5 วิธีหนี “Downward Spiral” เพราะวันดีๆ เริ่มต้นที่อารมณ์แรกของวัน

1857
Downward Spiral

Downward Spiral คือ อะไรมาเข้าใจจากสถานการณ์นี้กัน

พอคิดว่า “พรุ่งนี้วันศุกร์” หัวใจที่เหี่ยวแห้งก็เบิกบาน เพราะวันทำงานสุดท้ายของสัปดาห์เป็นสัญญาณว่า อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนี้เราจะได้พักผ่อน หลังเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานกันมานาน

แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าเมื่อไรที่ต้องพูดว่า “พรุ่งนี้วันจันทร์แล้วนะ” ความรู้สึกก็คงพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที ยังไม่ทันเริ่มวันก็รู้สึกเบื่อขึ้นมาแล้ว เมื่อนึกภาพที่ต้องกลับไปทำกิจวัตรเดิมๆ ปั่นงานกองโต ก่อนจะกลับบ้านมาด้วยความอ่อนล้า วนเวียนซ้ำๆ จนกว่าวันศุกร์จะเวียนมาอีกรอบ

ไม่ใช่แค่เราที่รู้สึกทุกข์เมื่อวันจันทร์มาถึง แต่คนทั่วโลกก็รู้สึกเหมือนกัน!

Advertisements

เรื่องนี้ยืนยันได้จากการศึกษาของนักวิจัยมหาวิทยาลัย Vermont Complex Systems Center ซึ่งใช้ Hedonometer หรือมาตรวัดความสุข มาจับคำพูดที่สื่อถึงความสุข โดยการสุ่มตัวอย่างจาก Twitter จำนวน 50 ล้านทวีตในแต่ละวัน ซึ่งนับเป็น 10% ของข้อความทั้งหมดตั้งแต่ปี 2008-2017 

พวกเขาพบว่า วันจันทร์เป็นวันที่คนในโลกทวิตเตอร์พูดถึงสิ่งดีๆ น้อยที่สุด หลังจากนั้นความสุขจะไต่ระดับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วสูงสุดที่วันเสาร์ ทำให้นักวิจัยตีความว่า วันจันทร์เป็นวันที่แย่ที่สุดในรอบสัปดาห์

แล้วเราสามารถเปลี่ยนวันจันทร์แย่ๆ ให้กลายเป็นวันที่มีความสุขเหมือนเป็นวันเสาร์ได้ไหม?

คำตอบคือ “ได้” ด้วยการควบคุม “อารมณ์แรกของวัน” ให้ดี ลองนึกภาพการตื่นมาด้วยใจที่ขุ่นมัวเพราะวันนี้เป็นวันจันทร์ ทั้งงานมากมายที่รอเคลียร์ ทั้งการโหยหาวันหยุดที่เพิ่งผ่านพ้น เมื่อ “อารมณ์เสีย” ตั้งแต่ลืมตาตื่น วันนั้นทั้งวันก็คงไม่มีทางใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้แน่ๆ

เพราะอารมณ์ความรู้สึกของเรานั้นจะเชื่อมต่อกัน เหมือนเกลียวที่ขดเป็นก้นหอยหรือ “Emotional Spiral”  โดยเกลียวอารมณ์นี้สามารถแบ่งออกได้เป็นสองขั้ว คือ “Upward Spiral” ซึ่งเป็นเกลียวอารมณ์เชิงบวกที่เริ่มจากความรู้สึกเป็นสุขหรือความพึงพอใจ (Contentment) ไปจนถึงความปีติ (Joy) 

ส่วนอีกขั้วหนึ่งคือเกลียวอารมณ์เชิงลบ “Downward Spiral” ซึ่งเริ่มต้นจากความเบื่อหน่าย (Boredom) สู่ความรู้สึกเศร้าโศก หวาดกลัวหรือไร้พลัง (Powerless) ซึ่งอารมณ์เชิงลบนี้พาเราดิ่งจมไปกับความรู้สึกท่วมท้น ความตึงเครียด บางครั้งอาจถึงขั้นรู้สึกสิ้นหวังได้อย่างรวดเร็ว

การจมอยู่กับความคิดเชิงลบนี้เอง ที่นำไปสู่การกระทำเชิงลบ เช่น เอาแต่ตะคอกหรือด่าคนอื่น พาให้คนอื่นไม่อยากอยู่ใกล้เรา กลายเป็นคน Toxic ไม่น่าคบหา แต่ในทางตรงข้ามหากเราเริ่มต้นวันด้วยความคิดดีๆ เราจะอยู่กับความสุขตลอดทั้งวัน รวมถึงช่วยให้เรามี Productivity ที่ดีอีกด้วย

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วมาเรียนรู้วิธีหลีกเลี่ยง “Downward Spiral” กันเถอะ

mm2021

5 วิธีหลีกเลี่ยง “Downward Spiral”

1. เริ่มต้นและจบวันด้วยสิ่งที่เราชอบ

หลายคนมีสิ่งที่ชอบทำ เช่น อาบน้ำอุ่นหรือดื่มชาสักแก้วในตอนเช้า แม้แต่การกอดสมาชิกในครอบครัวก่อนออกจากบ้านก็เป็นสิ่งที่เหมือนเป็นการชาร์จแบตให้ใจเราได้ ลองทำสิ่งที่ชอบให้บ่อย แล้วเราจะค่อยๆ หยุดโฟกัสอารมณ์โมโหเวลาเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน

และเมื่อเรากลับบ้าน อย่าเพิ่งไปคิดถึงงานที่วันนี้เจอมา พักผ่อนใจและสมองด้วยการทำสิ่งที่ชอบอีกสักครั้ง เพื่อให้อารมณ์เชิงบวกนี้ฝังอยู่ในใจเรา อย่าปล่อยให้ความรู้สึกเชิงลบมาสะสมอยู่ในใจแล้วปั่นป่วนเช้าดีๆ ในวันพรุ่งนี้ของเรา

2. ลองมองเหตุการณ์ทั้งสองมุมมอง

เวลาต้องเจอความท้าทายใหม่ๆ ในชีวิต ลองมองหาโอกาสที่ซุกซ่อนอยู่ในนั้น แม้แต่เรื่องเล็กๆ อย่างการที่เราต้องตื่นเช้าทุกวัน ลองปรับมุมมองว่า นี่คือโอกาสดีที่เราจะได้เห็นความเงียบสงบของโลกก่อนความวุ่นวายจะมาเยือนเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น การปรับมุมมองจะช่วยให้เราไม่หัวเสียกับทุกเหตุการณ์จนเกิดความเครียดมากเกินไป

Advertisements

3. อย่าพยายามลบความรู้สึกเชิงลบไปจากใจ

การไม่พาตัวเองเข้าสู่ Downward Spiral ไม่ใช่การที่ทุกคนทำแต่สิ่งที่มีความสุขจนมองข้ามความรู้สึกด้านลบไปอย่างสิ้นเชิง เราเพียงแค่ต้อง “รับรู้และเข้าใจ” ความรู้สึกเหล่านั้นว่า นี่คือส่วนหนึ่งของการเป็นมนุษย์ และความรู้สึกเชิงลบนี้ไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิตเรา หรือเป็นตัวตนทั้งหมดของเรา

ให้เรามอบความเห็นอกเห็นใจให้ตัวเองบ้าง บางครั้งการที่เรารู้สึกหงุดหงิดตัวเองเวลาพยายามทำบางอย่างที่เราไม่เคยทำ เราลองหายใจลึกๆ และให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอว่า “สิ่งนี้มันทำยาก แต่ฉันกำลังพยายาม และฉันจะทำมันให้สำเร็จได้”

4. คิดให้น้อยลง

หากเราไม่สามารถหยุดคิดเรื่องแย่ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ ลองหันไปสนใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นรอบตัวเราขณะนี้ดู เราอาจจะได้เห็นสิ่งดีๆ ชวนให้เรายิ้ม เช่น ขณะนั่งรถไฟฟ้า เราอาจเห็นคนสละที่นั่งให้ผู้โดยสารที่เข้ามาใหม่

หรือถ้าเรากำลังอยู่ในที่ทำงาน เราอาจลองสร้างความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ หรือส่งสายตาให้กำลังใจเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเราอาจได้รับกำลังใจจากเพื่อนคนนั้นกลับเช่นกัน ทำให้เรามีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น

5. เลือกโฟกัสให้ถูกจุด

แน่นอนว่า เราไม่สามารถควบคุมความคิดที่ผุดขึ้นมาในหัวตลอดเวลาได้ แต่เราสามารถควบคุมสิ่งที่เราสนใจได้ แล้วฝึกหาว่า เราจดจ่อสมาธิไปที่สิ่งใด ถ้าสิ่งที่เราจดจ่อ เป็นสิ่งไม่ดี พาให้เราเครียดตลอดเวลา หรือพาเราไปสู่ขั้นอื่นๆ ลึกขึ้นใน Downward Spiral ให้เรามองสิ่งนั้นเป็นแค่เรื่องรอง แล้วหันมาเลือกใช้สมาธิจดจ่อกับเรื่องอื่นๆ แทน 

แม้ว่าความคิดในแง่ลบของเราอาจมีพลังในการควบคุมการกระทำ แต่ความคิดแง่บวกของเราก็มีพลังมากเช่นเดียวกัน เช่น ถ้างานที่เราวางแผนไว้อย่างดิบดีถูกยกเลิกกะทันหัน แทนที่เราจะมัวแต่จดจ่อกับความหงุดหงิด เราลองมองว่า นี่คือโอกาสให้เราเอาเวลาไปทำสิ่งที่เรายังไม่ได้ทำดู 

สุดท้ายนี้ หากความรู้สึกด้านลบมันยากเกินกว่าที่เราจะรับมือด้วยตัวคนเดียว ลองมองหาคนในครอบครัว เพื่อนสนิท หรือแม้แต่การปรึกษาจิตแพทย์ เพื่อให้เราได้คำแนะนำที่ถูกต้อง รวมถึงวิธีการระบายความรู้สึกแย่ๆ นี้อย่างเหมาะสมเพื่อเลี่ยงอาการป่วยทางใจและกายที่อาจตามมาในภายหลัง 

หลังอ่านบทความนี้จบ อย่าลืมทำให้วันนี้จบลงด้วยความรู้สึกดีๆ และตื่นด้วยความสดใสในวันพรุ่งนี้ มามีความสุขเป็นอารมณ์แรกๆ ของวันกันเถอะ!

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ:
อารมณ์แรกของวันส่งผลต่อการใช้ชีวิตอย่างไร?
ถึงเวลาหรือยังที่เราต้องพบจิตแพทย์? ทำความเข้าใจมนุษย์ผ่านข้อคิดจากหนังสือ Maybe You Should Talk to Someone

อ้างอิง
https://bit.ly/32ljzfT
https://bit.ly/3E9q173
https://bit.ly/3yKPWkE

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#psychology

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

Advertisements

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่