PSYCHOLOGYทำไมเรารู้สึกดีตอนคุยเรื่องคนที่ไม่ชอบ? งานวิจัยเผยถึงความสัมพันธ์ที่เชื่อมกันง่ายเมื่อเราเกลียดอะไรเหมือนๆ กัน

ทำไมเรารู้สึกดีตอนคุยเรื่องคนที่ไม่ชอบ? งานวิจัยเผยถึงความสัมพันธ์ที่เชื่อมกันง่ายเมื่อเราเกลียดอะไรเหมือนๆ กัน

ในภาษาอังกฤษ มีคำพูดกล่าวว่า “ไม่มีความสัมพันธ์ไหนจะแน่นแฟ้นไปกว่าคนสองคนที่เกลียดคนเดียวกัน” และดูเหมือนว่าคำพูดนี้จะมีมูลในหลักจิตวิทยาไม่น้อยเลยทีเดียว

ถึงแม้การเกลียดใครซักคน โดยเฉพาะคนใกล้ตัว เป็นเรื่องที่ดูไม่ได้ส่งผลดีต่อสุขภาพจิตเสียเลย เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงเคยได้เปิดประเด็นคุยกับใครซักคนเกี่ยวกับคนหรือสิ่งของที่ไม่ชอบ และนั่นกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสนทนาที่สนุกสนาน หรืออาจนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดีเลยก็ได้

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย South Florida ได้กล่าวว่า คนเราสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นได้อย่างดีเมื่อสนทนาเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่เราไม่ชอบ หรือเรื่องแย่ๆ ของอีกคนหนึ่งด้วยกัน โดยความสัมพันธ์นี้จะแน่นแฟ้นยิ่งกว่าคุยเรื่องที่เราชอบตรงกันเสียอีก และการสนทนาเรื่องแย่ๆ ของคนอื่นกับคนที่เรารู้จัก จะยิ่งทำให้การสนทนาไหลลื่น และยิ่งเพิ่มระดับความสัมพันธ์ของทั้งสองคนอีกด้วย

Advertisements

ทำไมเราถึงพูดถึงคนอื่นในเชิงลบ

ส่วนใหญ่ คนเราไม่ได้พูดเกี่ยวกับคนอื่นในเชิงลบเพราะเราเป็นคนที่ใจร้าย หรือจ้องจับผิดคนอื่น แต่เพราะเราเป็นมนุษย์ ที่มีความรู้สึกกับเรื่องต่างๆ ที่เจอในระหว่างวัน และสมองของเราก็มีการตอบสนองต่อความรู้สึกนั้นๆ เสมอ โดยบางครั้ง มันก็เป็นแค่หนึ่งในกระบวนการตอบสนองของเรา ที่จะพูดเรื่องที่เราไม่พอใจให้ผู้อื่นฟัง

บางครั้งเราแค่อยากให้ความผิด หรือความรู้สึกแย่ๆ ไปอยู่กับใครก็ได้ที่ไม่ใช่เรา เพราะแน่นอน มันรู้สึกดีกว่ารับความผิดทั้งหมดนั้นไว้คนเดียว และพอได้พูดกับคนอื่นที่เห็นด้วยกับความคิดนี้ เหมือนเป็นการยืนยัน และสนับสนุนความคิดที่ว่า “เราไม่ได้ผิด เป็นคนนั้นต่างหาก”

บางครั้งพอจะมีบุคคลใหม่เข้ามาในกลุ่มสังคมที่เราอยู่ เราจะเริ่มคิดไปก่อนว่าคนนั้นจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนในกลุ่มเปลี่ยนไป สมองของเราเลยตอบสนองโดยการคุยเรื่องบุคคลใหม่ในเชิงลบ ซึ่งการแบ่งรับความเกลียดชังนี้ไว้ด้วยกัน เป็นเหมือนการเกาะกลุ่มอยู่ด้วยกันเพื่อป้องกันความสัมพันธ์ในกลุ่มจากบุคคลภายนอก

