PSYCHOLOGYเทศกาลแห่งความสุข? รู้จักกับความทุกข์ช่วงวันหยุด หรือ “Festive Anxiety”

เทศกาลแห่งความสุข? รู้จักกับความทุกข์ช่วงวันหยุด หรือ “Festive Anxiety”

เมื่อเข้าใกล้สิ้นปี คนส่วนมากเริ่มวางแผนเตรียมท่องเที่ยวตามต่างจังหวัด เลือกอยู่บ้านเพื่อฉลองเทศกาลคนเดียว หรือฉลองกับครอบครัว ซึ่งก็ดูเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนมีแต่ความสุข แต่รู้ไหมว่า จริงๆ แล้วเทศกาลอาจก่อให้เกิดความเครียดขึ้นได้เช่นกัน

ในต่างประเทศ การศึกษาของ Deichmann พบว่า ครึ่งหนึ่งของผู้ใหญ่ชาวอังกฤษยอมรับว่า คริสต์มาสเป็นช่วงเวลาที่ตนเครียด และน่ากังวลที่สุดในรอบปี 16% ของผู้ทำแบบสอบถามบอกว่า พวกเขายอมจ่ายภาษีดีกว่ากลับไปพบหน้าครอบครัวในช่วงคริสต์มาสเสียอีก และอีก 26% มองว่าเทศกาลดูดพลังชีวิตพวกเขามากกว่าไปสัมภาษณ์งานด้วยซ้ำ

บางคนให้เหตุผลที่พวกเขาเครียด ดังต่อไปนี้

Advertisements

– กลัวน้ำหนักขึ้น จากการฉลอง และไม่มีเวลาออกกำลังกาย

– 14% เครียดเกี่ยวกับการเขียนการ์ดวันคริสต์มาส

– 26% บอกว่า พวกเขากลัวว่าจะมีวันคริสต์มาสดีไม่เท่าปีที่แล้ว

– 23% ของชาวอังกฤษเครียดกับมื้อเย็นที่ฉลองในวันคริสต์มาส

– 11% บอกว่า พวกเขาวางแผนจะซื้อของในช่วงสัปดาห์ก่อนวันคริสต์มาส และนั่นทำให้พวกเขาเครียดกว่าเดิมอีก

นอกจากนี้แพทย์หญิง Elena Touroni จากคลินิกจิตวิทยา Chelsea (the Chelsea Psychology Clinic) ให้สัมภาษณ์ว่า “คนจำนวนมากรู้สึกกดดันจากความคิดที่ว่า เราต้องมี ‘คริสต์มาสอันสมบูรณ์แบบ’ แต่โชคร้ายที่ช่องว่างระหว่างจินตนาการถึงสิ่งที่คุณคาดหวังให้มันเกิด กับความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้น นั้นมีขนาดใหญ่เกินไป”

คนไทยกับ “Festive Anxiety”

ทั้งนี้ แม้ประเทศไทยจะไม่ได้ฉลองคริสต์มาส ปีใหม่ หรือเทศกาลวันหยุดใหญ่ๆ เป็นพิธีขนาดนั้น แต่ประชาชนบางส่วนยังคงต้องเดินทางกลับบ้านไปต่างจังหวัด ซึ่งสถิติย้อนหลังจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาปี 2564 เผยว่า ในช่วงเมษายนที่ผ่านมา มีผู้เดินทางไปเที่ยวที่ภาคเหนือสูงถึงประมาณ 1 ล้าน 5 แสนคน และนอกจากนี้ผลกระทบจากโควิด ทำให้ผู้คนอาจเครียดจากการทำงาน สภาพการเงิน และครอบครัวมากขึ้นในช่วงปีใหม่อีกด้วย

นอกจากนี้ ทุกเทศกาลคนจะโพสต์ภาพความสุขจากการไปเที่ยว ซื้อของใหม่ๆ หรือฉลองกับครอบครัวและเพื่อนฝูงผ่านโซเชียลมีเดีย ผู้ที่อยู่โดดเดี่ยวอาจไม่สามารถห้ามไม่ให้เกิดการเปรียบเทียบตนเองและคนในสื่อโซเชียลต่างๆ

