MARKETINGรู้จักกับ “Imperfect Food” งานวิจัยพบ "ไม่สวยก็ขายได้" ขอแค่บอกลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา

รู้จักกับ “Imperfect Food” งานวิจัยพบ “ไม่สวยก็ขายได้” ขอแค่บอกลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา

เย็นวันหนึ่งหลังจากเลิกงาน เราแวะเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งก่อนจะกลับบ้านเพื่อซื้ออาหารและของใช้ตุนไว้ แน่นอนว่าหนึ่งสิ่งที่เราต้องซื้อติดตู้เย็นไว้คือผักและผลไม้

ท่ามกลางกองแอปเปิลมากมาย เราหยิบแอปเปิลในกองขึ้นมาเพื่อมองหาแอปเปิล ‘ลูกนั้น’

ลูกที่ไม่มีรอยช้ำ

Advertisements

ลูกที่สีแดงฉ่ำทั้งลูก ไม่มีสีเหลืองแซม

ลูกที่มีขนาดกลมพอดี ไม่มีบิดเบี้ยว

ใช้เวลาอยู่พักหนึ่งเราก็ได้แอปเปิลสวยๆ หนึ่งกิโลกรัมตามที่ต้องการ ก่อนจะเดินไปชั่งน้ำหนักและคิดเงิน เราหันมองรอบข้างแล้วก็พบว่าคนอื่นๆ ก็กำลังเฟ้นหาผักผลไม้สวยๆ ท่ามกลางกองผลไม้กันทั้งนั้น ทั้งๆ ที่ในท้ายที่สุด ผักและผลไม้เหล่านี้จะถูกนำไปแปรรูปก่อนทาน แต่ทำไมเราถึงมีแนวโน้มว่าจะเลือกอันที่ “หน้าตาดี” ไว้ก่อน

แล้วเราเคยฉุกคิดไหมว่าผักและผลไม้ที่ไม่ถูกเลือกไปไหนกันนะ

ปัญหาขยะจากอาหาร (Food Waste) กับผักผลไม้ที่ไม่ถูกเลือก

ในแต่ละปี ร้านค้าต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาทิ้งผักและผลไม้มูลค่ากว่า 15,000,000,000 เหรียญ ทิ้งไปเพียงเพราะผักผลไม้เหล่านั้นหน้าตาไม่สวย! เท่านั้นยังไม่พอ ผลสำรวจพบว่าชาวสวนมักจะทิ้งผักผลไม้กว่า 1 ใน 3 ของจำนวนที่เก็บเกี่ยวทั้งหมดเพราะรูปลักษณ์ภายนอกเช่นกัน อาหารเหล่านี้จึงกลายเป็นขยะทั้งๆ ที่ยังรับประทานได้ รสชาติดีและให้คุณค่าทางโภชนาการไม่ต่างจากอาหารอื่นๆ เลย

ขยะจากอาหารส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ถือเป็นปัจจัยหลักๆ ในการก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนเลยด้วยซ้ำ ขยะอาหารที่ถูกฝังกลบจะผลิตก๊าซมีเทนในปริมาณมาก โดยก๊าซนี้ทำร้ายโลกยิ่งกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เสียอีก 

ผักทุกจาน ผลไม้ทุกอย่าง เมื่อกินทิ้งขว้างก็เป็นปัญหา

ถ้าหากเราหันมาบริโภคแบบไม่คำนึงถึงรูปลักษณ์ภายนอกคงจะช่วยได้มาก แต่ทำไมมนุษย์เราถึงไม่ชอบผลไม้หน้าตาไม่น่ารัก แม้จะรู้ว่าพอปอกมามันก็เหมือนๆ กันนะ?

มีปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่เราเรียกว่า “บทลงโทษแด่ความอัปลักษณ์” (Ugliness Penalty) ซึ่งก็คือการที่ผู้คนจับคู่สิ่งที่หน้าตาไม่สวยงามด้วยอุปนิสัยลบๆ (อย่างเช่น สุนัขตัวนี้หน้าตาน่ากลัว น่าจะมีนิสัยดุร้าย) ส่วนในบริบทของสินค้า การศึกษาพบว่าผู้คนมักจะคิดกันว่าอาหารที่หน้าตาไม่สวยมักจะ ‘ไม่อร่อย’ และ ‘ไม่ดีต่อสุขภาพ’ ส่งผลให้พวกเขาไม่เลือกซื้อสินค้าเหล่านั้น 

เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี ขายสินค้าในราคาที่ถูกลงแบบลดกระหน่ำไปเลย หรือ รณรงค์เรื่องนี้เพิ่มขึ้นดี ถ้าเกิดเราทำให้ผู้คนหันมาบริโภคสินค้าโดยไม่คำนึงถึงหน้าตา เราคงจะลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้เยอะเลยจริงไหม

บริษัท Imperfect Food ก็คิดแบบนี้เช่นกัน

รู้จักกับ “Imperfect Food” และความพยายามในการกอบกู้อาหารหน้าตาไม่น่ารัก

เมื่อ 6 ปีก่อน บริษัทชื่อ Imperfect Food ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อลดขยะจากอาหาร (โดยเฉพาะผักและผลไม้) ที่หน้าตาดูไม่ตรงตามมาตรฐานและมักจะถูกซูเปอร์มาร์เก็ตโยนทิ้ง การเลือกใช้คำที่ดูสละสลวย อย่าง “Imperfect” (ไม่สมบูรณ์แบบ) แทนคำว่า “Ugly” (อัปลักษณ์) สื่อให้เห็นความพยายามในการเปลี่ยนความคิดคนต่อสินค้าเหล่านี้

Advertisements

Imperfect Food บริษัทสร้างรายได้กว่า 400 ล้านเหรียญในปีที่ผ่านมา ปัจจุบัน Imperfect Food ให้บริการครอบคลุมไปถึงเนื้อสัตว์และสินค้าอื่นๆ ที่บรรจุภัณฑ์มีตำหนิด้วย

นอกจากจะสร้างความตระหนักรู้เรื่องขยะจากอาหารและความยั่งยืนแล้ว ยังเป็นแรงบันดาลใจให้แบรนด์อื่นๆ หันมาใส่ใจเรื่องนี้มากขึ้น เราจะเห็นได้ว่ามีแบรนด์อื่นๆ คล้ายกันเกิดขึ้นมากมาย อย่าง Perfectly Imperfect Produce ซึ่งเป็นบริการส่งผักผลไม้หน้าตาไม่น่ารัก หรือ Ugly Apple ที่ผลิตไซเดอร์จากแอปเปิลที่ไม่ค่อยสวย 

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา Greyhound แบรนด์ร้านอาหารชื่อดังในไทยก็มีการเริ่มแคมเปญ Perfectly Imperfect ซึ่งมีการเลือกใช้วัตถุดิบที่มีประโยชน์และสารอาหารครบถ้วน แต่ถูกคัดออกเพียงเพราะรูปร่างแตกต่าง นำมาใช้ประกอบเมนูอาหารเพื่อเชิญชวนคนให้ตระหนักถึงปัญหาขยะจากอาหาร

ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ฟังดูดี อย่างไรก็ตาม แม้บริการส่งของชำออนไลน์หรือร้านอาหารต่างหันมาใส่ใจเรื่องพวกนี้ก็จริง แต่มักจะรู้จักกันในวงแคบและเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ถ้าอยากแก้ปัญหานี้จริงๆ เราอาจต้องหา ‘วิธี’ ที่ทำให้สินค้าขายได้ตั้งแต่อยู่ในตลาดหรือซูเปอร์มาเก็ตหรือเปล่า

ไม่ต้องพูดอ้อม บอกตรงๆ ว่า “ไม่สวย” ช่วยให้ขายดีกว่า!

