ก้าวที่สำคัญของ MG และทิศทางต่อไปของรถ EV

1380

ถ้ามองจากการเติบโตของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV (Electric Vehicle) เราก็จะเห็นได้ว่าตัวเลขของการเติบโตนั้นน่าสนใจมาก เพราะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด โดย Mckinsey ระบุว่าในปี 2019 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 162,340 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 5.14 ล้านล้านบาท) มีจำนวนรถยนต์ที่ถูกขายไปทั้งสิ้น 2.3 ล้านคัน เติบโตจากปี 2018 อยู่ที่ 9% และ marketsandmarkets ก็มีการคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตไปจนถึง 26,951,318 ล้านคันต่อปี ภายในปี 2030 

แน่นอนว่าเรื่องของสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างต่อเนื่อง บวกกับสมรรถนะและประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งยังมีเรื่องนโยบายจากภาครัฐที่ช่วยสนับสนุนเข้ามาอีกแรง เรียกได้ว่ามากันครบทุกปัจจัย
จึงไม่น่าแปลกใจที่ในเร็ววันนี้เราน่าจะได้เห็นรถยนต์ EV เริ่มแทรกตัวเข้ามาในตลาดรถยนต์มากขึ้นเรื่อยๆ

ก้าวสำคัญของ MG ในประเทศไทย

SAIC Motor ผู้นำด้านเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าอันดับต้นๆ ของโลก บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากแดนมังกร ที่มียอดขายรวมทั่วโลกกว่า 7 ล้านคันต่อปี โดยมียอดขายในกลุ่มของรถ EV นับตั้งแต่ปี 2011 ถึงปัจจุบันรวมกันกว่า 270,000 คันทั่วโลก ได้จับมือกับพันธมิตรสำคัญอย่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) เพื่อก่อตั้ง SAIC Motor-CP ขึ้น

ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการผลิตและส่งออกรถยนต์ภายใต้แบรนด์ MG และได้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์บ้านเรา โดยการเริ่มนำเอาเทคโนโลยี และ Innovation ต่างๆ มาปรับใช้ในรถยนต์เอ็มจี ตั้งแต่ ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ที่สามารถใช้คำสั่งเสียงเป็นภาษาไทยได้ และอื่นๆ ที่น่าสนใจอย่าง ระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System ระบบช่วยขับขี่ Advanced Driver Assistance System (ADAS)

รวมไปถึงการเปิดตัว NEW MG ZS EV รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ 100% ที่ไม่มีปล่อยมลพิษหรือไอเสียออกมาเลย หรือที่เรียกกันว่า Zero Emission การปล่อยรถยนต์ EV 100% รุ่นแรกของ MG บวกกับแคมเปญการตลาดที่น่าตื่นเต้น น่าจะทำให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในบ้านเรานั้นคึกคักอย่างแน่นอน

สำหรับ NEW MG ZS EV นั้นขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่มีพละกำลังสูงสุดถึง 110 kWh หรือเทียบเท่ากับ 150 แรงม้า มาพร้อมกับแรงบิดที่สูงถึง 350 นิวตันเมตร ดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน ด้วยเทคโนโลยี Hair-Pin Winding Design Technology ที่ช่วยให้มอเตอร์ไฟฟ้าส่งกำลังได้เต็มประสิทธิภาพ

ตัวแบตเตอรี่เป็นแบบลิเธียม-ไอออน (Lithium-ion) ขนาด 44.5 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 337 กิโลเมตร ตามมาตรฐานความประหยัดพลังงานและมลพิษ New European Driving Cycle (NEDC) มาพร้อมกับระบบ Cooling System แบบ Liquid Cooling โดยมีระบบน้ำหล่อเย็นช่วยระบายความร้อนที่เกิดขึ้นในขณะใช้งาน เพื่อให้แบตเตอรี่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น มากกว่านั้น SAIC Motor ยังได้พัฒนาเทคโนโลยีการเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบ Module โดยสามารถเปลี่ยนเฉพาะโมดูลที่เสียหายได้ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ทั้งหมด ช่วยลดค่าบำรุงรักษาในระยะยาว และมีการรับประกันแบตเตอรี่ยาวนานถึง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร

ในส่วนของการชาร์จแบตเตอรี่นั้น สามารถชาร์จอย่างสะดวกที่บ้าน ผ่าน MG Home Charger เมื่อชาร์จไฟเต็ม 100% ระบบจะทำการตัดไฟอัตโนมัติโดยไม่ต้องถอดที่ชาร์จออกจึงสามารถชาร์จทิ้งไว้ได้ทั้งคืน และในกรณีที่ต้องเดินทางไกล จะสามารถตรวจสอบสถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะได้ผ่านระบบ i-SMART ซึ่งเมื่อแบตเตอรี่มีระดับต่ำ ระบบจะมีการเตือนอัตโนมัติผ่านทางหน้าจอของรถพร้อมทั้งแนะนำจุดชาร์จที่ใกล้ที่สุด

โดยค่าตัวของ NEW MG ZS EV  นั้นราคาสุทธิอยู่ที่ 1,190,000 บาท และมีค่าใช้จ่ายในการเช็คระยะรวม 100,000 กิโลเมตร เพียง 8,940 บาท

ดังนั้นด้วยความคุ้มค่าและน่าสนใจทำให้ตอนนี้ NEW MG ZS EV ขึ้นแท่นเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ในประเทศไทยด้วยการครองส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 91.5% ในปีที่ผ่าน

ต้องบอกว่าจากนี้ตลาดรถยนต์ EV ในบ้านเรานั้นน่าจับตามองมากๆ เพราะ นี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากจากฝั่งของผู้เล่นรายใหญ่อย่าง SAIC Motor…