ถึงแม้การมีความเครียดจากเทศกาลอาจฟังดูไม่ร้ายแรง แต่ผลกระทบของความเครียดยังส่งผลทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งมีสองระยะใหญ่ๆ ในระยะแรก อาจทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียด หายใจหรือนอนหลับได้ไม่เต็มอิ่ม มีอาการใจสั่น ปวดศีรษะ อารมณ์แปรปรวน

หากทิ้งไว้ในระยะยาว อาจส่งผลให้เกิดโรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า และโรคทางจิตอื่นๆ ตามมาได้

วิธีการลดความเครียดจาก Festive Anxiety

หากคุณเริ่มมีความกังวลถึงเทศกาลที่กำลังจะมา ในเบื้องต้นคุณอาจจะต้องเริ่มปรับที่ตัวคุณเองก่อน มาดู 7 วิธีต่อไปนี้เพื่อรับมือกับ “Festive Anxiety”

1. หาเวลาพักผ่อนให้ตัวเองสักนิด

คุณอาจจะรู้สึกกดดันจากการไปฉลองกับเพื่อน และครอบครัวในระหว่างช่วงเทศกาล แต่การหาเวลานอกให้ตัวเองก็เป็นเรื่องที่ดี หาบางอย่างที่ผ่อนคลายทำ เช่น แช่น้ำอุ่น อ่านหนังสือ หรือฟังพอดแคสต์ที่คุณชื่นชอบ

Advertisements

2. ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบระมัดระวัง

ในช่วงเทศกาล คุณอาจอยากดื่มแอลกอฮอล์เอง หรือรู้สึกกดดันจนต้องดื่มมากกว่าปกติ แต่โปรดดื่มให้พอดี เป็นที่รู้กันดีว่า แอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดประสาท และอาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณ การดื่มของมึนเมาอาจทำให้คุณรู้สึกฉุนเฉียวและซึมเศร้า ในกรณีที่คุณต้องทานยา อย่าลืมตรวจสอบว่า ยาที่คุณทานไม่ตีกับแอลกอฮอล์

3. ลองเดินแบบจดจ่อ

อาจฟังดูเป็นการเดินที่ก่อให้เกิดความเครียดจากการจดจ่อ แต่จริงๆ คือการจดจ่อกับสภาพแวดล้อมภายนอก เพื่อลืมความเครียด และความว้าวุ่นในจิตใจคุณ การไปเดินข้างนอกจะทำให้คุณได้สูดอากาศบริสุทธิ์ สัมผัสธรรมชาติที่ช่วยกล่อมใจให้คุณรู้สึกดีขึ้น ลองไปเที่ยวที่สวนสาธารณะ และใช้เทคนิคจดจ่อดู เช่น หายใจลึกๆ หรือ ทำสมาธิจะช่วยให้คุณรู้สึกสงบขึ้น

4. คุณไม่จำเป็นต้องมีวันหยุดที่สมบูรณ์แบบ

พวกเราหลายๆ คนอาจรู้สึกกดดันจากสื่อโฆษณาต่างๆ ที่แสดงภาพวันหยุดในช่วงเทศกาลที่สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็น ของตกแต่ง อาหาร และของขวัญต่างๆ เราอาจรู้สึกทรมานเมื่อเห็นภาพคนอื่นมีวันหยุดที่มีความสุข หรือเป็นเจ้าภาพจัดงานฉลองแบบหรูหรา จำไว้ว่า การดูแลตัวเองสำคัญกว่าการซื้อของขวัญราคาแพงหรือจัดงานฉลองสุดปังเสียอีก

5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

หลายๆ ช่วงเทศกาล บางคนอาจสนุกสุดเหวี่ยงกับเทศกาลจนพักผ่อนไม่เพียงพอ หลายครั้งที่การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอส่งผลกระทบไม่ดีต่อสุขภาพจิต เช่น อารมณ์แปรปรวน ควบคุมตัวเองได้น้อยลง ดังนั้นพยายามนอนให้เพียงพอตามตาราง หรือนอนชดเชยที่ขาดไป และอย่าดื่มแอลกอฮอล์เนื่องจากมันส่งผลต่อคุณภาพการนอนของคุณได้ แอลกอฮอล์จะส่งผลต่อระบบการหายใจของคุณ คุณอาจหยุดหายใจระหว่างหลับได้

6. ลองออกกำลังกาย

การออกกำลังกายมีส่วนช่วยลดอาการตึงเครียดในช่วงเทศกาล พร้อมยังช่วยพัฒนาสุขภาพจิตให้ดีขึ้นได้ ผู้คนมากกว่า 90% ที่เลือกออกกำลังกายในที่แจ้ง เช่น เดิน หรือทำสวน กล่าวว่ากิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้สุขภาพจิตของพวกเขาดีขึ้น ดังนั้น หากเกิดอาการเครียด ก็ลองหากีฬาง่ายๆ ออกกำลังกาย สร้างการจดจ่อกับกิจกรรมที่ทำตรงหน้าให้ลืมความเครียดดู!