หรือบางครั้ง การคุยเรื่องคนอื่นในเชิงลบแค่เป็นเรื่องที่ง่ายในการสนทนา การพูดถึงใครซักคนที่เป็นที่รู้จักในกลุ่มสังคมนั้นไม่จำเป็นต้องคิดอะไรซับซ้อน ไม่จำเป็นต้องทำการบ้านหรือมีความรู้เฉพาะด้านติดตัว แค่พูดเกี่ยวกับคนๆ นึง และฟังอีกฝ่ายว่าจะมีอะไรที่น่าเก็บไว้ไปคุยต่อกับคนอื่นนั่นเอง

ทำไมความเกลียดชังเป็นบทสนทนาที่น่าคุย

เหตุผลหนึ่งคือมนุษย์ทุกคนย่อมต้องการความแน่นอน ความมั่นคงในสถานะหรือตำแหน่งที่เราอยู่ พอเราได้เข้าไปในกลุ่มสังคมหนึ่ง สมองเราจะจำแนกคนที่อยู่ในกลุ่มนั้นกับเรา ออกจากคนที่ไม่อยู่ในกลุ่ม โดยการที่คนในกลุ่มร่วมคุยเรื่องคนที่ไม่อยู่ในกลุ่มในเชิงลบ จะเป็นการเพิ่มความมั่นคงให้กับเราในสถานะสมาชิก และการได้หัวเราะไปกับคนที่เรานับเป็นเพื่อนก็ช่วยให้เรามั่นใจในความสัมพันธ์มากขึ้นอีกด้วย

อีกเหตุผลหนึ่งคือการแบ่งปันความเกลียดชังคือการแสดงถึงความอ่อนแอของเราให้คนอื่นเห็น ซึ่งงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Stanford ได้ชี้ว่า คนเราจะสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ง่ายขึ้นถ้าเราแสดงจุดอ่อนให้ผู้อื่นเห็น เพราะมันทำให้คนอื่นเห็นว่าเราเข้าถึงง่าย น่าเข้าหา โดยถ้าเรามีความรู้สึกแย่ หรือเกลียดชังต่อคนๆ หนึ่ง และเราเลือกที่จะแบ่งปันเรื่องนั้นกับคนที่รับฟัง จะเกิดความเข้าใจกันระหว่างสองฝ่าย และทำให้ความสัมพันธ์นั้นยืนยาวได้อีกด้วย

Advertisements

แต่สุดท้ายแล้ว เราไม่ควรจำว่าความเกลียดชังเป็นทางลัดสู่ความสัมพันธ์ที่ดี หรือการคุยกับผู้อื่นต้องคุยเรื่องคนอื่นในเชิงลบเท่านั้น เพราะคนที่เรากำลังคุยด้วยอาจจะไม่ได้มีความเห็นเชิงลบเหมือนเรา และการเกลียดใครซักคนสามารถเป็นเรื่องที่เหนื่อย และไม่ดีต่อสุขภาพจิตได้อีกด้วย 

แปลและเรียบเรียงจาก:

https://bit.ly/3vj8hBE

https://bit.ly/3whBDC1

https://nym.ag/35dq6aR

#missiontothemoonpodcast

#mission #พอดแคสต

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

Advertisements

Lastest

Poor Boy’s Riverside มีดกรีดหัวใจ ตัวฉันกำลังจะตาย

เมื่อบ้านไม่ใช่ “บ้าน” ที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น เด็กหนุ่มผู้อ่อนต่อโลก จึงต้องหันไปพึ่งพิง “เพื่อนรัก” ในคราบปีศาจ ที่พร้อมจะบดขยี้ชีวิตได้ทุกเมื่อ

ผู้นำก็ต้องปรับตัว! ถอดบทเรียน “การลาออกครั้งใหญ่” (The Great Resignation) เป็นหัวหน้าอย่างไรไม่ให้ลูกน้องลาออก?

