PSYCHOLOGYไม่ได้อู้แต่แค่คิดงานไม่ออก! มาฝึก ‘Diffuse Thinking’ ด้วยการหาเวลาพักกันดูสิ

ไม่ได้อู้แต่แค่คิดงานไม่ออก! มาฝึก ‘Diffuse Thinking’ ด้วยการหาเวลาพักกันดูสิ

การต้องมาคิดงานที่จำเป็นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ คิดหัวข้อโปรเจ็กต์ วางแผนการดำเนินงานต่างๆ สำหรับคนที่ไม่ถนัดงานที่ต้องใช้ความคิดเยอะๆ แถม Creativity ในตัวก็แทบจะเป็น 0 เรียกได้ว่างานแบบนี้เป็นงานสุดหินของคนกลุ่มนี้เลยทีเดียว

หรือต่อให้เป็นสายครีเอทีฟเอง ที่แม้ว่าปกติจะมีความคิดสร้างสรรค์ขนาดไหน แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องมีสักวัน (หรือหลายๆ วัน) ที่ตันไปหมด หมดไฟ หมดไอเดีย 

ถ้าทำยังไงก็คิดงานไม่ออกเลยแบบนี้ จะทำยังไงดี?

“การเบรกในระหว่างที่คิดงานไม่ออก ดีกว่าพยายามที่จะขยี้มัน ทั้งๆ ที่สมองมันไม่ได้แล้ว” ลองฟังคำแนะนำจากคุณรวิศในวันที่คิดงานไม่ออก

แล้วปกติเวลาคุณเองคิดงานไม่ออกจะทำยังไง? 

จะพยายามคิดต่อไปทั้งอย่างนั้น กดดันตัวเอง “ถ้าวันนี้คิดไม่ออก ห้ามลุกจากโต๊ะทำงาน!” แต่จนแล้วจนรอดก็ต้องมานั่งดึงทึ้งหัวตัวเองจนผมแทบจะร่วงหมดหัว แต่ไอเดียมันดันไม่ร่วงออกมาด้วยนี่สิ

แต่ทำไมบางครั้ง ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจคิดอะไร แค่นั่งอยู่เฉยๆ แต่อยู่ดีๆ กลับคิดงานออกขึ้นมาเอง อย่างตอนอาบน้ำ จู่ๆ ก็ไอเดียบรรเจิด โดยเฉพาะก่อนนอนเนี่ย อยากทำหัวให้ว่างๆ เข้าไว้ แต่ไอเดียกลับพรั่งพรูออกมาเป็นสิบ จนต้องรีบลุกขึ้นมาจดเก็บไว้ทันที

ที่เป็นแบบนี้เพราะความจริงแล้ว ตามสัญชาตญาณของมนุษย์นั้น มี ‘ความคิด’ อยู่ 2 แบบด้วยกัน

สมมติมีโจทย์ให้คุณคิด 1 ข้อ ถ้าโจทย์นี้เป็นเรื่องที่คุณคุ้นเคย สมองจะเปิด ‘Focused Mode’ พาคุณไปตามเส้นทางเดิมในสมองที่เป็นจุดเก็บวิธีแก้ปัญหานั้นๆ ไว้ ดังนั้น กับโจทย์ง่ายๆ ที่เคยเจอมาแล้วแบบนี้ คุณจึงใช้เวลาไม่กี่นาทีก็จะปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้ในทันที

แต่ถ้ามีโจทย์ให้คุณอีกข้อ แต่เป็นปัญหาที่ไม่เคยเจอมาก่อน ถ้าคุณยังใช้ Focused Mode อยู่ พยายามเดินไปตามรอยเดิม แล้วเค้นหาคำตอบจากแค่จุดเดียวในสมองอยู่แบบนั้น ทำยังไงก็ไม่มีทางคิดออกกันได้ง่ายๆ หรอก

ดังนั้นเวลาคิดงานไม่ออก คนเราจึงชอบบอกให้ไปพักบ้าง ออกไปเดินเล่นหาแรงบันดาลใจอย่างอื่นแทน แล้วสุดท้ายก็ทำให้คิดงานออกได้จริงๆ แต่ความจริงอาจไม่ใช่เพราะเจอแรงบันดาลใจอะไรหรอก แต่เพราะแม้ตอนพักสมองเราก็กำลังทำงานอยู่เหมือนกัน แต่เป็นการทำงานแบบให้ความคิดเราได้โลดแล่นไปทั่วสมอง หรือเรียกว่าเป็นการเปิดการทำงาน Diffuse Mode ทำให้เราได้นึกถึงไอเดียแบบอื่นๆ มากกว่าแค่จับจุดอยู่แค่ที่เดียวแบบ Focused Mode

เพราะแบบนี้เอง เวลาคิดงานไม่ออก เราก็ไม่ต้องไปพยายามขยี้มันจนกว่าจะคิดให้ออก เพราะมันอาจทั้งเสียแรงและเสียเวลาเปล่า แถมยังทำให้เครียดไปกว่าเดิม ลองเปลี่ยนมาเป็นหาเวลาให้ตัวเองได้พักบ้างแทนกันดีกว่า 

แต่ว่าแค่นี้งานก็ยุ่งจะแย่อยู่แล้ว จะพักยังไง ใช้ Diffuse Thinking ตอนไหนดีล่ะ?

ถ้าอย่างนั้นลองใช้ Pomodoro Technique แค่แบ่งเวลาทำงาน 25 นาที และพัก 5 นาทีอย่างเป็นระบบกันดูสิ!

ในเวลาพัก 5 นาที เราอาจใช้เป็นเวลางีบหลับสั้นๆ (Power Nap) หรือหยุดคิดเรื่องงานสักพัก หากิจกรรมอย่างอื่นทำแทน เช่น เดินเล่น ออกกำลังกาย ฟังเพลง เล่นเกม เพื่อเป็นการพักสมองจากการใช้ Focused Mode เป็นเวลานาน ก่อนจะเปิด Diffuse Mode ให้ทำงาน แล้วปล่อยให้ความคิดสร้างสรรค์ได้ออกมาโลดแล่นกันดูบ้าง

หลังจากนี้เวลาคิดงานไม่ออกก็ไม่ต้องทนฝืนนั่งจ้องอยู่แต่หน้าจอคอม แล้วลองออกไปเดินเล่น หาอะไรอย่างอื่นทำแทน ถ้าเจ้านายมาเห็นก็บอกไปเลยว่า “ไม่ได้อู้” แต่แค่ฝึกใช้ Diffuse Thinking อยู่ต่างหากล่ะ!

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

วันนี้เราควรใช้เวลาไปกับอะไรบ้าง? จัดลำดับความสำคัญงานด้วย Pickle Jar Theory

อ้างอิง:
https://bit.ly/3DlOgQ6
https://bit.ly/3jhHROb

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#psychology

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

POPULAR

Naphatsawan Sitthitham
นักศึกษาฝึกงานจากคณะศิลปศาสตร์ แต่ใจอยากเทิร์นมาสายธุรกิจ สนใจด้านการตลาดและจิตวิทยา