MARKETING‘Oddly Satisfying’ มาสร้างรายได้จาก ‘ความฟิน’ ของสินค้าและบริการกันเถอะ!

‘Oddly Satisfying’ มาสร้างรายได้จาก ‘ความฟิน’ ของสินค้าและบริการกันเถอะ!

เชื่อว่าคนที่ชอบดูวิดีโอต่างๆ ที่โซเชียลมีเดียแนะนำมาให้ อาจเคยดูวิดีโอที่มีคำว่า ‘Oddly Satisfying’ อยู่ในชื่อและเมื่อกดเข้าไปเรามักจะเห็นคลิปประหลาดๆ หลายอย่างรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นสไลม์ ตัดสบู่เป็นชิ้นเล็กๆ จิ้มทรายหนืด ไปจนถึงการกำจัดสิวเสี้ยน!

แม้จะเต็มไปด้วยความหลากหลาย แต่สิ่งที่วิดีโอเหล่านี้มีเหมือนกันคือดูแล้ว ‘ฟิน’ สุดๆ!

ทั้งเสียงฉึบๆ ฉับๆ ที่ฟังแล้วขนลุกและภาพที่น่าหลงใหลจนหยุดมองไม่ได้ ทำให้วิดีโอประเภทนี้มีผู้ชมมากมายหลายสิบล้านคน และแฮชแท็ก #OddlySatisfying ใน TikTok นั้นมีผู้เข้าชมมากกว่า 5 หมื่นล้านครั้ง

Advertisements

ยิ่งไปกว่านั้น วิดีโอสั้นๆ โปรดักชันไม่ยิ่งใหญ่และเน้นขายความฟินนี้แหละ พลิกธุรกิจจากพังเป็นปัง สร้างรายได้มหาศาลมาแล้วให้ธุรกิจเล็กๆ มานักต่อนักแล้ว! มาดูกันดีกว่าว่าทำไมวิดีโอประเภทนี้ถึงดึงดูดคนได้มากมาย และแบรนด์ไหนบ้างที่ขายความฟินจนประสบความสำเร็จเป็นกอบเป็นกำ

จิตวิทยาเบื้องหลังความฟินของเหล่าวิดีโอ ‘Oddly Satisfying’

เมื่อวิดีโอประเภทนี้แพร่หลายมากขึ้น คนอื่นๆ ที่นอกเหนือจากกลุ่มวัยรุ่นที่ชื่นชอบโซเชียลมีเดีย อย่าง นักวิทยาศาสตร์ ก็เริ่มสงสัยว่าทำไมวิดีโอเหล่านี้ถึงเป็นที่นิยมนัก

นักวิจัยจำนวนหนึ่งได้ทำการศึกษาและหาคำตอบว่าทำไมวิดีโอพวกนี้ถึงกระตุ้น “อาการตอบสนองต่อประสาทรับความรู้สึกอัตโนมัติ” (ASMR) หรือความรู้สึกฟิน เสียวซ่าน หรือขนลุกหน่อยๆ แต่ว่าผ่อนคลายสุดๆ

“มีรายงานมากมายที่บอกว่าการรับชมวิดีโอพวกนี้ทำให้เราผ่อนคลายและสงบ” ซาบรินา ฟารามาร์ซี นักเขียนจากแมกาซีน Wired กล่าว เธอเป็นหนึ่งในผู้คนจำนวนมากที่เปิดฟังเสียงหรือรับชมวิดีโอ ASMR ก่อนนอน แต่มันทำให้เราผ่อนคลายได้อย่างไร ดอกเตอร์แอนิตา ดีค แห่งมหาวิทยาลัยเปซ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งประเทศฮังการี บอกว่าคำตอบของเรื่องนี้คือ “ทฤษฎีเซลล์สมองกระจกเงา”

เซลล์สมองกระจกเงา (Mirror Neurons) คือเซลล์สมองประเภทหนึ่งที่ทำให้เรา มีการตอบสนองทางระบบประสาทราวกับว่าตัวเองกำลังทำสิ่งเหล่านั้นเอง เวลาเรามองคนคนหนึ่งทำอะไรบางอย่างอยู่ เช่น เห็นคนหาว เราจึงหาวตาม หรือ เห็นคนเศร้า เราจึงร้องไห้ตาม

นั่นจึงอธิบายได้ว่าที่เรารู้สึกผ่อนคลายทั้งสมองและร่างกายจากการดูวิดีโอ Oddly Satisfying เหล่านั้นเพราะเรารู้สึกว่าเราได้ตัดสบู่เป็นชิ้นเล็กๆ หรือจิ้มสไลม์นุ่มๆ เสียเอง ผู้ชมหลายคนรายงานว่าเวลาดู พวกเขารู้สึกเสียวซ่านบริเวณหนังศีรษะ (หรือความรู้สึกตึงหนังหัวแบบรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก) ที่จะเคลื่อนจากหัว ไปยังคอ และกระดูกสันหลัง เพราะสารประสาทในสมองที่ให้ความรู้สึกบวกและความสุข เช่น สารเซโรโทนินและโดพามีน จะหลั่งออกมา ทำให้เรารู้สึกดีไม่ต่างจากการได้ทานน้ำตาล มีเซ็กส์ หรือเห็นข้อความแจ้งเตือนจากใครบางคนเลย

แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนจะมีอาการตอบสนองเหมือนกัน บางคนดูแล้วก็ไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม ยังมีคนจำนวนมากแน่นอนที่ดูแล้วชอบ เห็นได้จากยอดผู้ชมมหาศาลและ “ธุรกิจ” เล็กๆ หลายเจ้าที่โด่งดังจากวิดีโอฟินๆ พวกนี้!

