MARKETING“ต้องรีบซื้อเดี๋ยวหมดก่อน!” ทริกกระตุ้นให้คนซื้อเพราะกลัวพลาดโอกาส ด้วยการตลาดแบบ FOMO

“ต้องรีบซื้อเดี๋ยวหมดก่อน!” ทริกกระตุ้นให้คนซื้อเพราะกลัวพลาดโอกาส ด้วยการตลาดแบบ FOMO

“พรุ่งนี้ 7.7 ร้านนี้ลด ต้องรอซื้อ!”

“Flash Sale แค่ 10 นาที ต้องรีบแล้ว!”

“ดาราคนนี้ใช้ ของมันต้องมีแล้ว เดี๋ยวตกเทรนด์”

Advertisements

“ดูรีวิว คนใช้เยอะอยู่ พลาดไม่ได้แล้ว”

เชื่อว่าขาช้อปหลายๆ คงเคยมีความคิดเหล่านี้และตกหลุมพรางทางการตลาด เสียหายกันไปจำนวนไม่น้อยแล้ว

เมื่อนักการตลาดทั้งหลายเอาอาการ Fear of Missing Out (FOMO) หรือความกลัวที่จะตกเทรนด์หรือพลาดโอกาสดีๆ ไปของคน มาผนวกกับทริกทางการตลาด กระตุ้นให้พวกเขานั้นต้องรีบซื้อรีบจ่าย เพื่อที่จะได้ของสิ่งนั้นมาครอบครองก่อนที่จะเสียโอกาสนั้นไป เป็นวิธีที่เราเห็นได้กันบ่อยๆ ในการซื้อขายออนไลน์ในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นการขายในช่องทางโซเชียลมีเดีย อย่าง Facebook หรือ Instagram หรือจะเป็นช่องทาง eCommerce ต่างๆ 

สิ่งที่ทำให้วิธีการตลาดเช่นนี้ได้ผลคือการที่มนุษย์อย่างเราๆ เป็นพวกที่ ‘ชอบหลีกเลี่ยงความเสี่ยง’ ทำให้เราไม่อยากที่จะรู้สึกเสียดายในภายหลัง ถ้าเราไม่คว้าโอกาสนั้นไว้ตั้งแต่ตอนนี้ ทำให้หลายๆ คนมักจะตกหลุมพรางการตลาดเช่นนี้ไปแบบไม่รู้ตัว

วันนี้เราเลยจะพาทุกคนไปดูกันว่าเทคนิคการตลาดที่หยิบยืม FOMO มาใช้มีอะไรกันบ้าง ไปดูกันเลย!

จำกัดเวลา

การจำกัดเวลาหรือการตั้ง Deadline คงเป็นวิธีที่เราเห็นได้บ่อยที่สุดตามช่องทางการขายออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ประโยคอย่าง ‘ลดเฉพาะวันนี้’ ‘หมดเขตเที่ยงคืนนี้เท่านั้น’ หรือ ‘Flash Sale ภายใน 10 นาทีนี้เท่านั้น’ ที่เป็นการบีบคั้นให้ผู้บริโภคต้องซื้อในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อที่จะได้ราคาที่ดีกว่า

เห็นได้ชัดในเทศกาลลดราคาประจำเดือนอย่าง 6.6 หรือ 7.7 วันที่หลายๆ ร้านมียอดขายถล่มถลายกันท้วนหน้า เพราะผู้บริโภคจะรู้กันว่าแต่ละร้านจะลดราคาแค่วันนี้เท่านั้น ทำให้ต้องรีบซื้อ ไม่ฉะนั้นของจะหมดหรือจะไม่ได้ส่วนลด

อย่างไรก็ตาม การตั้ง Deadline ก็ควรที่จะหนักแน่น และไม่ควรที่จะเปลี่ยนหรือขยายเวลาบ่อยๆ เพราะจะทำให้ลูกค้าไม่เชื่อในคำพูดของแบรนด์ พวกเขาจะรู้สึกว่าก็ไม่เป็นไร ยังไงก็สามารถที่จะซื้อราคานี้ได้ เพราะเดี๋ยวร้านก็ขยายเวลา ดังนั้น แบรนด์จะต้องคิดให้ดีก่อนที่จะจำกัดเวลาการตั้งโปรโมชั่น

รีวิวจากลูกค้า

รีวิวจากลูกค้าที่ใช้จริง ก็ถูกนำมาใช้ในการกระตุ้น FOMO โดยส่วนมากวิธีนี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อลูกค้าสนใจในสินค้าเราแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจสุดท้ายว่าจะซื้อดีหรือไม่ ซึ่งบางครั้งการเห็นรีวิวการใช้จริงก็เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของลูกค้าในยุคนี้เลยก็ว่าได้