7. หากหลายๆ เรื่องเกินควบคุม

ปัญหาสุขภาพจิต เช่น โรคซึมเศร้า และโรควิตกกังวลไม่ได้หยุดพักผ่อนในช่วงเทศกาลต่างๆ หรอกนะ ดังนั้นการเครียดในช่วงเทศกาลต่างๆ เป็นอาการปกติ เพียงแต่มันอาจจะน้อยลงกว่าปกติ โดยเฉพาะถ้าคุณมีประสบการณ์ที่แย่หรือยากลำบากในช่วงที่ผ่านมา

ถึงแม้การมีความเครียดจะเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ แต่การปล่อยให้ความเครียดเข้าควบคุมร่างกายเราจนนานเกินไป และไม่ได้รับการแก้ไขทันเวลา อาจนำไปสู่โรคทางสุขภาพจิต หากคุณเริ่มรู้สึกว่าอาการเครียดของคุณไม่สามารถเยียวยาได้ด้วยตัวคุณเอง ให้ติดต่อกรมสุขภาพจิต ผ่านเบอร์ 1323 เพื่อระบายความเครียด และรับคำปรึกษาผ่านเจ้าหน้าที่ได้

เนื้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง:

– Smiling Depression เพราะว่ายิ้ม ไม่ได้แปลว่ามีความสุข

– ยิ่งปลายสัปดาห์ ยิ่งเหนื่อยไม่ไหว! มาลอง 6 วิธีแก้เครียดกันดูไหม?

อ้างอิง
https://bit.ly/3ofYY48
https://bit.ly/3C3F0i1
https://bit.ly/3DeFvag
https://bit.ly/3CdwMno

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#psychology

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

Advertisements

Lastest

คนยุคใหม่ควรวางแผนการเงินอย่างไรดี? สรุปพอดแคสต์ MM X โค้ชหนุ่ม Money Coach

เพราะเรื่อง “เงิน” นั้นไม่เข้าใครออกใคร การเงินเป็นเรื่องของคนทุกเพศทุกวัย จะดีกว่าไหมถ้าเรามีแผนด้านการเงินที่ดี เพราะมีก่อน พร้อมกว่า และได้เปรียบกว่า โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจโลกผันผวนเช่นนี้

Anthropocene Era: ธุรกิจในโลกยุคใหม่ที่ ‘เปลี่ยนไป’ จากน้ำมือมนุษย์ | MM Change Podcast EP.1341

Anthropocene Era: ธุรกิจในโลกยุคใหม่ที่ ‘เปลี่ยนไป’ จากน้ำมือมนุษย์

Hope Frozen: A Quest To Live Twice เมื่อวิทยาศาสตร์ถูกใช้เพื่อพิสูจน์รักนิรันดร์

Hope Frozen: A Quest To Live Twice ได้รับรางวัล “สารคดียอดเยี่ยม” จากเวที International Emmy Awards ตอนนี้สามารถหาดูได้แล้วใน Netflix ส่วนใครที่อยากจะดูเราอยากให้เตรียมใจไว้สักนิด ว่าอาจจะสะเทือนใจได้กับประเด็นของตัวสารคดี รวมถึงกระบวนการทำ ไครโอนิกส์ (Cryonics) อาจจะดูโหดร้ายไปสักหน่อย แต่เราอยากแชร์เรื่องราวนี้ไว้เพื่อพิสูจน์ว่ารักนิรันดร์มีอยู่จริง
Mission To The Moon
พื้นที่ที่สร้างขึ้นเพื่อแบ่งบันเรื่องราวเกี่ยวกับการทำธุรกิจ การตลาด แรงบันดาลใจ และข้อคิดในการใช้ชีวิต