ขายความฟินจนกาวขาดตลาด

หนึ่งในวิดีโอที่ฮิตที่สุดในประเภท ASMR ก็คงจะหนีไม่พ้นการเล่น “สไลม์” ของเล่นที่ทำง่ายๆ จากอุปกรณ์ในบ้าน เช่น กาว ผสมกับบอแร็กซ์หรือแชมพู ของเล่นยืดๆ นี้เองเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มเด็กประถม-มัธยม ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเราจะเห็นธุรกิจขายสไลม์เกิดขึ้นมากมายบนโลกออนไลน์ 

แต่ที่น่าสนใจคือธุรกิจเหล่านี้สร้างรายได้มหาศาลด้วยการ ‘โฆษณาแบบง่ายๆ’ ไม่ต้องพึ่งโปรดักชันใหญ่โต แค่ถ่ายวิดีโอจิ้มหรือยืดสไลม์ก็มีผู้รับชมจำนวนมาก เพราะภาพและเสียงนั้นช่าง ‘Oddly Satisfying’ หรือชวนฟินอย่างน่าประหลาด

หากเราเคยอ่านบทสัมภาษณ์ธุรกิจสไลม์เจ้าดัง เช่น Slime Obsidian และ Parakeet Slimes จะพบว่าทั้งสองล้วนเริ่มจากการทำเองที่บ้าน ถ่ายวิดีโอง่ายๆ จากโทรศัพท์มือถือ แต่ด้วยพลังแห่งโซเชียลมีเดีย (อย่าง TikTok และ Instagram) ประกอบกับวิดีโอที่ดูแล้วรู้สึกดีสุดๆ ทำให้ธุรกิจเล็กๆ ที่เริ่มต้นจากในห้องนอนนั้นเติบโตอย่างรวดเร็ว อย่าง เจคอบ คาร์แรม เจ้าของ Slime Obsidian ทำรายได้กว่า 30 ล้านบาทจากธุรกิจขายสไลม์ของเขา ส่วนมาริสา เด็กสาววัย 17 เจ้าของ Parakeet Slimes ก็ทำรายได้กว่า 1.6 ล้านบาทต่อเดือน

ในช่วงปี 2017 ที่ธุรกิจสไลม์รุ่งเรืองสุดๆ ในสหรัฐอเมริกานั้น Youtube ทำเอา ‘กาว’ ขาดตลาดจนออกข่าวใหญ่โตกันเลยทีเดียว แม้ทุกวันนี้กระแสจะเบาลงกว่าในอดีต แต่หลายเจ้า เช่นที่เรายกตัวอย่างไปก็ยังคงทำรายได้อย่างงดงามอยู่

Advertisements

อีกหนึ่งตัวอย่างธุรกิจที่ขายความฟินและความน่ามองของสินค้าผ่านวิดีโอจนได้ดิบได้ดี คือ “Sticky” ร้านขายลูกอมที่เกือบเจ๊งในช่วงโควิด แต่กลับมาขายดีอีกครั้งได้เพราะถ่ายคลิปขณะทำลูกกวาดลงโซเชียลมีเดีย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ >> รู้จักกับ ‘Sticky’ ร้านลูกอมเล็กๆ ที่ดังไปทั่วโลกด้วยพลังแห่ง Social Media Marketing

มาถึงตรงนี้ผู้อ่านอาจตั้งคำถามว่าต้องเป็นธุรกิจขายของเล่นหรือของกินอย่างเดียวหรือ แล้วถ้าธุรกิจหรือบริการของเราไม่ได้ ‘น่ามอง’ ล่ะ คนดูจะฟินไหม?

“ยิ่งสกปรก คนดูยิ่งชอบ” : รู้จักกับ TheP00lGuy ช่องสุดดังจาก TikTok

จริงๆ แล้ววิดีโอประเภท ‘Oddly Satisfying’ นั้นไม่ได้มีแค่อะไรที่ดูดีอย่างเดียว เพราะบางทีเราจะเห็นวิดีโอที่เหมือนจะดูไม่ได้ แต่กลับหยุดมองไม่ได้เหมือนกัน อย่างเช่น วิดีโอกำจัดสิวเสี้ยน ตัดหญ้า จัดบ้าน ทำความสะอาดของเก่า ไปจนถึงทำความสะอาดสระว่ายน้ำ