บทความจาก Harvard Business Review ชื่อ “To Sell an Ugly Product, Just Call It That” ได้พูดถึงการศึกษาจากมหาวิทยาลัย British Columbia ที่ศึกษาเรื่องการใช้ภาษาในการโฆษณาขายสินค้าที่รูปลักษณ์ภายนอกไม่น่ามอง

งานวิจัยพบว่าถ้าติดป้ายไปตรงๆ เลยว่าผักและผลไม้พวกนี้ “ไม่สวย” จะขายดีกว่า

เมื่อร้านค้าพูดถึงรูปลักษณ์ของสินค้า มีแนวโน้มว่าลูกค้าจะมองว่าร้านค้าซื่อสัตย์ เชื่อถือได้ และมีโอกาสในการซื้อสินค้ามากกว่า อย่างไรก็ตาม หากติดป้ายว่าไม่สวยแล้ว ห้ามตั้งราคาถูกเกินเด็ดขาด! เพราะการลดราคามากเกินไปจะทำให้ลูกค้าเข้าใจว่า มีอะไรผิดปกติกับสินค้ามากกว่ารูปลักษณ์ภายนอกแน่ๆ 

อย่าลืมว่าสินค้าพวกนี้มีปัญหาแค่ตำหนิภายนอก รูปร่าง และขนาดเท่านั้น ดังนั้นการลดราคาสินค้าที่ไม่สวยควรจะอยู่เพียงแค่ 20% งานวิจัยพบว่าการลดราคาเพียงเท่านี้ได้ผลกว่าลดราคา 40%-60% เสียอีก

Siddhanth Mookerjee ผู้วิจัยกล่าวว่า “การบอกไปตรงๆ ว่าไม่สวยก็เหมือนเป็นทางลัดที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น เวลาคนเลือกซื้อสินค้า โดยเฉพาะอาหาร ต้องตัดสินใจค่อนข้างเร็ว” แน่นอน การซื้อมะเขือเทศแค่ 2-3 ลูกแตกต่างกับการซื้อรถหรูที่ต้องฟังพนักงานอธิบายรายละเอียดอยู่แล้ว เรามักจะใส่ใจน้อยกว่า ดังนั้นการให้ข้อมูลแบบเร็วๆ อย่างการบอกไปตรงๆ เลยว่าผักผลไม้เหล่านี้แค่น่าเกลียดเฉยๆ จึงเหมาะสมกว่า

อย่างไรก็ตาม การติดป้ายบอกตรงๆ เช่นนี้ดูจะได้ผลกับเพียงสินค้าแค่บางประเภทเท่านั้น สินค้าประเภทเสื้อผ้าหรือของที่ต้องอาศัยภาพลักษณ์ในการนำเสนอคงจะไม่เหมาะกับกลยุทธ์การบอกตรงๆ เช่นนี้

หากเราขายสินค้าอย่างผักและผลไม้ ลองติดป้ายพวกนี้บอกตรงๆ แทนการโยนสินค้าพวกนี้ทิ้งจะดีกว่าไหม จะได้ช่วยเหลือสิ่งแวดล้อมได้ด้วย หรือหากเราเป็นผู้บริโภค ต่อจากนี้อาจจะเห็นใจผักผลไม้หน้าตาไม่น่ารักกันมากกว่าเดิม เพราะพวกมันก็ไม่ได้ผิดอะไรเลยแค่รูปร่างแปลกกว่าเพื่อนนิดหน่อยเอง

อ้างอิง
https://bit.ly/3kjqJYe
https://bit.ly/3H1txD3
https://bit.ly/3bQLUfL

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#marketing 

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

Advertisements

Lastest

ฝึกความคิดสร้างสรรค์แบบนักเขียนมืออาชีพผ่านการฝึก “People-watching”

คำนิยามของ People-watching ก็แปลได้ตรงตัวง่ายๆ เลย คือการสังเกตผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมานั่นเอง คนในวงการเขียนหลายคนใช้วิธีนี้ในการสร้างตัวละคร ฝึกบรรยาย ฝึกสังเกต และเป็นแรงบันดาลใจในการคิดค้นเนื้อเรื่องใหม่ๆ