ปัญหาที่หลายคนต้องพบเจอหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 คือเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา ไปจนถึงสไตล์การทำงาน รูปแบบงาน และสายงานที่ทำอยู่ ทำให้หลายๆ คนกลับมานั่งแล้วไตร่ตรองว่า พวกเขามีความสุขกับงานที่ทำอยู่ในตอนนี้ไหม ถ้าไม่ แล้วมันคุ้มค่าที่จะทนอยู่ในงานนี้ต่อไปไหม หรือเกิดความรู้สึกอยากทำงานกับบริษัทที่ไม่กำหนดเวลาเข้างาน รู้สึกหมดไฟทำงาน หรือไม่ชอบการปฏิบัติตนของหัวหน้า ฯลฯจากเหตุผลดังกล่าว จึงเกิดการลาออกของพนักงานเป็นจำนวนมากในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ จนเกิดกระแส “The Great Resignation” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ชาวสหรัฐฯ พากันลาออกจากงานมากกว่า 4 ล้านคนในเดือนเมษายนปี...

อาจถึงกับต้องหยุดบิน?! สายการบินสหรัฐฯ พบสัญญาณ 5G เข้าไปรบกวนการทำงานของเครื่องบิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหล่า CEO ของสายการบินชั้นนำของสหรัฐฯ อย่าง American Airlines, Delta Air Lines, United Airlines, Alaska Airlines และสายการบินอื่นๆ อีกมากมาย ได้ร่วมกันยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่กำกับดูแลด้านการบินหลายหน่วยงานเพื่อ แจ้งเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตั้งเสาปล่อยสัญญาณ 5G
Vichayuth Chantan
เป็นนักเขียนชื่นชอบในเรื่องการพัฒนาตนเอง แพ้ผักผลไม้ทุกชนิด เพราะกินแล้วไม่อร่อย

Related Articles

Poor Boy’s Riverside มีดกรีดหัวใจ ตัวฉันกำลังจะตาย

เมื่อบ้านไม่ใช่ “บ้าน” ที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น เด็กหนุ่มผู้อ่อนต่อโลก จึงต้องหันไปพึ่งพิง “เพื่อนรัก” ในคราบปีศาจ ที่พร้อมจะบดขยี้ชีวิตได้ทุกเมื่อ

ผู้นำก็ต้องปรับตัว! ถอดบทเรียน “การลาออกครั้งใหญ่” (The Great Resignation) เป็นหัวหน้าอย่างไรไม่ให้ลูกน้องลาออก?

ปัญหาที่หลายคนต้องพบเจอหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 คือเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา ไปจนถึงสไตล์การทำงาน รูปแบบงาน และสายงานที่ทำอยู่ ทำให้หลายๆ คนกลับมานั่งแล้วไตร่ตรองว่า พวกเขามีความสุขกับงานที่ทำอยู่ในตอนนี้ไหม ถ้าไม่ แล้วมันคุ้มค่าที่จะทนอยู่ในงานนี้ต่อไปไหม หรือเกิดความรู้สึกอยากทำงานกับบริษัทที่ไม่กำหนดเวลาเข้างาน รู้สึกหมดไฟทำงาน หรือไม่ชอบการปฏิบัติตนของหัวหน้า ฯลฯจากเหตุผลดังกล่าว จึงเกิดการลาออกของพนักงานเป็นจำนวนมากในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ จนเกิดกระแส “The Great Resignation” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ชาวสหรัฐฯ พากันลาออกจากงานมากกว่า 4 ล้านคนในเดือนเมษายนปี...

อาจถึงกับต้องหยุดบิน?! สายการบินสหรัฐฯ พบสัญญาณ 5G เข้าไปรบกวนการทำงานของเครื่องบิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหล่า CEO ของสายการบินชั้นนำของสหรัฐฯ อย่าง American Airlines, Delta Air Lines, United Airlines, Alaska Airlines และสายการบินอื่นๆ อีกมากมาย ได้ร่วมกันยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่กำกับดูแลด้านการบินหลายหน่วยงานเพื่อ แจ้งเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตั้งเสาปล่อยสัญญาณ 5G

ฝึกสมองให้สร้างสรรค์กว่าใคร! สรุปบทเรียนจากหนังสือ “Creative Acts For Curious People”

ในยุคที่เต็มไปด้วยความผันผวนทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่ความขาดแคลน โลกร้อน ความขัดแย้งทางการเมือง ไปจนถึงโรคระบาด แม้เทคโนโลยีใหม่ๆ จะถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังช้ากว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของปัญหาอยู่ดี

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า