ในเดือนพฤษภาคมปี 2020 ไมลส์ ลาฟลิน พนักงานทำความสะอาดสระว่ายน้ำได้เริ่มโพสต์วิดีโอการทำความสะอาดสระน้ำลง TikTok ภายใต้ชื่อช่อง thep00lguy ในตอนแรกเขาไม่ได้คาดหวังอะไรนัก แต่ผลตอบรับกลับดีเกินกว่าคาด เพียงแค่ชั่วโมงแรกก็มีคนดูจำนวนมาก และไม่กี่วันต่อมา เขามีผู้ติดตามกว่าล้านคน

“ยิ่งสระมันสกปรก คนดูยิ่งชอบ” ไมลส์ กล่าว เขาเองก็ประหลาดใจอย่างมาก วิดีโอไหนยิ่งสกปรก ยิ่งมียอดผู้ชมเยอะ แต่การที่ได้เห็นสระน้ำที่เขียวอื๋อเต็มไปด้วยตะไคร่ ผ่านขั้นตอนต่างๆ จนน้ำกลายเป็นสีใสนั้นคงเป็นเรื่องผ่อนคลายสำหรับใครหลายๆ คน

เมื่อช่องของเขาเริ่มไปได้ดี ไมลส์ จึงพยายามสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงขึ้นโดยการปิดท้ายทุกคลิปด้วยวลีเด็ดว่า “Holla ya boy for the pool work.” (ถ้าเป็นเรื่องสระว่ายน้ำขอให้โทรหาผม) และขายเสื้อที่สกรีนวลีดังกล่าว

งานวิจัยจาก Bionic เกี่ยวกับธุรกิจเล็กๆ บนโซเชียลมีเดียได้คาดการว่า ไมลส์ ลาฟลิน หรือ thep00lguy นั้นอาจทำรายได้สูงถึง 1.3 ล้านปอนด์ต่อปีเลยทีเดียว! (หรือ 57 ล้านบาท) โดยตัวเลขนี้คาดการณ์จากตัวเลขผู้ติดตาม ณ กลางปี 2021 ที่มีกว่า 7.9 ล้านคนและจำนวนไลก์จากวิดีโอทั้งหมดที่ได้ถึง 130 ล้านไลก์

“ถ้าผมรู้ว่าคนชอบอะไรแบบนี้ ผมถ่ายลงตั้งนานแล้ว” ไมลส์ กล่าว

หากธุรกิจเล็กๆ ของเราไม่มีเงินซื้อโฆษณาจ้างโปรดักชันยิ่งใหญ่ ลองหันมามองดูว่าขั้นตอนในการทำงานต่างๆ ของเรามีอะไรน่าสนใจ จะเป็นขั้นตอนเล็กๆ แบบการจิ้มสไลม์หรือถ่ายขั้นตอนก่อน-หลัง (Before-After) แบบ thep00lguy ก็ได้

บางทีอะไรที่เราเห็นทุกวันจนเบื่อ อาจจะเป็นภาพที่ดูแล้ว ‘ฟิน’ ของคนอื่นก็ได้นะ

อ้างอิง
https://bit.ly/3HN5Lv9
https://bit.ly/3xrquzW
https://bit.ly/3HJs8BH
https://bit.ly/3HOtpHE
https://bit.ly/3CQ77Bz

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#marketing

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

Advertisements

Lastest

Metaverse กับการช่วยเหลือจิตใจ มุมมองที่หลายคนอาจมองข้ามไป

“แต่จริงๆ แล้ว Metaverse อาจช่วยชีวิตคนก็เป็นได้” นี่อาจฟังดูเป็นประโยคที่เป็นไปไม่ได้จากอีลิตที่ชื่นชอบในเทคโนโลยี แต่จริงๆ แล้ว Metaverse สามารถทำให้เราเข้าใจและรับมือกับความเจ็บปวด ความเศร้าและอคติในสังคมได้มากขึ้น

Arcane ผลงาน ‘มาสเตอร์พีซ’ จากค่ายเกมที่ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม!?

เปิดจักรวาลความบันเทิงครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม กับซีรีส์ที่หยิบยกเนื้อหามาจากเกม LoL (League of Legends) โดย Riot Games ค่ายเกมผู้ถูกตั้งแง่โดยแฟนๆ ว่า “ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม” แต่ตามทฤษฎีได้บอกไว้ว่า “เกมไหนกาก แปลว่าเกมนั้นดัง” ดังนั้นจึงไม่น่าห่วงอะไร (มั้ง!?)

ไม่แปลกที่จะ “แปลก” เมื่อความแปลกมีพลังกว่าที่คิด!

วันนี้ Mission To The Moon จึงอยากมาแนะนำหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าจะช่วยให้เรารับมือกับความรู้สึกเหล่านี้ได้ดี กับหนังสือที่มีชื่อว่า “Weird: The Power of Being an Outsider in an Insider World” โดย Olga Khazan ที่จะมาเปลี่ยน “ความแปลก” ของเราให้กลายเป็นพลัง และสอนให้เราเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ ไปดูเรื่องราวโดยสรุปของหนังสือเล่มนี้กัน
Tanyaporn Thasak
ผู้โดยสารคนหนึ่งบนยาน Mission To The Moon ที่หลงใหลในวรรณกรรม ภาพยนตร์ บทกวี การอ่าน การเขียน และการนอน