อย่างที่เราเห็นกันตามแพลตฟอร์ม eCommerce ที่จะมีฟังก์ชันให้ลูกค้ามารีวิวสินค้าที่ได้ซื้อไป และเราหลายๆ คนก็ตัดสินใจซื้อสินค้าจากรีวิวที่เราเห็นกัน ร้านไหนมีรีวิวเยอะรีวิวดี ก็ยิ่งน่าเชื่อถือและทำให้เราอยากซื้อมากขึ้น ในขณะที่ทางร้านค้าเองก็สามารถกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้เร็วขึ้น โดยการโพสต์รีวิวของลูกค้าบนหน้าเพจอยู่บ่อยๆ 

ใช้คนมีชื่อเสียงหรืออินฟลูเอนเซอร์

การใช้คนที่มีชื่อเสียงหรือ Influencer ในการโปรโมตแบรนด์หรือสินค้า ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่เป็นที่นิยมมากกันในทุกวันนี้ เพราะวิธีนี้เป็นวิธีที่สร้างยอดขายและสร้างความไว้วางใจได้อย่างรวดเร็ว 

Advertisements

ทำให้ลูกค้าหรือคนทั่วไปเห็นว่า ‘ดาราคนนี้ใช้ จะต้องฮิตแน่ๆ’ หรือ ‘เทรนด์นี้กำลังมา’ ก็เป็นการกระตุ้นให้คนนั้นอยากที่จะซื้อ เพราะอยากรีบตามเทรนด์ให้ทัน

โดยแพลตฟอร์มที่เราจะเห็นการใช้คนมีชื่อเสียงและ Influencer ในการโปรโมตสินค้ากันมากที่สุดคือ Instagram กว่า 79% ของนักการตลาดคิดว่า Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะที่สุดสำหรับการทำ Influencer Marketing

การจัดโปรโมชันแบบแพ็กรวม

แค่เราเห็นคำว่า Bundle Deal ก็ทำให้อยากรู้แล้วว่ามีสินค้าหรือบริการอะไรบ้างที่กำลังจัดโปรโมชั่นคู่กันอยู่ ซึ่งวิธีนี้ก็ถูกใช้ในหลายๆ ภาคธุรกิจด้วยกัน โดยส่วนมากแล้วจะถูกใช้ร่วมกับการจำกัดเวลาซื้อ

อย่างเช่น ‘ซื้อ 2 แถม 2 วันนี้เท่านั้น’ หรือ ‘ซื้อแพ็กเกจคู่กันนี้เพียง 399 บาท จากราคาเต็ม 1,299 บาท หมดเขตเที่ยงคืนนี้’ เห็นอย่างนี้แล้ว ลูกค้าหลายๆ คนคงพร้อมที่จะจ่ายเงินเลยทันที เพราะรู้สึกว่าถ้าพลาดไปก็จะไม่ได้ดีลดีๆ แบบนี้แล้ว

การเน้นย้ำว่าจะพลาดโอกาสดีๆ ไป

ในการที่จะเร่งความกลัวของลูกค้าว่าจะพลาดอะไรไป แบรนด์ต่างๆ มักจะใช้การเขียนหรือการพูดที่เน้นย้ำว่า ถ้าพวกเขาไม่ซื้อตอนนี้ พวกเขาจะพลาดโอกาสดีๆ อะไรไปบ้าง เมื่อลูกค้าเห็นว่าตัวเองพลาดอะไรไป ‘ความกังวล’ ก็จะค่อยๆ เริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งความกังวลนี้ก็ไม่ใช่อะไร แต่เป็นอาการ FOMO นั่นเอง ที่เป็นตัวผลักดันให้พวกเขารีบซื้อ 

โดยเว็บไซต์จองที่พัก Booking.com ก็ใช้โอกาสจากอาการ FOMO ของคนที่เข้ามาดูเช่นกัน โดยใช้คำว่า ‘You missed it!’ หรือ ‘คุณพลาดมันแล้ว!’ เป็นตัวเน้นย้ำว่าในครั้งต่อไปคุณจะต้องรีบจองแล้วนะ ถ้าคุณเจอที่พักที่ใช่

อ้างอิง:

https://bit.ly/3gvV4l7

#missiontothemoonpodcast

#mission #พอดแคสต

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

Advertisements

Lastest

Poor Boy’s Riverside มีดกรีดหัวใจ ตัวฉันกำลังจะตาย

เมื่อบ้านไม่ใช่ “บ้าน” ที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น เด็กหนุ่มผู้อ่อนต่อโลก จึงต้องหันไปพึ่งพิง “เพื่อนรัก” ในคราบปีศาจ ที่พร้อมจะบดขยี้ชีวิตได้ทุกเมื่อ

ผู้นำก็ต้องปรับตัว! ถอดบทเรียน “การลาออกครั้งใหญ่” (The Great Resignation) เป็นหัวหน้าอย่างไรไม่ให้ลูกน้องลาออก?

