู่ทุกๆ วันเป็นระยะเวลานาน มันก็มีแต่จะสร้างผลเสียให้กับทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเรา

ในระยะสั้น เราอาจจะแค่รู้สึกถึงความเหนื่อยล้า รู้สึกไม่มีแรง ไม่กระปรี้กระเปร่า และยังทำให้การจดจ่อและการตัดสินใจต่างๆ แย่ลง  

แต่สำหรับในระยะยาว การอดนอนจะส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราทำงานได้แย่ลง เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดสุขภาพเรื้อรังหลายอย่าง เช่น โรคหัวใจและความดันโลหิตสูง รวมถึงยังทำให้เกิดสภาวะซึมเศร้าได้อีกด้วย

ดังนั้น ก็อย่าลืมใส่ใจและให้ความสำคัญกับสุขภาพของตัวเองมาเป็นอันดับแรกๆ ถึงแม้ว่าเราจะอยาก ‘แก้แค้น’ และไม่อยากนอนสักเพียงใดก็ตาม

อ้างอิง:
https://bit.ly/3v8dpZy
https://bit.ly/3g9xf22
https://bbc.in/2TUmSGW

#missiontothemoonpodcast
#mission
#พอดแคสต์

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

POPULAR

รีวิวหนังสือ: Principles

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ดีที่สุดเล่มนึงที่ผมเคยอ่านมาในชีวิต หนังสือเล่มนี้พลาดแล้วจะ”เสียใจ”ครับ

10 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต

บิล เกตส์ เขียนถึง 10 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตที่จะมาเปลี่ยนแปลง และพัฒนาโลกของเราให้ดียิ่งขึ้น

13 ข้อที่คนเข้มแข็งไม่ทำกัน

แท้จริงแล้วความเข้มแข็งของจิตใจคน ไม่ได้มาจากสิ่งที่เราทำ แต่มาจากสิ่งที่เรา "ไม่ได้ทำ" ต่างหาก
Apichaya Jatutain
หญิงสาวผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวและหาเพลงฟังเป็นชีวิตจิตใจ หลงใหลในการกินชานม