Wellington ความเชี่ยวชาญในการเฟ้นหาบริษัทชั้นนำที่เติบโตอย่างยั่งยืน | MM EP.1395

Wellington ความเชี่ยวชาญในการเฟ้นหาบริษัทชั้นนำที่เติบโตอย่างยั่งยืน “Wellington Management” บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆของโลกอีกแห่งหนึ่ง มีกองทุนที่บริหารจัดการกว่า 3,700 กองทุน ซึ่งเป็นเงินของลูกค้ากว่า 2,200 ราย ในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ด้วยทรัพย์สินภาพใต้การบริหารจัดการกว่า 1 ล้านล้านดอลล่าสหรัฐ .

Internship: Mission To The Moon Media เปิดรับสมัคร “นักศึกษาฝึกงาน” เสริมทัพรับภารกิจใหม่ ประจำปี 2022

“A new journey to the moon” การเดินทางครั้งใหม่ กับโครงการ Mission Intern (รุ่นที่ 6) ประจำปี 2022 เพื่อเฟ้นหานักศึกษาฝึกงาน ที่มี DNA เดียวกับเรา ในการก้าวสู่ภารกิจที่สนุกและท้าทาย! ตำแหน่งฝึกงานที่ Mission To The Moon Media...
Tanyaporn Thasak
ผู้โดยสารคนหนึ่งบนยาน Mission To The Moon ที่หลงใหลในวรรณกรรม ภาพยนตร์ บทกวี การอ่าน การเขียน และการนอน

Related Articles

ฝึกความคิดสร้างสรรค์แบบนักเขียนมืออาชีพผ่านการฝึก “People-watching”

คำนิยามของ People-watching ก็แปลได้ตรงตัวง่ายๆ เลย คือการสังเกตผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมานั่นเอง คนในวงการเขียนหลายคนใช้วิธีนี้ในการสร้างตัวละคร ฝึกบรรยาย ฝึกสังเกต และเป็นแรงบันดาลใจในการคิดค้นเนื้อเรื่องใหม่ๆ

Wellington ความเชี่ยวชาญในการเฟ้นหาบริษัทชั้นนำที่เติบโตอย่างยั่งยืน | MM EP.1395

Wellington ความเชี่ยวชาญในการเฟ้นหาบริษัทชั้นนำที่เติบโตอย่างยั่งยืน “Wellington Management” บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆของโลกอีกแห่งหนึ่ง มีกองทุนที่บริหารจัดการกว่า 3,700 กองทุน ซึ่งเป็นเงินของลูกค้ากว่า 2,200 ราย ในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ด้วยทรัพย์สินภาพใต้การบริหารจัดการกว่า 1 ล้านล้านดอลล่าสหรัฐ .

Internship: Mission To The Moon Media เปิดรับสมัคร “นักศึกษาฝึกงาน” เสริมทัพรับภารกิจใหม่ ประจำปี 2022

“A new journey to the moon” การเดินทางครั้งใหม่ กับโครงการ Mission Intern (รุ่นที่ 6) ประจำปี 2022 เพื่อเฟ้นหานักศึกษาฝึกงาน ที่มี DNA เดียวกับเรา ในการก้าวสู่ภารกิจที่สนุกและท้าทาย! ตำแหน่งฝึกงานที่ Mission To The Moon Media...

8 ต่อเนื่องที่ฉาวโฉ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มีแรงจูงใจอะไรบ้าง?

เพราะทุกอย่างย่อมมีที่มาที่ไป คดีฆาตกรรมก็เช่นเดียวกัน และยิ่งเป็น “คดีฆาตกรรมต่อเนื่อง” ที่เราต่างคิดว่าซับซ้อน ยากจะหาตัวคนร้าย พยายามหาคำตอบว่า “แรงจูงใจ” คืออะไร? วันนี้เราจึงอยากพาทุกคนไปทำความเข้าใจ “บ่อเกิด” แห่งความสูญเสีย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า