ปัญหาที่หลายคนต้องพบเจอหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 คือเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา ไปจนถึงสไตล์การทำงาน รูปแบบงาน และสายงานที่ทำอยู่ ทำให้หลายๆ คนกลับมานั่งแล้วไตร่ตรองว่า พวกเขามีความสุขกับงานที่ทำอยู่ในตอนนี้ไหม ถ้าไม่ แล้วมันคุ้มค่าที่จะทนอยู่ในงานนี้ต่อไปไหม หรือเกิดความรู้สึกอยากทำงานกับบริษัทที่ไม่กำหนดเวลาเข้างาน รู้สึกหมดไฟทำงาน หรือไม่ชอบการปฏิบัติตนของหัวหน้า ฯลฯจากเหตุผลดังกล่าว จึงเกิดการลาออกของพนักงานเป็นจำนวนมากในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ จนเกิดกระแส “The Great Resignation” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ชาวสหรัฐฯ พากันลาออกจากงานมากกว่า 4 ล้านคนในเดือนเมษายนปี...

อาจถึงกับต้องหยุดบิน?! สายการบินสหรัฐฯ พบสัญญาณ 5G เข้าไปรบกวนการทำงานของเครื่องบิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหล่า CEO ของสายการบินชั้นนำของสหรัฐฯ อย่าง American Airlines, Delta Air Lines, United Airlines, Alaska Airlines และสายการบินอื่นๆ อีกมากมาย ได้ร่วมกันยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่กำกับดูแลด้านการบินหลายหน่วยงานเพื่อ แจ้งเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตั้งเสาปล่อยสัญญาณ 5G
Apichaya Jatutain
หญิงสาวผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวและหาเพลงฟังเป็นชีวิตจิตใจ หลงใหลในการกินชานม

Related Articles

Poor Boy’s Riverside มีดกรีดหัวใจ ตัวฉันกำลังจะตาย

เมื่อบ้านไม่ใช่ “บ้าน” ที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น เด็กหนุ่มผู้อ่อนต่อโลก จึงต้องหันไปพึ่งพิง “เพื่อนรัก” ในคราบปีศาจ ที่พร้อมจะบดขยี้ชีวิตได้ทุกเมื่อ

ผู้นำก็ต้องปรับตัว! ถอดบทเรียน “การลาออกครั้งใหญ่” (The Great Resignation) เป็นหัวหน้าอย่างไรไม่ให้ลูกน้องลาออก?

ปัญหาที่หลายคนต้องพบเจอหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 คือเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา ไปจนถึงสไตล์การทำงาน รูปแบบงาน และสายงานที่ทำอยู่ ทำให้หลายๆ คนกลับมานั่งแล้วไตร่ตรองว่า พวกเขามีความสุขกับงานที่ทำอยู่ในตอนนี้ไหม ถ้าไม่ แล้วมันคุ้มค่าที่จะทนอยู่ในงานนี้ต่อไปไหม หรือเกิดความรู้สึกอยากทำงานกับบริษัทที่ไม่กำหนดเวลาเข้างาน รู้สึกหมดไฟทำงาน หรือไม่ชอบการปฏิบัติตนของหัวหน้า ฯลฯจากเหตุผลดังกล่าว จึงเกิดการลาออกของพนักงานเป็นจำนวนมากในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ จนเกิดกระแส “The Great Resignation” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ชาวสหรัฐฯ พากันลาออกจากงานมากกว่า 4 ล้านคนในเดือนเมษายนปี...

อาจถึงกับต้องหยุดบิน?! สายการบินสหรัฐฯ พบสัญญาณ 5G เข้าไปรบกวนการทำงานของเครื่องบิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหล่า CEO ของสายการบินชั้นนำของสหรัฐฯ อย่าง American Airlines, Delta Air Lines, United Airlines, Alaska Airlines และสายการบินอื่นๆ อีกมากมาย ได้ร่วมกันยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่กำกับดูแลด้านการบินหลายหน่วยงานเพื่อ แจ้งเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตั้งเสาปล่อยสัญญาณ 5G

ฝึกสมองให้สร้างสรรค์กว่าใคร! สรุปบทเรียนจากหนังสือ “Creative Acts For Curious People”

ในยุคที่เต็มไปด้วยความผันผวนทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่ความขาดแคลน โลกร้อน ความขัดแย้งทางการเมือง ไปจนถึงโรคระบาด แม้เทคโนโลยีใหม่ๆ จะถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังช้ากว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของปัญหาอยู่ดี

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า